Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3117/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้เชี่ยวชาญที่ตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อจำเลยมีความเห็นว่าลายมือชื่อในสัญญากู้พิพาทไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 เมื่อโจทก์และจำเลยมิได้ตกลงท้ากันให้ถือความเห็นของผู้เชี่ยวชาญในการตรวจพิสูจน์เป็นข้อแพ้ชนะแล้ว แม้ความคิดเห็นตามหลักวิชาของพยานผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวจะเป็นพยานที่ศาลรับฟัง แต่ก็มิใช่ว่าผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นอย่างไร ศาลต้องรับฟังตามนั้นเสมอไปเมื่อปรากฏว่าลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 ในใบรับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องมีลักษณะการเขียนและขนาดของตัวหนังสือคล้ายคลึงกันกับลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 ในสัญญากู้พิพาท ศาลย่อมฟังว่าจำเลยที่ 2กู้ยืมเงินไปจากโจทก์ได้.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นสามีภรรยากัน จำเลยทั้งสองกู้ยืมเงินโจทก์ไป 150,000 บาท ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีกำหนดชำระต้นเงินและดอกเบี้ยภายในวันที่ 25 เมษายน 2526 นับแต่จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ จำเลยไม่เคยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยให้โจทก์ถึงวันฟ้องเป็นเวลา 4 ปี 8 เดือน รวมต้นเงินและดอกเบี้ยเป็นเงิน258,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยร่วมกันชำระเงินจำนวน 258,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 หย่ากันหลายปีแล้วจำเลยที่ 2 ไม่เคยทำสัญญากู้ตามฟ้อง ลายมือชื่อจำเลยที่ 2 ในช่องผู้กู้เป็นลายมือชื่อปลอม จำเลยที่ 2 ไม่เคยตกลงที่จะใช้ดอกเบี้ยให้โจทก์ โจทก์ไม่เคยทวงถามจำเลยที่ 2ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 255,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาว่า จำเลยที่ 2กู้ยืมเงินโจทก์ตามสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 หรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีตัวโจทก์ นายสุพจน์ทนายโจทก์และนางสาวรัตนาผู้เขียนสัญญาเป็นประจักษ์พยานเบิกความยืนยันว่า จำเลยทั้งสองติดต่อนายสุพจน์ให้หาเงินกู้ นายสุพจน์ติดต่อโจทก์ซึ่งเป็นน้องภริยาโจทก์ตกลงให้กู้วันทำสัญญาจำเลยทั้งสองไปที่ร้านของโจทก์ ลงชื่อในสัญญากู้ตามเอกสารหมาย จ.1 และมอบโฉนดที่ดิน 1 ฉบับ ให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันแล้วรับเงินไปจากโจทก์จำนวน 150,000 บาท ที่จำเลยที่ 2นำสืบต่อสู้ว่าไม่เคยนำโฉนดที่ดินไปให้โจทก์ยึดถือเป็นประกันเงินกู้โฉนดที่ดินดังกล่าวหายไป จำเลยที่ 2 ได้แจ้งความที่สถานีตำรวจไว้เป็นหลักฐานแล้ว

หากเป็นความจริง นางสาวรัตนาผู้เขียนสัญญากู้ก็ไม่น่าจะระบุเลขที่โฉนดที่ดินลงในสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1ได้ถูกต้องตรงกับเลขที่โฉนดที่ดินของจำเลย อีกทั้งจำเลยที่ 2ได้ไปแจ้งความว่า โฉนดที่ดินหายเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2525 หลังจากทำสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 ได้ 5 เดือนเศษ การแจ้งความว่าโฉนดที่ดินหายจึงมีข้อพิรุธ นอกจากนี้หลักประกันเพิ่มเติมที่ระบุในสัญญากู้คือบ้านเลขที่ 8 หมู่ 6 ตำบลทับผึ้ง อำเภอศรีสำโรงจังหวัดสุโขทัย ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินโฉนดดังกล่าวก็ตรงกับที่อยู่ของจำเลยที่ 2 ในคำให้การ จึงน่าเชื่อว่าได้มีการนำโฉนดที่ดินและบ้านของจำเลยที่ 2 มาเป็นหลักประกันในการกู้ยืมเงินโจทก์จริงมิใช่เป็นเรื่องที่โจทก์เขียนขึ้นเอง

ส่วนที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าผู้เชี่ยวชาญกองพิสูจน์หลักฐาน กรมตำรวจ ได้ตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 ในสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 โดยเปรียบเทียบกับตัวอย่างลายมือชื่อและลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 ในเอกสารต่าง ๆแล้ว มีความเห็นว่าไม่ใช่ลายมือชื่อของบุคคลคนเดียวกันแสดงว่าจำเลยที่ 2 มิได้ลงชื่อในสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 นั้น เห็นว่าตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2530 ไม่ปรากฏว่าโจทก์และจำเลยตกลงท้ากันให้ถือความเห็นของผู้เชี่ยวชาญในการตรวจพิสูจน์เป็นข้อแพ้ชนะ แม้ความคิดเห็นตามหลักวิชาของพยานผู้เชี่ยวชาญจะเป็นพยานที่ศาลรับฟัง แต่ก็มิใช่ว่าผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นอย่างไรศาลต้องรับฟังตามนั้นเสมอไป กลับได้ความว่าเมื่อครั้งพนักงานเจ้าหน้าที่นำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปส่งให้จำเลย

จำเลยที่ 2 ลงชื่อรับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไว้ด้วยตนเองซึ่งเป็นการลงชื่อก่อนที่จะคิดทำคำให้การแก้คดี ก็ปรากฏว่าลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 ในใบรับหมายนั้นมีลักษณะของการเขียนและขนาดของตัวหนังสือคล้ายคลึงกันกับลายมือชื่อของจำเลยที่ 2ในสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 คดีนี้โจทก์มีประจักษ์พยานและพยานเอกสารประกอบด้วยเหตุผล มีน้ำหนักดีกว่าพยานจำเลย ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้กู้ยืมเงินโจทก์ไปตามฟ้องแล้วไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชำระหนี้ให้โจทก์ตามฟ้องพร้อมดอกเบี้ย ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · วีระชัย สูตรสุวรรณ · เริงธรรม ลัดพลี
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้