Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3113/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์มีรายได้จากการค้ามันอัดเม็ด โจทก์เสียภาษีประจำปีพ.ศ. 2519 ไม่ถูกต้อง เจ้าพนักงานประเมินหมายเรียกให้โจทก์ส่งบัญชีและหลักฐานเอกสารประกอบการลงบัญชีเพื่อตรวจสอบเงินได้ประจำปี โจทก์ให้การต่อเจ้าพนักงานประเมินว่า ไม่สามารถส่งหลักฐานเพราะไม่ได้จัดทำบัญชีไว้ เมื่อเจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินภาษีเงินได้ที่โจทก์ต้องเสียเพิ่มสำหรับปี พ.ศ. 2519 โดยคิดหักค่าใช้จ่ายเทียบเคียงกับการหักค่าใช้จ่ายแบบการเหมาในอัตรา ร้อยละ 85 ตามมาตรา8 ข้อ 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2505 โจทก์ก็ยอมรับโดยไม่โต้แย้งถือได้ว่าโจทก์สละสิทธิในการที่จะนำหลักฐานไปแสดงต่อเจ้าพน้กงานประเมินเพื่อที่จะพิสูจน์ว่าโจทกืม่ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและสมควรมากกว่าที่ถูกหักการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินจึงถือได้ว่าเป็นการหักค่าใช้จ่ายให้ตามความจำเป็นและสมควรและเป็นการประเมินที่ชอบแล้ว.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 23 ป.รัษฎากร มาตรา 40 พ.ร.ฎ.ออกตามความใน ป.รัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2502 มาตรา 8

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีของเจ้าพนักงานประเมินตามหนังสือ ภ.ง.ด. 11 ประจำปี พ.ศ. 2519 ฉบับที่ 9/2519ลงวันที่ 17 มีนาคม 2521 และให้เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ภ.ส. 7 เลขที่/ที่ กค.0842/2529 ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2529 ของจำเลยที่ 2, ที่ 3 และที่ 4 กับขอให้โจทก์ต้องชำระภาษีเงินได้สำหรับปีภาษี พ.ศ. 2519 เป็นเงิน 64,541.93 บาท

จำเลยทั้งสี่ให้การว่า เจ้าพนักงานประเมินได้ทำการประเมินให้โจทก์ชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (เพิ่มเติม) สำหรับเงินได้ของโจทก์ประจำปี พ.ศ. 2519 และคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ได้กระทำโดยชอบด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายทุกประการ ขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินตามหนังสือ ภ.ง.ด. 11 ประจำปี พ.ศ.2519 ฉบับที่ 9/2519 ลงวันที่ 17 มีนาคม 2521 และให้เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ ภ.ส. 7 เลขที่ กค.0842/2529 ลงวันที่ 26มิถุนายน 2529 ของจำเลยที่ 2, ที่ 3 และที่ 4 เสีย ให้โจทก์ชำระภาษีเงินได้สำหรับปีภาษี พ.ศ. 2519 เป็นเงิน 523,436.82บาท คำขอนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาว่าการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อนายบุญศักดิ์ เจียมปรีชา เจ้าพนักงานประเมินสำหรับท้องที่จังหวัดชลบุรีของจำเลยที่ 1 ตรวจสอบพบหลักฐานว่าโจทก์มีเงินได้มากกว่า 250,000 บาท โดยมีเงินได้จากการขายมันอัดเม็ด11,346,987 บาท นายสมบูรณ์ ไพบูลย์ศิริ เจ้าพนักงานประเมินจึงออกหมายเรียกให้โจทก์นำบัญชีที่ต้องจัดทำตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 285 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2515 และหรือบัญชีที่ต้องจัดทำตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด รวมทั้งหลักฐานเอกสารประกอบการลงบัญชี และบัญชีเงินฝากธนาคารทุกธนาคารจำนวน พ.ศ. 2519 ไปส่งมอบเพื่อการตรวจสอบ ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 23 โจทก์ได้มอบอำนาจให้นางกิมตึ้ง แซ่ตั๊นไปให้การต่อเจ้าพนักงานประเมินนางกิมตึ้งให้การว่าโจทก์ไม่ได้จัดทำบัญชีที่ต้องจัดทำตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 285 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2515 และบัญชีที่ต้องจัดทำตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด จึงไม่สามารถส่งหลักฐานเอกสารให้ตรวจสอบ ซึ่งต่อมาวันที่ 10 มีนาคม 2521โจทก์ได้ไปให้การต่อเจ้าพนักงานประเมินอีกว่าไม่สามารถส่งหลักฐานเพราะไม่ได้จัดทำบัญชีไว้

การที่โจทก์เบิกความว่าโจทก์ได้มีหลักฐานค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการของโจทก์ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.4, จ.5, จ.9, จ.10/1, จ.10/2, และจ.10/3 แต่เจ้าพนักงานประเมินหมายเรียกให้โจทก์ส่งบัญชีอย่างเดียว ไม่ได้เรียกให้ส่งหลักฐานโจทก์จึงไม่ได้ส่งให้ ศาลฎีกาได้ตรวจหมายเรียกเอกสารหมาย ล.2 แล้ว ปรากฏว่าในหมายเรียกระบุให้โจทก์ส่งบัญชีและหลักฐาน เอกสารประกอบการลงบัญชี เพื่อตรวจสอบเงินได้ประจำปี พ.ศ. 2519 ของโจทก์ ถ้าโจทก์มีหลักฐานจริงก็น่าจะส่งให้เจ้าพนักงานประเมิน แต่โจทก์อ้างว่าไม่ได้ทำบัญชีไว้ จึงไม่สามารถส่งหลักฐานได้ และและขอให้เจ้าพนักงานประเมินกักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาถือได้ว่าโจทก์ไม่มีหลักฐานไปแสดงต่อเจ้าพนักงานประเมิน

เมื่อเจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินภาษีเงินได้ที่โจทก์ต้องเสียเพิ่มสำหรับปี พ.ศ. 2519 และคิดหักค่าใช้จ่ายโดยเทียบเคียงกับการหักค่าใช้จ่ายแบบการเหมาในอัตราร้อยละ85 ตามมาตรา 8 ข้อ 23 แห่งพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502จึงถือได้ว่าเป็นการหักค่าใช้จ่ายให้ตามความจำเป็นและสมควรแล้ว ซึ่งโจทก์ก็ยอมรับโดยไม่โต้แย้งแต่อย่างใดในชั้นประเมินของเจ้าพนักงานประเมิน แม้ต่อมาโจทก์ได้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์กับได้ส่งหลักฐานเอกสารค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการของโจทก์ แต่กรณีก็ถือได้ว่าโจทก์ได้สละสิทธิในการที่จะนำหลักฐานไปแสดงต่อเจ้าพนักงานประเมินเพื่อที่จะพิสูจน์ว่าโจทก์มีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและสมควรมากกว่าที่ถูกหักเสียแล้ว

โจทก์จะกลับมาอ้างว่าหลักฐานมีอยู่จึงไม่ควรแก่การรับฟัง นอกจากนี้เอกสารที่โจทก์อ้างส่งศาลนั้นไม่มีพยานบุคคลมาสืบรับรองถึงความถูกต้อง จึงเลื่อนลอยรับฟังไม่ได้ว่าโจทก์ได้มีรายการค่าใช้จ่ายอันจำเป็นตามเอกสารเหล่านั้น การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · เดชา สุวรรณโณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3613/2540

ปัญหาว่า การที่โจทก์ยื่นแบบขอชำระภาษีอากรตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ขยายเวลายื่นรายการการชำระภาษีอากรหรือนำส่งภาษีอากรตาม ป.รัษฎากร ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2534 แล้วทำให้โจทก์ไม่ต้องรับผิดชำระเบี้ยป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10135/2539

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าการประเมินภาษีอากรไม่ชอบด้วยมาตรา49แห่งประมวลรัษฎากรเพราะมิได้รับอนุญาตจากอธิบดีนั้นแม้จะมิใช่ปัญหาที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลภาษีอากรกลางแต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรีย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2231/2534

การที่เจ้าพนักงานประเมินจะประเมินภาษีโจทก์ โดยวิธีการตามมาตรา 49แห่งประมวลรัษฎากรได้ จะต้องเป็นกรณีที่เจ้าพนักงานประเมินไม่สามารถทราบได้ว่าโจทก์มีรายได้และรายจ่ายที่แท้จริงเพียงใด หาใช่เพียงแต่เจ้าพนั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4797/2534

โจทก์ได้สร้างบ้านตัวอย่างและจัดเตรียมแบบแปลนบ้านสำหรับปลูกในที่ดินเหมือนกันทุกหลัง ทั้งได้ปลูกสร้างบ้านลงในที่ดินเป็นการล่วงหน้าไว้ก่อนที่ผู้ซื้อจะได้ตกลงทำสัญญากับโจทก์ เป็นกรณีโจทก์ลงมือปลูกสร้างบ้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2301/2531

ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน (ฉบับที่ 11)พ.ศ. 2502 มาตรา 8(33) ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น สำหรับกรณีการให้เช่าซื้อสังหาริมทรัพย์เงิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้