Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3110/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สินค้าชนิดเดียวกันถ้านำเข้ามาในลักษณะที่เป็นอะไหล่รถยนต์จะต้องคิดราคาต*ลาดเพื่อเสียภาษีอากรเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 75 ของราคาที่นำเข้าแบบ ซี.เค.ดี.แต่การนำเข้าแบบซี.เค.ดี. นั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ก่อน จำเลยนำเข้าโดยไม่ได้ขออนุมัติคณะกรรมการนำเข้าแบบ ซี.เค.ดี. จึงต้องคิดราคาต*ลาดเพื่อเสียภาษีเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 75 ของราคาที่นำเข้าแบบ ซี.เค.ดี. การที่เจ้าพนักงานของโจทก์ที่ 1 เพิ่มราคาและแจ้งให้จำเลยชำระภาษีอากรเพิ่มขึ้นจึงชอบ การเรียกเก็บเงินเพิ่มตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2469มาตรา 112 จัตวา นั้นมิใช่เรียกได้เฉพาะกรณีที่มีการวางประกันค่าอากรตามมาตรา 112 ทวิเท่านั้น มิฉะนั้นจะกลายเป็นว่าถ้าวางประกันก็เรียกเก็บเงินเพิ่มได้ แต่ถ้าไม่มีการวางประกันกลับเรียกเก็บเงินเพิ่มไม่ได้ ซึ่งกฎหมายคงไม่ประสงค์จะให้เกิดผลผิดปกติเช่นนั้น การแจ้งการประเมินตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2469 นั้นมิได้มีการกำหนดแบบหรือวิธีการไว้ เมื่อหนังสือที่แจ้งไปยังจำเลยกำหนดให้จำเลยนำค่าภาษีอากรที่ขาดไปชำระภายในเวลาที่กำหนดไว้มิฉะนั้นจะดำเนินการตามที่เห็นสมควรต่อไปย่อมถือเป็นการแจ้งการประเมินแล้ว จำเลยสำแดงราคาของที่นำเข้าผิดสภาพของสินค้าโดยนำเข้ามาอย่างอะไหล่แต่สำแดงราคาเป็นสินค้าที่นำเข้าแบบ ซี.เค.ดี.อันเป็นการหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงอากร สิทธิของโจทก์ที่ 1ที่จะเรียกอากรที่ขาดเพราะเหตุเกี่ยวกับราคาของที่จำเลยนำเข้าจึงมีอายุความ 10 ปี ตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 10วรรคสามตอนแรก มิใช่กรณีที่มีการคำนวณจำนวนอากรผิดวัน จะมีอายุความ 2 ปี ส่วนภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลนั้น เมื่อกรณีของจำเลยมีการแสดงรายการเท็จโดยเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี เจ้าพนักงานย่อมมีอำนาจประเมินให้จำเลยเสียภาษีอากรส่วนที่ขาดได้ภายในกำหนด 10 ปี ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 86 ทวิ(2) จำเลยนำสินค้าพิพาทเข้ามาในปี 2519 เจ้าพนักงานของโจทก์จึงประเมินให้จำเลยชำระภาษีอากรเพิ่มในปี 2524 และฟ้องคดีเมื่อปี 2528 อยู่ในกำหนดระยะเวลา 10 ปี คดีของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ในเรื่องอากรที่ค้างชำระนั้นได้มีบทบัญญัติไว้เป็นพิเศษในพ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 112 จัตวา และ ป.รัษฎากรมาตรา 89 ทวิ ให้ผู้ค้างชำระภาษีต้องเสียเงินเพิ่มตามอัตราที่กำหนดไว้ แต่ไม่เกินจำนวนเงินภาษีอากรที่ต้องชำระ ในกรณีที่มีการค้าง*ชำระเงินภาษีอากรจึงต้องใช้สิทธิเรียกร้องเงินเพิ่มตามบทกฎหมายที่บัญญัติไว้เป็นพิเศษนี้ จะเรียกร้องให้ชำระดอกเบี้ยตามที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. อันเป็นสิทธิเรียกร้องทั่วไปไม่ได้ดังนั้น ที่ศาลล่างทั้งสองให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในต้นเงินอากรที่ค้างชำระนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จอันเป็นการให้ชำระดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. จึงเป็นการไม่ชอบ.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า เมื่อเดือนสิงหาคม 2519 ถึงเดือนพฤศจิกายน 2510 จำเลยสั่งและนำเข้าชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์วอลโว่จากประเทศสวีเดนรวม 47 ครั้ง จำเลยมีหน้าที่ต้องชำระภาษีอากรตามประเภทพิกัดและอัตราของสินค้า โดยคำนวณจากราคาอันแท้จริงในท้องตลาดของสินค้าที่เป็นเครื่องอะไหล่ไม่ใช่ราคาของส่วนประกอบครบชุดสมบูรณ์เพื่อความสะดวกในการที่จะทราบราคาอันแท้จริงในท้องตลาดของสินค้าอะไหล่รถยนต์ จำเลยได้ยื่นบัญชีราคาอะไหล่รถยนต์ ซึ่งแสดงรายการและราคาเครื่องอะไหล่รถยนต์ที่บริษัทผู้ผลิตในต่างประเทศได้จัดทำขึ้นไว้ต่อกองประเมินของโจทก์ที่ 1 ทั้งนี้โดยจำเลยยอมรับว่าราคาอันแท้จริงในท้องตลาดของราคาอะไหล่รถยนต์ที่จำเลยสั่งและนำเข้ามาเป็นไปตามบัญชีราคาอะไหล่ดังกล่าว

ถ้าอะไหล่รถยนต์ชิ้นใดที่จำเลยสั่งและนำเข้ามาไม่ปรากฏรายการและราคาอยู่ในบัญชี จำเลยจะต้องคำนวณราคาจากราคาที่เป็นส่วนประกอบครบชุดสมบูรณ์เพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 75 และถือว่าเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดจำเลยได้ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการค้าจำนวน47 ฉบับ โดยสำแดงรายการว่าเป็นสินค้าส่วนประกอบรถยนต์ครบชุดสมบูรณ์และสำแดงราคาของสินค้าที่นำเข้าในราคาส่วนประกอบครบชุดสมบูรณ์ ต่อมาเจ้าหน้าที่ของโจทก์ที่ 1 ตรวจพบว่าสินค้าที่จำเลยนำเข้าเป็นชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ มิใช่ส่วนประกอบครบชุดสมบูรณ์แต่จำเลยสำแดงรายการเป็นเท็จว่าเป็นชิ้นส่วนประกอบครบชุดสมบูรณ์และสำแดงราคาสินค้าที่นำเข้าต่ำกว่าราคาอันแท้จริงในท้องตลาดกล่าวคือ

ต่ำกว่าราคาที่ปรากฏในบัญชีราคาอะไหล่รถยนต์ และมีชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์อีกหลายชนิดที่จำเลยนำเข้าโดยไม่ปรากฏหรือไม่มีในบัญชีราคาอะไหล่ซึ่งจำเลยมีหน้าที่ต้องสำแดงราคาเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 75 ของราคาส่วนประกอบครบชุดสมบูรณ์ ขอให้บังคับจำเลยชำระอากรขาเข้า ภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลรวมทั้งสิ้น697,344.39 บาท และเงินเพิ่มซึ่งคิดถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2528 อันเป็นวันถัดจากวันฟ้อง คิดเป็นเงินเพิ่มอากรขาเข้าจำนวน 69,523.04บาท และเงินเพิ่มภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลจำนวน 96,333.73บาท รวมเป็นเงินอากรค้างชำระและเงินเพิ่มทั้งสิ้น 1,403,201.16บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การว่า

จำเลยนำเข้าชิ้นส่วนถอดแยกของส่วนประกอบและอุปกรณ์ครบชุดสมบูรณ์ของรถยนต์นั่งยี่ห้อวอลโว่จากต่างประเทศเพื่อนำมาประกอบเป็นรถยนต์นั่งสำเร็จรูปยี่ห้อวอลโว่แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จำเลยมิได้มีวัตถุประสงค์และมิได้ประกอบกิจการซ่อมแซมรถยนต์หรือนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งรถยนต์ ส่วนประกอบและชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์จากต่างประเทศเมื่อจำเลยประกอบเป็นรถยนต์นั่งสำเร็จรูปแล้ว ได้จำหน่ายให้แก่บริษัทสวีเดนมอเตอร์ จำกัดซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายแก่ลูกค้าต่อไปแต่เพียงผู้เดียว และบริษัทสวีเดนมอเตอร์ จำกัด เป็นผู้สั่งชิ้นส่วนอะไหล่ของรถยนต์นั่งวอลโว่เข้ามาเพื่อซ่อมแซมและจำหน่ายในทางการค้าอันเป็นบริการหลังจากจำหน่ายรถยนต์ให้แก่ลูกค้าอีกต่อหนึ่ง

จำเลยไม่ได้ยื่นบัญชีราคาอะไหล่รถยนต์ที่ผู้ผลิตในต่างประเทศได้จัดทำขึ้นไว้ต่อกองประเมินอากรของโจทก์ที่ 1 ผู้ที่ยื่นคือบริษัทสวีเดนมอเตอร์ จำกัด ทั้งไม่เคยยอมรับบัญชีราคาอะไหล่รถยนต์นั้นว่าเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดของชิ้นส่วนถอดแยกของส่วนประกอบและอุปกรณ์ครบชุดสมบูรณ์ชิ้นส่วนรถยนต์ที่จำเลยนำเข้ามาใช่ส่วนเครื่องอะไหล่รถยนต์ที่นำเข้ามาจำหน่ายในสภาพเดิม หรือใช้ทดแทนสับเปลี่ยนชิ้นส่วนรถยนต์ที่สึกหรอหรือเสื่อมสภาพไปตามอายุการใช้งานอันจะต้องเสียภาษีอากรตามที่โจทก์อ้าง แต่เป็นชิ้นส่วนที่เป็นรายละเอียดปลีกย่อยของรถยนต์สำเร็จรูปที่จำเป็นในการประกอบเพื่อให้ได้คุณภาพมาตรฐานที่ดีครบชุดสมบูรณ์ของรถยนต์วอลโว่ทั้งคัน

เหตุที่ชิ้นส่วนที่จำเลยนำเข้ามาบางรายการไม่ปรากฏหรือไม่มีรายการและราคาอยู่ในบัญชีราคาอะไหล่รถยนต์เนื่องจากชิ้นส่วนเหล่านั้นมิใช่อะไหล่ ซึ่งจะปรากฏรายการและราคาในบัญชีชิ้นส่วนถอดแยกของส่วนประกอบและอุปกรณ์ครบชุดสมบูรณ์ที่จำเลยยื่นไว้ต่อโจทก์ที่ 1 และกระทรวงอุตสาหกรรม ดังนั้นจำเลยจึงเสียภาษีอากรตามราคาที่บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายเรียกเก็บอันเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดเหตุที่จำเลยต้องสั่งชิ้นส่วนรถยนต์เข้ามาตามใบขนสินค้าทั้ง 47 ฉบับเนื่องจากชิ้นส่วนที่จำเลยเคยสั่งเข้ามาเพื่อประกอบเป็นรถยนต์นั่งสำเร็จรูปเดิมเกิดความชำรุดส่งมาไม่ครบจำนวน ผิดพลาด เสียหายหรือสูญหายในระหว่างขนส่งทางเรือหรือในระหว่างการผลิตหรือประกอบรถยนต์ จึงจำเป็นต้องสั่งเข้ามาทดแทนเพื่อจะได้ทำการประกอบรถยนต์นั่งสำเร็จรูปให้แล้วเสร็จสมบูรณ์

มิได้สั่งเข้ามาเพื่อซ่อมแซมรถยนต์ เจ้าหน้าที่ของโจทก์ที่ 1 ได้จัดเก็บภาษีอากรในขณะที่จำเลยนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยถูกต้องแล้วและเป็นการผูกพันโจทก์ทั้งสองทั้งโจทก์ไม่เคยประเมินหรือแจ้งการประเมินเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมจากจำเลย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดในเงินเพิ่มอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนของค่าภาษีอากรที่ค้างชำระเพราะกรณีไม่ต้องด้วยพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 112 จัตวาและประมวลรัษฎากรมาตรา 89 ทวิ โจทก์ที่ 1 ฟ้องเรียกเงินค่าอากรเนื่องจากคำนวณจำนวนเงินอากรผิด ดังนั้น สิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงมีกำหนดอายุความ2 ปี นับจากวันที่นำของเข้าตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรพ.ศ. 2469 และสิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่ 2 ในค่าภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลส่วนที่ขาด

มีอายุความ 5 ปี ตามมาตรา 19 และมาตรา 88 ทวิ(1) แห่งประมวลรัษฎากร คดีโจทก์ทั้งสองจึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระภาษีอากรค้างชำระ 697,344.39 บาทและเงินเพิ่มอากรขาเข้าจำนวน 609,523.04 บาท กับเงินเพิ่มภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลจำนวน 96,333.73 บาท รวมเป็นค่าภาษีอากรทั้งสิ้น 1,403,201.16 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินภาษีอากรที่ค้างชำระ 697,344.39 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่าสินค้าที่จำเลยนำเข้ามานั้น จำเลยได้ชำระภาษีอากรถูกต้องแล้วหรือไม่ปัญหานี้ข้อที่โจทก์จำเลยนำสืบโต้แย้งกันก็คือ

สินค้าที่จำเลยนำเข้าทั้ง 47 ครั้งนั้นจะต้องเสียภาษีอากรในราคาของสินค้าที่นำเข้าแบบซี.เค.ดี. หรือจะต้องเสียภาษีอากรในราคาของอะไหล่ ส่วนจำนวนและราคาของที่คิดในราคาแบบ ซี.เค.ดี. และในราคาอะไหล่นั้น จำเลยมิได้นำสืบหักล้างตามที่โจทก์นำสืบมา จำเลยนำสืบว่าของที่นำเข้ามานั้นเป็นการนำเข้าเพื่อทดแทนส่วนที่ขาดและที่ชำรุดเสียหายจากการที่จำเลยนำเข้าแบบ ซี.เค.ดี. ครั้งก่อนจำเลยจึงได้คิดราคาของในการนำเข้าทั้ง 47 ครั้ง ตามราคาแบบ ซี.เค.ดี. ศาลฎีกาได้พิจารณาตัวสินค้าตามรายการที่ปรากฏในใบขนสินค้าขาเข้าและใบกำกับสินค้าที่จำเลยนำเข้าแล้ว ตัวสินค้าแต่ละรายการที่นำเข้ามานั้นมาแสดงให้เห็นว่าตามสภาพของตัวสินค้าที่ปรากฏทุกรายการล้วนเป็นส่วนประกอบที่นำมาใช้เป็นอะไหล่รถยนต์ทั้งสิ้น และเมื่อรวมส่วนประกอบที่จำเลยนำเข้าในแต่ละคราวนั้น

เห็นได้ว่าไม่สามารถนำมาประกอบเป็นรถยนต์สำเร็จรูปได้ทั้งคัน ดังนั้น ในสภาพของตัวสินค้าที่จำเลยนำเข้ามาจึงเข้ามาในลักษณะที่เป็นอะไหล่รถยนต์ ข้อเท็จจริงยุติว่าสินค้าชนิดเดียวกันถ้านำเข้ามาในลักษณะที่เป็นอะไหล่ในการคิดราคาตลาดเพื่อเสียภาษีอากรจะต้องเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 75 ของราคาชิ้นส่วนที่นำเข้าแบบ ซี.เค.ดี. ซึ่งในการนำเข้าแบบ ซี.เค.ดี.นั้นทางการได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ว่าผู้นำเข้าจะได้สิทธิคิดราคาเพื่อเสียภาษีอากรแบบ ซี.เค.ดี. ได้จะต้องมีการขออนุมัติจากคณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ก่อน เมื่อคณะกรรมการดังกล่าวอนุมัติแล้วจึงจะนำเข้าแบบ ซี.เค.ดี. ได้ เช่นนี้ กรณีเป็นที่เห็นได้ว่าจะต้องมีการพิจารณาจากคณะกรรมการก่อนว่าเป็นการนำเข้ามาเพื่อประกอบเป็นรถยนต์สำเร็จรูปตามที่ได้รับการส่งเสริมดังนั้น

การที่จำเลยนำเข้าสินค้าทั้ง 47 ครั้ง ที่พิพาทโดยไม่ขออนุมัติจากคณะกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ก่อน เช่นนี้เป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยมิได้ดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการนำเข้าสินค้าตามที่ตนได้รับการส่งเสริม อันจะทำให้ได้สิทธิเป็นการนำเข้าแบบ ซี.เค.ดี. กรณีจึงถือว่าจำเลยนำเข้าสินค้าดังกล่าวตามลักษณะของผู้นำเข้าทั่ว ๆ ไป ในข้อนี้จำเลยอ้างว่าจำเลยไม่มีวัตถุประสงค์ในการจำหน่ายรถยนต์นั้น ไม่เป็นการต้องห้ามตามกฎหมายว่าจำเลยจะนำเข้าอะไหล่รถยนต์ไม่ได้ ข้อนำสืบของจำเลยที่ว่า เป็นการนำเข้ามาทดแทนชิ้นส่วนที่ขาดและชำรุดนั้น เป็นการกล่าวอ้างถึงเรื่องภายในของจำเลยที่เจ้าหน้าที่ไม่อาจรู้ได้ในเมื่อจำเลยมีสิทธิที่จะนำเข้าแบบ

ซี.เค.ดี. ในกรณีที่ชิ้นส่วนขาดหรือชำรุดจำเลยสามารถนำเข้าแบบ ซี.เค.ดี. ได้โดยขออนุมัติจากคณะกรรมการก่อน การที่จำเลยนำเข้าโดยไม่ขออนุมัติคณะกรรมการตามเงื่อนไขที่ได้รับการส่งเสริม จึงจะถือว่าเป็นการนำเข้าแบบ ซี.เค.ดี. ตามที่ตนได้รับการส่งเสริมย่อมไม่ได้ เพราะถ้าสามารถให้ทำได้ดังที่จำเลยอ้างแล้ว ก็จะมีการนำเข้าโดยไม่มีข้อจำกัดทำให้รัฐต้องสูญเสียอากรที่ควรจะได้ เมื่อสภาพสินค้าที่จำเลยนำเข้านั้นเป็นรูปของอะไหล่และถือไม่ได้ว่าเป็นการนำเข้าแบบ ซี.เค.ดี.การเรียกเก็บภาษีอากรก็ต้องเก็บตามสภาพที่นำเข้ามา คือเก็บในราคาตลาดแบบอะไหล่ การที่จำเลยสำแดงในใบขนสินค้าขาเข้าว่าเป็นสินค้าในราคาแบบ ซี.เค.ดี. จึงเป็นการสำแดงเท็จ

การที่เจ้าพนักงานของโจทก์ที่ 1 เรียกเก็บภาษีอากรตามที่จำเลยสำแดงเท็จไว้โดยเข้าใจผิดคิดว่าจำเลยสำแดงตรงตามความจริงนั้นไม่ทำให้จำเลยพ้นความรับผิดที่จะต้องชำระภาษีอากรตามสภาพของสินค้าที่แท้จริงได้ดังนั้น การที่เจ้าพนักงานของโจทก์ที่ 1 แจ้งให้จำเลยชำระภาษีอากรเพิ่มโดยคำนวณจากราคาของสินค้าที่เป็นอะไหล่ และราคาสินค้าที่คิดแบบอะไหล่ในส่วนที่มีราคาตามบัญชีเอกสารหมาย จ.1 และ จ.9 ซึ่งจำเลยก็มิได้ปฏิเสธว่าราคาอะไหล่ตามที่กำหนดในบัญชีนั้นมิใช่ราคาอันแท้จริงในท้องตลาด ส่วนอะไหล่บางรายการที่ไม่มีราคาอยู่ในบัญชีดังกล่าวเจ้าพนักงานของโจทก์ก็คิดราคาเพิ่มขึ้นอีก 75เปอร์เซ็นต์ ของราคา ซี.เค.ดี. ที่จำเลยสำแดงไว้ในใบขนสินค้าเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดทั้ง

ๆ ที่ข้อเท็จจริงจากการนำสืบได้ความว่าราคาชิ้นส่วนที่เป็นอะไหล่นั้นจะสูงกว่าราคา ซี.เค.ดี.ประมาณ 100 เปอร์เซ็นต์ เจ้าพนักงานของโจทก์กำหนดราคาเพิ่มเพียง75 เปอร์เซ็นต์เพื่อการคำนวณภาษีอากร จึงเป็นการคำนวณภาษีอากรที่เป็นคุณแก่จำเลยอยู่แล้วทั้งจำนวนเงินภาษีอากรที่เจ้าพนักงานของโจทก์คำนวณมานั้น จำเลยมิได้นำสืบหักล้างว่าคำนวณไม่ถูกต้องอย่างไร จำเลยจึงต้องชำระภาษีอากรเพิ่มตามจำนวนที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามา ส่วนที่จำเลยอ้างมาในฎีกาถึงเอกสารที่ผู้ส่งสินค้าเข้ามาให้จำเลยสำหรับใบขนสินค้าบางฉบับว่าผู้ส่งสินค้าหรือผู้ขายมิได้คิดราคาสินค้าเพราะส่งมาทดแทนสินค้าที่ชำรุดเสียหายนั้นก็มิใช่กรณีที่จำเลยมิต้องเสียภาษีอากรตามราคาตลาดสำหรับสินค้าที่ระบุไว้ดังกล่าวได้

เมื่อจำเลยจะต้องชำระภาษีอากรเพิ่มแล้วจำเลยไม่ชำระตามกำหนดเวลา โจทก์จึงมีสิทธิคิดเงินเพิ่มได้ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 112 จัตวา และประมวลรัษฎากรมาตรา 89 ทวิ ซึ่งการเรียกเก็บเงินเพิ่มเติมมาตรา 112 จัตวานั้นมิใช่จะเรียกได้เฉพาะกรณีที่มีการวางประกันค่าอากรตามมาตรา 112 ทวิตามที่จำเลยฎีกามาเท่านั้น มิฉะนั้นจะกลายเป็นว่าถ้าวางประกันก็เรียกเก็บเพิ่มได้ แต่ถ้าไม่มีการวางประกันกลับเรียกเก็บเพิ่มไม่ได้ซึ่งกฎหมายคงไม่ประสงค์จะให้เกิดผลผิดปกติเช่นนั้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชำระภาษีอากรเพิ่มและเงินเพิ่มตามบทกฎหมายที่ได้อ้างถึงนั้นเป็นการชอบแล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาในข้อต่อมาว่า จำเลยมิได้รับแจ้งการประเมินนั้นข้อเท็จจริงได้ความตามที่โจทก์จำเลยนำสืบว่า เจ้าพนักงานของโจทก์ได้มีหนังสือลงวันที่ 13 มีนาคม 2521 ตามเอกสารหมาย จ.8ให้จำเลยดำเนินการพิธีการศุลกากรเพื่อชำระอากรให้ครบถ้วนแต่จำเลยได้มีหนังสือโต้แย้งไปยังเจ้าพนักงานของโจทก์ตามเอกสารหมาย ล.30 และต่อมาเจ้าพนักงานของโจทก์มีหนังสือถึงจำเลยตามเอกสารหมาย จ.5 ว่าข้อโต้แย้งของจำเลยฟังไม่ขึ้น ให้จำเลยนำค่าภาษีอากรที่ขาด จำนวน 901,918.52 บาท ไปชำระตามกำหนดเวลาเห็นว่าการแจ้งประเมินตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 นั้นมิได้มีการกำหนดแบบหรือวิธีการไว้ ในเมื่อตามเอกสารหมาย จ.5ที่แจ้งไปยังจำเลยกำหนดให้จำเลยนำค่าภาษีอากรที่ขาดไปชำระเป็นจำนวนเท่าใดภายในกำหนดเวลาที่กำหนดไว้มิฉะนั้นจะดำเนินการตามที่เห็นสมควรต่อไป เช่นนี้ ถือเป็นการแจ้งประเมินให้จำเลยทราบแล้ว

จำเลยฎีกาในข้อสุดท้ายว่า คดีโจทก์ขาดอายุความนั้นได้ความตามข้อเท็จจริงที่ได้วินิจฉัยข้างต้นแล้วว่าจำเลยสำแดงราคาของที่นำเข้าผิดสภาพของสินค้าโดยนำเข้ามาอย่างอะไหล่ แต่สำแดงราคาเป็นสินค้าที่นำเข้าแบบ ซี.เค.ดี. อันเป็นการหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงอากร สิทธิของโจทก์ที่ 1 จะเรียกอากรที่ขาดเพราะเหตุเกี่ยวกับราคาของที่จำเลยนำเข้าจึงมีอายุความ 10 ปี ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 10 วรรคสองตอนแรกมิใช่กรณีที่มีการคำนวณจำนวนอากรผิดอันจะมีอายุความ 2 ปี ตามที่จำเลยฎีกา สำหรับภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลนั้น เมื่อกรณีของจำเลยมีการแสดงรายการเท็จโดยเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี เจ้าพนักงานมีอำนาจประเมินให้จำเลยเสียภาษีอากรส่วนที่ขาดได้ภายในกำหนด10 ปี ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลรัษฎากร มาตรา 88 ทวิ(2)

จำเลยนำสินค้าพิพาทเข้ามาในปี 2519 เจ้าพนักงานของโจทก์แจ้งประเมินให้จำเลยชำระภาษีอากรเพิ่มในปี 2524 และฟ้องคดีเมื่อปี 2528 อยู่ในกำหนดระยะเวลา 10 ปี คดีของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความแต่ที่ศาลล่างทั้งสองให้จำเลยชำระดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินอากรที่ค้างชำระนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จนั้น ในเรื่องอากรที่ค้างชำระนั้นได้มีบทบัญญัติไว้เป็นพิเศษในพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 112 จัตวา และประมวลรัษฎากร มาตรา 89 ทวิ ให้ผู้ค้างชำระภาษีต้องเสียเงินเพิ่มเติมอัตราที่กำหนดไว้ แต่ไม่เกินจำนวนเงินภาษีอากรที่ต้องชำระในกรณีที่มีการค้างชำระเงินภาษีอากรจึงต้องใช้สิทธิเรียกร้องเงินเพิ่มตามบทกฎหมายที่บัญญัติไว้เป็นพิเศษนี้

จะเรียกร้องให้ชำระดอกเบี้ยตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อันเป็นสิทธิเรียกร้องทั่วไปไม่ได้ ดังนั้นที่ศาลล่างทั้งสองให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในต้นเงินอากรที่ค้างชำระนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จอันเป็นการให้ชำระดอกเบี้ยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขในส่วนนี้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ในส่วนที่ขอให้จำเลยชำระดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม เฟื่องฟุ้ง · ก้าน อันนานนท์ · สุชาติ สุขสุมิตร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้