Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3125/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามหนังสือสัญญาค้ำประกัน จำเลยให้การต่อสู้ว่าได้ลงลายมือชื่อในหนังสือสัญญาค้ำประกันในขณะที่ไม่มีข้อความในเอกสารดังกล่าวเท่ากับจำเลยกล่าวอ้างว่าหนังสือสัญญาค้ำประกันไม่ถูกต้อง โจทก์ต้องนำสืบถึงข้อกล่าวอ้างของโจทก์ให้ปรากฏ ซึ่งต้องอาศัยหนังสือสัญญาค้ำประกันเป็นพยานหลักฐาน เมื่อหนังสือสัญญาค้ำประกันไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ ย่อมใช้เป็นหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 โจทก์จึงฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 118 ป.พ.พ. มาตรา 680

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ กู้ยืมเงินไปจากโจทก์ โดยจำเลยที่ ๒ ได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันการกู้ยืมดังกล่าว ครบกำหนดชำระจำเลยไม่ชำระหนี้ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์จำนวน ๖๐,๓๕๖ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ในต้นเงิน๓๔,๕๐๐ บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ ลงลายมือชื่อในหนังสือสัญญาค้ำประกัน แต่ขณะนั้นหนังสือสัญญาค้ำประกันยังไม่ได้กรอกจำนวนเงินหรือข้อความใด ๆ หนังสือสัญญาค้ำประกันไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีมูลหนี้ต่อกัน ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้เงินแก่โจทก์จำนวน๓๔,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๓๒ เป็นต้นไป กับให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมโดยกำหนดค่าทนายความ ๑,๐๐๐ บาท หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระ ให้จำเลยที่ ๒ ชำระแทน และให้จำเลยที่ ๒ ชำระค่าเสียหายอีก ๔๐๐ บาท แก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๒ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่าหนังสือสัญญาค้ำประกันตามเอกสารหมาย จ.๑ ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์และโจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ ๒ รับผิดตามหนังสือสัญญาค้ำประกันตามเอกสารหมาย จ.๑ จำเลยที่ ๒ ให้การรับว่า ได้ลงลายมือชื่อในหนังสือสัญญาค้ำประกันตามเอกสารหมาย จ.๑ จริง แต่ขณะลงลายมือชื่อยังไม่มีข้อความในเอกสารดังกล่าว

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าตามคำให้การของจำเลยที่ ๒ มิได้ยอมรับว่าได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกัตามเอกสารหมาย จ.๑ โจทก์เขียนข้อความในหนังสือสัญญาค้ำประกันเองโดยจำเลยที่ ๒ ไม่รู้เห็นยินยอม คำให้การของจำเลยที่ ๒ดังกล่าวจึงเป็นการกล่าวอ้างว่าเอกสารหนังสือสัญญาค้ำประกันไม่ถูกต้อง จะฟังว่าจำเลยที่ ๒ ให้การรับว่า จำเลยที่ ๒ ค้ำประกันเงินกู้จำเลยที่ ๑ ดังที่โจทก์กล่าวอ้างไม่ได้ โจทก์มีหน้าที่ต้องนำสืบถึงข้อกล่าวอ้างของโจทก์ให้ปรากฏ และการจะนำสืบถึงข้อกล่าวอ้างดังกล่าว โจทก์ก็ต้องอาศัยเอกสารหนังสือสัญญาค้ำประกันเป็นพยานหลักฐาน เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า หนังสือสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.๑ ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ จึงใช้เป็นหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๑๘ และสัญญาค้ำประกันประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๘๐ วรรคสอง

บัญญัติว่าอนึ่ง สัญญาค้ำประกันนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ ดังนี้ เมื่อคดีโจทก์ไม่อาจรับฟังได้ว่า โจทก์มีเอกสารหนังสือสัญญาค้ำประกันมาแสดง โจทก์จึงฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง วรรณกลาง · ประชา บุญวนิช · นิเวศน์ คำผอง
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายธีระศักดิ์ เตียวัฒนานนท์
ศาลอุทธรณ์ - นายวัชรินทร์ รักขพันธ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10406/2554

แบบฟอร์มคำขอกู้ยืมเงินและหนังสือกู้เงินของสมาชิกสหกรณ์ที่โจทก์นำมาใช้กับพนักงานลูกจ้างของโจทก์ ซึ่งคำขอกู้เงินมีสาระสำคัญเพียงว่า จำเลยที่ 1 เสนอคำขอกู้เงินจำนวน 153,500 บาท ส่วนหนังสือกู้เงินมีสาระสำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 913/2548

โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 5 รับผิดตามสัญญาค้ำประกัน จำเลยที่ 5 ให้การต่อสู้ว่าหนังสือสัญญาค้ำประกันเป็นเอกสารปลอม โจทก์จึงมีภาระการพิสูจน์ว่าจำเลยที่ 5 ได้ทำสัญญาค้ำประกันไว้แก่โจทก์จริง เมื่อหนังสือสัญญาค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8880/2547

สัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกันไม่ได้ปิดอากรแสตมป์หรือเสียภาษีอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน ป.รัษฎากร มาตรา 118 บัญญัติว่า ตราสารใดไม่ได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์จะใช้ต้นฉบับหรือสำเนาเอกสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 992/2546

หนังสือค้ำประกันที่จำเลยที่ 2 ทำขึ้นให้ไว้แก่โจทก์มีจำเลยที่ 2 ฝ่ายเดียวลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน จึงเป็นเพียงหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 วรรคสอง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7507/2546

โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามหนังสือสัญญาค้ำประกัน จำเลยให้การต่อสู้เพียงว่า สัญญาค้ำประกันไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วน จึงไม่ชอบเท่านั้น จำเลยไม่ได้ให้การปฏิเสธโดยแจ้งชัดว่าจำเลยไม่ได้ตกลงทำสัญญา ค้ำประกั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้