Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3116/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยถูกฟ้องหาว่ายักยอกเงินจำนวน 44,000 บาทซึ่งจำเลยกับผู้เสียหายเป็นเจ้าของร่วมกันคนละครึ่ง ก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา จำเลยให้การรับสารภาพและได้นำเงินจำนวน 44,000 บาท มาวางศาลและแถลงขอให้ผู้เสียหายมารับส่วนของผู้เสียหายจำนวน 22,000 บาทไปได้ เช่นนี้เงินจำนวน 22,000 บาท จึงเป็นของผู้เสียหาย แม้ศาลชั้นต้นจะพิพากษายกคำขอของโจทก์ที่ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินแก่ผู้เสียหายก็ไม่ทำให้เงินจำนวนนี้กลับกลายเป็นของจำเลย จำเลยไม่มีสิทธิมาขอรับคืน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

กรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยักยอกเงินจำนวน 44,000 บาทซึ่งจำเลยกับผู้เสียหายเป็นเจ้าของร่วมกัน

จำเลยให้การปฏิเสธ ก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา จำเลยได้นำเงินจำนวน 44,000 บาทมาวางศาลและแถลงขอให้ผู้เสียหายมารับเงินส่วนของผู้เสียหาย 22,000 บาทไปได้ แล้วจำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่รับสารภาพตามฟ้อง ขอให้ศาลรอการลงโทษ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษารอการลงโทษจำเลยมาขอรับเงินส่วนของจำเลยจำนวน 22,000 บาท

ศาลชั้นต้นอนุญาต แต่จำเลยยังไม่รับเอาไป เมื่อคดีถึงที่สุด จำเลยมาแถลงขอรับเงินทั้งหมดจำนวน 44,000 บาทคืนศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยรับไปเฉพาะส่วนของจำเลยจำนวน 22,000 บาทส่วนที่เหลือให้ยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยนำเงินจำนวน 44,000 บาท เท่าจำนวนที่โจทก์ฟ้องมาวางศาลว่าเป็นเงินที่จำเลยกับผู้เสียหายมีส่วนร่วมกัน ซึ่งจะได้คนละ22,000 บาท ให้ผู้เสียหายมารับส่วนของผู้เสียหายไป ขอให้ศาลชั้นต้นลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ เงินจำนวน 22,000 บาทนี้จึงเป็นเงินของผู้เสียหายที่จำเลยยักยอกเอาไป แล้วนำมาคืนให้ผู้เสียหายเพื่อให้ศาลลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ แม้ศาลจะได้พิพากษายกคำขอที่ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 44,000 บาท แก่ผู้เสียหาย

เพราะเห็นว่าไม่เข้าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 ก็ไม่ได้หมายความว่าจำเลยไม่ต้องใช้เงินที่ยักยอกไปคืนแก่ผู้เสียหาย ไม่ทำให้เงินจำนวน 22,000 บาท ที่จำเลยนำมาวางศาลว่าเป็นของผู้เสียหายกลับกลายเป็นของจำเลย ที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของจำเลยและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนนั้นชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพันธ์ ผลฉาย · กิติ บูรพรรณ์ · ประการ กาญจนศูนย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7626/2568

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์ร่วมและจำเลยรวมทั้งบุคคลอื่นอีก 1 คน เป็นผู้ถือหุ้น โดยโจทก์ร่วมและจำเลยเป็นกรรมการในบริษัทร่วมกันกระทำการแทนบริษัท ต่อมาจำเลยเบิกถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากของบริษัทแล้วเบียดบัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2568

จำเลยดึงสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ยังไม่ได้ตรวจไปจากมือของโจทก์ร่วมโดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อมาโจทก์ร่วมปล่อยให้จำเลยนำสลากกินแบ่งรัฐบาลของโจทก์ร่วมไปตรวจรางวัลได้ การกระทำของจำเลยเป็นเพียงการถือวิสาสะเท่านั้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5658/2567

จำเลยทั้งสองเป็นลูกจ้างของโจทก์ โดยจำเลยที่ 1 มีตำแหน่งเป็นพนักงานขาย ส่วนจำเลยที่ 2 มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการ จำเลยที่ 2 มีสิทธิพิเศษสามารถเข้าสู่ระบบของทุกแผนก รวมทั้งสามารถโอนสิทธิในการเข้าสู่ระบบโปรแ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2324/2567

จําเลยเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ม. ผู้เสียหาย ซึ่งพนักงานมหาวิทยาลัยดังกล่าวคือ พนักงานในสถาบันอุดมศึกษาตามความในมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547 พระราชบัญญัติฉบับนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2212/2567

ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดว่าจำเลยมีเจตนายักยอกเอารถตู้ของกลางคันที่เช่าซื้อมาเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริตไป จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายไม่สามารถส่งมอบรถตู้คันที่เช่าซื้อคืนให…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้