Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3126/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หลักฐานการจองที่ดินและตึกพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยมีข้อความว่า '1. การจองนี้มีผลผูกพันบริษัท ฯ ภายใน15 วัน นับจากวันจอง 2. หลักฐานนี้เป็นเพียงหลักฐานการจอง บริษัท ฯ จะออกใบรับเงินที่ถูกต้องในวันทำสัญญา3.บริษัท ฯ สงวนสิทธิในการพิจารณาทำสัญญาตามเงื่อนไขและข้อกำหนดของบริษัท ฯ ' ข้อความในข้อ 2 และข้อ3 แสดงว่าโจทก์และจำเลยจะต้องทำสัญญาจะซื้อขายเป็นหนังสือกันอีก โดยจำเลยสงวนสิทธิเป็นผู้พิจารณาวางเงื่อนไขและข้อกำหนดในสัญญาดังกล่าว กรณีจึงต้องตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 366 วรรคสอง เมื่อโจทก์และจำเลยยังไม่ได้ทำสัญญาจะซื้อขายกันในวันที่กำหนดไว้สัญญาจะซื้อขายทรัพย์รายพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงยังไม่เกิดขึ้น โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องบังคับให้จำเลยขายทรัพย์พิพาทให้แก่โจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองโอนที่ดินและตึกแถวพิพาทแก่โจทก์ โดยอ้างว่าโจทก์ได้ตกลงซื้อไว้ในราคา 150,000 บาท และได้ชำระเงิน 2,000 บาทแก่จำเลยที่ 1 ไปแล้ว หากโอนไม่ได้ให้ร่วมกันชำระค่าเสียหายจำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้รับจองการซื้อที่ดินจากโจทก์การจองเป็นการวางเงินเพียงเล็กน้อย เพื่อมิให้จำเลยที่ 1 จำหน่ายที่ดินและตึกให้แก่บุคคลอื่นผู้จองจะต้องไปตกลงทำสัญญากับจำเลยที่ 1 ในเรื่องราคาเป็นต้นอีกครั้งหนึ่ง โจทก์ยังมิได้ตกลงในเรื่องดังกล่าวอันเป็นสารสำคัญในการทำสัญญากับจำเลยที่ 1 สัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ยังไม่เกิด โจทก์ไม่เสียหายตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน

พร้อมตึกแถวตามฟ้องให้แก่โจทก์ และให้รับเงินที่เหลือ 148,000 บาทจากโจทก์จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยที่ 1 คืนเงิน 2,000 บาท ให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกโจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้จองที่ดินโฉนดเลขที่ 17683 แปลงที่ 33พร้อมด้วยตึก 1 ห้อง โดยจองต่อจำเลยที่ 1 ผ่านทางจำเลยที่ 2 เจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 โจทก์ได้ชำระเงินค่าจอง 2,000 บาท จำเลยที่ 1 ได้ออกหลักฐานการจองให้ตามเอกสารหมาย จ.1 โจทก์จะต้องไปทำสัญญาจะซื้อขายกับจำเลยที่ 1 ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2521 ตามหลักฐานการจองเอกสารหมาย จ.1 ด้านหลังมีข้อความอันเป็นเงื่อนไขในการจองว่า "1. การจองนี้มีผลผูกพันกับบริษัทภายใน 15 วันนับจากวันจอง 2.

หลักฐานนี้เป็นเพียงหลักฐานการจอง บริษัทฯ จะออกใบรับเงินที่ถูกต้องในวันทำสัญญา 3. บริษัทฯ สงวนสิทธิในการพิจารณาทำสัญญาตามเงื่อนไขและข้อกำหนดของบริษัทฯ"ในปัญหาที่ว่าสัญญาจะซื้อขายที่ดิน และตึกพิพาทเกิดขึ้นแล้วหรือไม่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อความหลังใบจองข้อ 2 ดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นเพียงหลักฐานการจองที่ดินพิพาท และเงื่อนไขข้อ 3 หลังใบจองนั้นก็ระบุไว้ชัดเจนว่าจำเลยที่ 1 สงวนสิทธิในการที่จะพิจารณาทำสัญญาตามเงื่อนไขและข้อกำหนดของจำเลยที่ 1 แสดงว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 จะต้องทำสัญญาจะซื้อขายเป็นหนังสือกันอีก โดยจำเลยที่ 1 สงวนสิทธิเป็นผู้พิจารณาวางเงื่อนไขและข้อกำหนดในสัญญาดังกล่าว กรณีจึงต้องตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 366 วรรคสอง

ดังนั้นเมื่อโจทก์และจำเลยที่ 1 ยังไม่ได้ทำสัญญาจะซื้อขายกันในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2521 สัญญาจะซื้อขายทรัพย์รายพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จึงยังไม่เกิดขึ้น โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องบังคับให้จำเลยที่ 1 ขายทรัพย์พิพาทให้แก่โจทก์พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนวย อินทุภูติ · สุทิน เลิศวิรุฬห์ · เริ่ม ธรรมดุษฎี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3811/2562

การที่จำเลยมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาสินเชื่อ โดยกำหนดให้โจทก์ทั้งสามดำเนินการด้านนิติกรรมสัญญาและเบิกใช้วงเงินจำนวน 656,000,000 บาท กับจำเลยให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2557 โดยเสนอเงื่อนไขและข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7118/2561

โจทก์ร่างสัญญาว่าจ้างให้จำเลยลงลายมือชื่อและจำเลยขอแก้ไขรายละเอียดก่อน แต่จำเลยก็ให้โจทก์เข้าทำงานตามที่ตกลงกันแล้วโดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าได้มีการพูดถึงเงื่อนไขและข้อตกลงในสัญญาที่ยังตกลงในสัญญาที่ย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6893/2561

สัญญาว่าจ้างบริการทำความสะอาดอาคารและสถานที่ กำหนดว่า การจะเปลี่ยนแปลง แก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อความในสัญญา โดยเฉพาะอัตราค่าบริการ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะต้องตกลงกันเป็นหนังสือลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่ายและแนบท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9108/2558

เดิมจำเลยที่ 1 และที่ 2 ขนสินค้าเองบางส่วนที่เหลือให้โจทก์และบริษัทอื่นรับจ้างขนสินค้าคิดค่าจ้างเป็นรายเที่ยว จึงถือได้ว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 กับโจทก์มีสัญญาต่อกันในการรับจ้างขนสินค้าบางส่วนดังกล่าว ค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6828/2557

ตามประกาศของจังหวัด เรื่อง ประมูลเงินอากรรังนกอีแอ่น ระบุว่า ผู้ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอนุญาตให้เป็นผู้ชนะการประมูลจะต้องมาทำสัญญาอนุญาตเก็บรังนกอีแอ่นกับโจทก์ที่ 2 เมื่อได้รับแจ้งเป็นหนังสือจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้