Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3127/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสามในระหว่างอุทธรณ์จำเลยที่ 1 ที่ 3 ถูกส่งตัวไปคุมขังที่เรือนจำกลางบางขวาง จังหวัดนนทบุรี การที่จำเลยที่ 1 ที่ 3ถูกส่งตัวไปคุมขังที่เรือนจำกลางบางขวางเช่นนี้ ไม่ใช่กรณีที่จำเลยที่ 1 ที่ 3 ไม่อยู่ ตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 183 วรรค 3ซึ่งศาลต้องรอการอ่านคำพิพากษาไว้จนกว่าจำเลยจะมาศาลแต่ถือว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 มีตัวอยู่ เพียงแต่ถูกส่งตัวไปคุมขังที่อื่นโดยได้รับอนุญาตจากศาลเท่านั้น การที่ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ฟังพร้อมกับจำเลยที่ 2 ก่อน แล้วจึงส่งคำพิพากษานั้นไปให้ศาลจังหวัดนนทบุรีอ่านให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 ฟัง เป็นการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ทั้งฉบับให้โจทก์ฟังโดยชอบ โจทก์จะแยกว่าที่โจทก์ฟังมาแล้วเป็นการฟังเฉพาะคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 เท่านั้น จะขอให้ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ฟังเกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ที่ 3 ไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องจาก หลังจากที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสามและจำเลยทั้งสามอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วต่อมาจำเลยที่ ๑ ที่ ๓ ถูกส่งตัวไปคุมขังที่เรือนจำกลางบางขวางเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแล้วได้ส่งคำพิพากษาและสำนวนไปศาลชั้นต้นศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์และจำเลยที่ ๒ ฟังเมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๑๕ แล้วส่งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไปให้ศาลจังหวัดนนทบุรีอ่านให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ที่ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวางฟัง ศาลจังหวัดนนทบุรีได้อ่านให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ฟังแล้วเมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๑๕ ต่อมาวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน๒๕๑๕

โจทก์ยื่นคำร้องว่าโจทก์ได้รับทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะจำเลยที่ ๒ ซึ่งศาลได้อ่านให้ฟังแล้วเมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๑๕ส่วนจำเลยที่ ๑ ที่ ๓ ศาลส่งคำพิพากษาไปอ่านให้จำเลยฟังที่ศาลจังหวัดนนทบุรีโจทก์ทราบว่าศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ร่วมและจำเลยที่ ๑ที่ ๓ ฟังแล้ว จึงขอให้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ฟังเกี่ยวกับจำเลยที่ ๑และที่ ๓

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ถือว่าโจทก์ทราบคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๓ ในวันอ่านให้โจทก์ฟังแล้วจะแยกว่าโจทก์ฟังเฉพาะจำเลยที่ ๒ ไม่ได้ จึงไม่มีเหตุที่จะต้องอ่านให้โจทก์ฟังอีก ให้ยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาในกรณีที่จำเลยไม่อยู่โดยไม่ปรากฏว่าหลบหนี ศาลจะอ่านคำพิพากษาให้โจทก์ฟังก่อนโดยอ่านลับหลังจำเลยหาได้ไม่ เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๒ ศาลชั้นต้นจึงอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ ถูกส่งตัวไปคุมขังที่เรือนจำกลางบางขวางจังหวัดนนทบุรี มิใช่เป็นกรณีที่จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ไม่อยู่ตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๘๒ วรรค ๓ ซึ่งศาลต้องรอการอ่านคำพิพากษาไว้ จนกว่าจำเลยจะมาศาล แต่ถือว่าจำเลยที่ ๑ ที่ ๓ มีตัวอยู่ เพียงแต่ถูกส่งตัวไปคุมขังที่อื่นโดยได้รับอนุญาตจากศาลเท่านั้นและจำเลยที่ ๒ ก็ยังถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี การที่ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ฟังพร้อมกับจำเลยที่ ๒ ก่อนแล้วจึงส่งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไปให้ศาลจังหวัดนนทบุรีอ่านให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ ฟัง เป็นการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ทั้งฉบับให้โจทก์ฟังโดยชอบ ซึ่งโจทก์ทราบผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เกี่ยวกับจำเลยทั้งหมดแล้ว โจทก์จะแยกว่าที่โจทก์ฟังมาแล้วเป็นการฟังเฉพาะเกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ เท่านั้นไม่ได้ ดังนั้น จึงไม่มีเหตุที่จะอ่านให้โจทก์ฟังอีก

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุธี ชอบธรรม · วิกรม เมาลานนท์ · สมชัย ทรัพยวณิช
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายผล แดงดี
ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล วัลยะเพ็ชร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้