Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3124/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 เป็นข้าราชการสังกัดกรมราชทัณฑ์จำเลยที่ 4 โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้บัญชาการเรือนจำกลาง จำเลยที่ 2เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัสดุในเรือนจำกลาง และจำเลยที่ 3 เป็นหัวหน้าฝ่ายอบรมและฝึกวิชาชีพในเรือนจำกลาง จำเลยที่ 1 ที่ 2และที่ 3 ได้ร่วมกันสั่งซื้อสินค้าประเภทวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือในการก่อสร้างจากโจทก์โดยไม่ได้รับอนุมัติให้ดำเนินการจัดซื้อ อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบของทางราชการ แต่ระเบียบดังกล่าวเป็นระเบียบปฏิบัติของทางราชการ กำหนดให้หน่วยราชการปฏิบัติจึงเป็นหน้าที่ของจำเลยที่ 4 จะต้องคอยควบคุมดูแลให้ข้าราชการในสังกัดปฏิบัติตาม การที่จำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบการสั่งซื้อวัสดุ การทำบัญชีหนี้สินและการส่งมอบจึงเป็นเรื่องภายในระหว่างจำเลยที่ 4 กับจำเลยที่ 1 โดยเฉพาะหาผูกพันบุคคลภายนอกไม่ จำเลยที่ 4 จะอ้างระเบียบปฏิบัติของส่วนหรือหน่วยราชการมาเพื่อให้พ้นจากความรับผิดหาได้ไม่.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เป็นข้าราชการในสังกัดของกรมราชทัณฑ์จำเลยที่ 4 โดยขณะเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 มีตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการเรือนจำกลางอุบลราชธานี จำเลยที่ 2 มีตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัสดุในเรือนจำกลางอุบลราชธานีและจำเลยที่ 3มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่ายอบรมและฝึกวิชาชีพในเรือนจำกลางอุบลราชธานี จำเลยที่ 4 เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายมีนายสนิท รุจิณรงค์ เป็นอธิบดี จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ซึ่งกระทำภายในขอบเขตแห่งอำนาจหน้าที่ราชการของตนได้ร่วมกันสั่งซื้อสินค้าประเภทวัสดุ อุปกรณ์และเครื่องมือเครื่องใช้ในการก่อสร้างจากร้านของโจทก์ โดยอ้างจะนำไปใช้ในกิจการและการก่อสร้างของส่วนราชการภายในเรือนจำกลางอุบลราชธานี

โจทก์จึงตกลงขายและได้จัดส่งมอบสินค้าตามที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกันสั่งซื้อให้แก่จำเลยทั้งสามรับมอบไปครบถ้วนแล้ว คิดเป็นมูลค่าสินค้าทั้งสิ้นเป็นเงินจำนวน158,949 บาท โดยจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ตกลงจะเบิกจ่ายเงินค่าสินค้าดังกล่าวแก่โจทก์ในปลายเดือนธันวาคม 2527 เมื่อถึงกำหนดเวลาชำระเงินค่าสินค้าตามที่ตกลงกัน จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 หาได้ชำระหนี้แก่โจทก์ไม่ การกระทำของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 อยู่ในขอบเขตแห่งอำนาจหน้าที่และกิจการของจำเลยที่ 4 ซึ่งจำเลยที่ 4 จะต้องรับผิดด้วยโจทก์ได้ทวงถามจำเลยทั้งสี่แล้ว แต่จำเลยทั้งสี่เพิกเฉย จึงขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระหนี้ค่าสินค้าแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การว่า

จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการเรือนจำกลางอุบลราชธานีได้สั่งการในนามของตัวแทนจำเลยที่ 4มอบให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ในฐานะเป็นข้าราชการกรมราชทัณฑ์ผู้ใต้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 1 และที่ 4 ไปสั่งซื้อสินค้าจากนายประวิทย์เป็นจำนวนหลายรายการ รวมเป็นเงินประมาณ 100,000บาทเศษ จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงได้ไปสั่งซื้อสินค้าจากนายประวิทย์ในฐานะตัวแทนของจำเลยที่ 4 และเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 4 และได้รับสินค้าจากนายประวิทย์มาให้จำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นตัวการด้วยเหตุนี้จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดต่อนายประวิทย์ในการชำระราคาสินค้า ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 4 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่เคยสั่งซื้อสินค้าประเภทวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือเครื่องใช้ในการก่อสร้างจากร้านของโจทก์เพื่อนำไปใช้ในกิจการของเรือนจำกลางอุบลราชธานีตามอำนาจหน้าที่ของตน และไม่ปรากฏว่ามีหลักฐานเกี่ยวกับเอกสารเสนอขอซื้อวัสดุอุปกรณ์ของหัวหน้างานต่าง

ๆ ของเรือนจำกลางอุบลราชธานีที่มีถึงผู้บัญชาการเรือนจำกลางอุบลราชธานีจำเลยที่ 1 เพื่อขออนุมัติให้จัดซื้อ และจำเลยที่ 1ได้มีการอนุมัติให้จัดซื้อสินค้าดังกล่าวจากโจทก์ ทั้งโจทก์เองก็ไม่เคยมอบสินค้าประเภทวัสดุ อุปกรณ์และเครื่องมือเครื่องใช้ให้แก่เรือนจำกลางอุบลราชธานี โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 4และถ้าหากจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 สั่งซื้อสินค้าประเภทวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือเครื่องใช้ในการก่อสร้างไปจากโจทก์ ก็เป็นการกระทำไปในฐานะส่วนตัวเพื่อประโยชน์ของตนเอง ไม่มีเจตนาจะให้ผูกพันเรือนจำกลางอุบลราชธานี และจำเลยที่ 4 ทั้งนี้เพราะจำเลยที่ 1ถึงที่ 3 ไม่ได้ดำเนินการตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ และตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ

อีกทั้งมิได้ปฏิบัติตามระเบียบการบัญชี การรับจ่ายเงินและการเก็บรักษาเงินของเรือนจำและทัณฑสถานต่าง ๆ และมิได้จดแจ้งแสดงหลักฐานนำส่งกรมราชทัณฑ์เพื่อให้กรมราชทัณฑ์ทราบฐานะทางการเงินและความผูกพันของเรือนจำกลางอุบลราชธานีกับบุคคลภายนอก ประกอบกับในหลักฐานการรับส่งมอบหน้าที่การงานระหว่างนายอดุลย์ สรรพิบูลย์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางอุบลราชธานีคนปัจจุบันกับจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่22 ตุลาคม 2528 ก็ไม่ปรากฏว่ามีหนี้สินค่าสินค้าดังกล่าวอยู่ในบัญชีส่งมอบหน้าที่การงาน จำเลยที่ 4 จึงไม่จำต้องรับผิดต่อโจทก์ขอให้พิพากษายกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 4 ชำระเงินแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 จำเลยที่ 4 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

จำเลยที่ 4 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 เป็นข้าราชการสังกัดกรมราชทัณฑ์จำเลยที่ 4โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้บัญชาการเรือนจำกลางอุบลราชธานี จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัสดุในเรือนจำกลางอุบลราชธานี และจำเลยที่ 3 เป็นหัวหน้าฝ่ายอบรมและฝึกวิชาชีพในเรือนจำกลางอุบลราชธานี จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ได้ร่วมกันสั่งซื้อสินค้าประเภทวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือในการก่อสร้างจากโจทก์คิดเป็นเงิน 158,949 บาท และยังไม่ได้ชำระค่าสินค้าดังกล่าวให้แก่โจทก์ มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ 4 ว่า จำเลยที่ 4ไม่ต้องรับผิดชำระค่าสินค้าตามฟ้องแก่โจทก์ เพราะหนี้ค่าสินค้าตามฟ้องเกิดจากการที่จำเลยที่ 1 สั่งซื้อและดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุมัติให้ดำเนินการจัดซื้ออันเป็นการกระทำโดยพลการเพื่อประโยชน์ตนเอง

ไม่มีเจตนาจะให้ผูกพันเรือนจำกลางอุบลราชธานีและจำเลยที่ 4 จึงไม่ดำเนินการตามระเบียบแบบแผนของทางราชการในการจัดซื้อสินค้า และไม่ปรากฏหลักฐานการรับมอบสินค้าจากโจทก์และไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้จัดตั้งบัญชีเจ้าหนี้ของเรือนจำกลางอุบลราชธานี และไม่แจ้งจำเลยที่ 4 ทราบ รวมทั้งบัญชีส่งมอบงานในหน้าที่ระหว่างจำเลยที่ 1 กับนายอดุลย์ สรรพิบูลย์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางอุบลราชธานีคนปัจจุบันก็ไม่ปรากฏหลักฐานการเป็นหนี้โจทก์ เห็นว่าระเบียบปฏิบัติที่จำเลยที่ 4 อ้างเป็นระเบียบปฏิบัติของทางราชการกำหนดให้หน่วยราชการปฏิบัติ จึงเป็นหน้าที่ของจำเลยที่ 4 จะต้องคอยควบคุมดูแลให้ข้าราชการในสังกัดปฏิบัติตาม การที่จำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบการสั่งซื้อวัสดุ

การทำบัญชีหนี้สินและการส่งมอบงานจึงเป็นเรื่องภายในระหว่างจำเลยที่ 4 กับจำเลยที่ 1 โดยเฉพาะหาผูกพันบุคคลภายนอกไม่ จำเลยที่ 4จะอ้างระเบียบปฏิบัติของส่วนหรือหน่วยราชการมาเพื่อให้พ้นจากความรับผิดหาได้ไม่ นอกจากนี้จำเลยที่ 1 เป็นผู้บัญชาการเรือนจำกลางอุบลราชธานี จำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นข้าราชการของเรือนจำกลางอุบลราชธานี โจทก์และประชาชนในท้องถิ่นนั้นย่อมรู้จัก ประกอบกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 เคยสั่งซื้อสินค้าจากโจทก์และชำระราคาแล้ว จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 สั่งซื้อสินค้าในคดีนี้จากโจทก์ โจทก์ย่อมเชื่อโดยสุจริตว่า จำเลยที่ 1ที่ 2 และที่ 3 สั่งซื้อสินค้าไปเพื่อใช้ในกิจการของเรือนจำกลางอุบลราชธานี"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข · ประพัฒน์ อุชุภาพ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้