Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 310/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ศาลมีคำสั่งอายัดเงินซึ่งจำเลยมีสิทธิจะได้รับจากบุคคลภายนอกไว้ก่อนพิพากษาก็เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ให้ได้รับผลตามคำพิพากษา ไม่ใช่เป็นส่วนหนึ่งของการบังคับคดีตามคำพิพากษาซึ่งถ้าโจทก์ชนะคดีแล้วประสงค์จะให้ได้รับผลตามคำพิพากษา โจทก์ก็จะต้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษานั้น ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 260 อีกชั้นหนึ่งได้ความว่า เมื่อศาลสั่งอายัดเงินซึ่งจำเลยมีสิทธิจะได้รับจาก อ. ตามที่โจทก์ขอ ได้ออกหมายอายัดชั่วคราวไปยัง อ. และแจ้งให้ส่งเงินตามหมายอายัดมายังศาลแล้วผู้ร้องชนะคดีเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยคนเดียวกันนี้ในคดีอีกเรื่องหนึ่ง และศาลได้ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อยึดอายัดทรัพย์สินจำเลยใช้หนี้ผู้ร้องเจ้าพนักงานบังคับคดีได้อายัดเงินของจำเลยไปยัง อ. ด้วยแต่ อ. ได้ส่งเงินมาไว้ในคดีนี้ ต่อมาศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีนี้ และออกหมายบังคับคดีตามที่โจทก์ร้องขอและเจ้าพนักงานบังคับคดีก็ขอให้ศาลส่งเงินไปให้ เพื่อทำการยึดไว้ชำระหนี้แก่ผู้ร้อง เมื่อผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในอีกคดีหนึ่งได้ร้องขอและศาลได้ออกหมายบังคับคดีให้จัดการยึดอายัดทรัพย์ของจำเลยและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้อายัดเงินที่จำเลยมีสิทธิจะได้รับต่อ อ. ตั้งแต่ก่อนที่ศาลจะพิพากษาและออกหมายบังคับคดีในคดีของโจทก์นี้แม้ อ. ได้ส่งเงินดังกล่าวมาไว้ในคดีนี้ ก็ต้องถือว่าเป็นการอายัดเงินของจำเลยในคดีที่ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาคดีนี้ในภายหลังจึงไม่มีสิทธิจะโต้แย้งผู้ร้องได้และกรณีที่มีการอายัดทรัพย์ชั่วคราวก่อนคำพิพากษานั้น ผู้ร้องก็ไม่ต้องห้ามที่จะขออายัดทรัพย์สินของจำเลยในคดีนี้(อ้างนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 672/2514) ผู้ร้องจึงมีสิทธิในเงินของจำเลยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

กรณีเนื่องจากโจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็คจากจำเลยเป็นเงิน74,800 บาท พร้อมดอกเบี้ย ศาลแพ่งมีคำสั่งอายัดเงินตามที่โจทก์ขอและออกหมายอายัดชั่วคราวลงวันที่ 10 พฤษภาคม 2515 อายัดเงินประกัน เงินสะสม และเงินบำเหน็จ จำนวน 80,000 บาท ของจำเลยไปยังผู้อำนวยการธนาคารออมสิน วันที่ 4 กันยายน 2515 ผู้อำนวยการธนาคารออมสินส่งเงินที่จำเลยมีสิทธิจะได้รับจำนวน 74,048.99 บาท มาให้ศาลแพ่งวันที่ 11 กันยายน 2515 ศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน74,800 บาท พร้อมดอกเบี้ย และได้ออกหมายบังคับคดีเพื่อให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาตามที่โจทก์ร้องขอ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 260(2) แล้วหัวหน้ากองบังคับคดีแพ่งมีหนังสือถึงศาลแพ่ง

แจ้งว่า ตามที่ศาลแพ่งมีหมายบังคับคดีในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 3692/2514 ระหว่างนายขจรศักดิ์ จิระสุวรรณพจน์ โจทก์ นายรวี โชติดิลก จำเลย ตั้งให้หัวหน้ากองบังคับคดีแพ่งเป็นเจ้าพนักงานบังคับคดี จัดการยึดอายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้น ได้จัดการแล้ว แต่ไม่ปรากฏว่าธนาคารออมสินได้ส่งเงินจำเลยมาไว้ในคดีนี้ จึงขอให้ส่งเงินนั้นไปให้กองบังคับคดีแพ่งเพื่อทำการยึดไว้ชำระหนี้โจทก์ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 3692/2515 ต่อไป ศาลแพ่งมีคำสั่งว่า คดีนี้ ศาลได้พิพากษาให้โจทก์ชนะคดีแล้ว วิธีการชั่วคราวของศาลจึงมีผลต่อไป จนกว่าจะได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 260(2) จึงไม่อาจส่งเงินมาให้ได้ ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยนี้ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 3692/2515ของศาลแพ่งอุทธรณ์คำสั่ง ศาลแพ่งสั่งไม่รับอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลแพ่งที่ปฏิเสธไม่รับอุทธรณ์ระหว่างรอฟังคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งว่าผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 3692/2515ของศาลแพ่ง ซึ่งจำเลยในคดีนี้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาของผู้ร้องเป็นเงิน75,000 บาท ผู้ร้องมีสิทธิในวงเงินของจำเลยที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้อายัดและยึดไว้นั้นแต่ผู้เดียว โจทก์ซึ่งได้ขออายัดไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษาไม่มีสิทธิที่จะบังคับเอาเงินจำนวนดังกล่าวได้ ศาลแพ่งมีคำสั่งว่า ให้รอฟังคำสั่งของศาลอุทธรณ์ก่อน และในระหว่างรอฟังคำสั่งของศาลอุทธรณ์นี้ภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันสิ้นระยะเวลาที่กำหนดไว้ในคำบังคับโจทก์ได้ยื่นคำขอให้ออกหมายบังคับคดีในคดีนี้ลงวันที่ 9 มีนาคม 2516 ตั้งหัวหน้ากองบังคับคดีแพ่งเป็นเจ้าพนักงานบังคับคดีจัดการยึดอายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ (จำเลย) ตามคำพิพากษา

หัวหน้ากองบังคับคดีแพ่งมีหนังสือถึงศาลแพ่งลงวันที่ 30 มีนาคม 2516 ขอให้ส่งเงินจำนวนดังกล่าวไปให้เพื่อชำระหนี้แก่โจทก์คดีนี้ แต่ศาลแพ่งให้รอฟังคำสั่งของศาลอุทธรณ์เช่นเดียวกัน ต่อมาศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของผู้ร้อง ศาลแพ่งจึงได้ดำเนินการพิจารณาคำร้องของผู้ร้องต่อไปโจทก์คัดค้านว่าคำร้องของผู้ร้องไม่ใช่ขอเฉลี่ยหนี้ ไม่ใช่ขัดทรัพย์และไม่ใช่ขอรับชำระหนี้บุริมสิทธิ์ ศาลแพ่งมีคำสั่งว่า เงินจำนวนนี้ศาลได้ยึดไว้ชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 30 (น่าจะเป็นวันที่ 10) พฤษภาคม 2515 และธนาคารออมสินได้ส่งเงินมาศาลตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2516 (น่าจะเป็น พ.ศ. 2515) ศาลได้พิพากษาให้โจทก์ชนะคดีและมีหมายบังคับคดีแล้วถือว่าโจทก์ได้ยึดเงินจำนวนนี้โดยถูกต้องแล้ว

โจทก์จึงมีสิทธิเหนือเงินจำนวนนี้ดีกว่าผู้ร้อง ให้ยกคำร้องของผู้ร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ แม้ศาลจะได้มีคำสั่งอายัดเงินซึ่งจำเลยผู้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษามีสิทธิจะได้รับจำนวน 74,048.99 บาท ไว้ก่อนพิพากษา ไปยังผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และธนาคารออมสินได้ส่งเงินจำนวนนี้มาให้ศาลแพ่งตามคำสั่งอายัดดังกล่าวก็ดี แต่การที่ศาลมีคำสั่งเช่นนั้น ก็เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของเจ้าหนี้ให้ได้รับผลตามคำพิพากษา หาใช่เป็นส่วนหนึ่งของการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งไม่ ซึ่งถ้าชนะคดีแล้วประสงค์จะให้ได้รับผลตามคำพิพากษา ก็จะต้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษามานั้นดังบัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 260 อีกครั้งหนึ่ง

ฉะนั้นคำสั่งอายัดเงินของจำเลยไว้ชั่วคราวก่อนพิพากษาในคดีนี้ จึงมีผลเพียงเท่าที่กล่าวมา เมื่อปรากฏว่าผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้จำเลยตามคำพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 3692/2515 ได้ขอหมายบังคับคดีในคดีนั้น ทั้งศาลแพ่งได้ออกหมายบังคับคดีลงวันที่ 2 สิงหาคม 2515 ตั้งหัวหน้ากองบังคับคดีแพ่งเป็นเจ้าพนักงานบังคับคดี จัดการยึดอายัดทรัพย์ของจำเลยลูกหนี้ตามคำพิพากษา และกองบังคับคดีแพ่งได้ขออายัดเงินของจำเลยที่มีสิทธิจะได้รับต่อธนาคารออมสินเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2515 ซึ่งเป็นเวลาก่อนศาลแพ่งพิพากษา และออกหมายบังคับคดีในคดีนี้ ดังนั้น ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้อายัดเงินของจำเลยลูกหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งมีสิทธิจะได้รับจำนวน 74,048.99 บาท

จากธนาคารออมสินในคดีนั้นแต่ธนาคารออมสินได้ส่งเงินของจำเลยจำนวนดังกล่าวมาไว้ในคดีนี้ ก็ต้องถือว่าเป็นการอายัดเงินของจำเลยลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนั้นแล้ว โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้ภายหลัง จึงไม่มีสิทธิจะโต้แย้งสิทธิของผู้ร้องได้ และเห็นว่ากรณีอายัดทรัพย์ชั่วคราวก่อนพิพากษานั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 ไม่ต้องห้ามมิให้ผู้ร้องอายัดทรัพย์สินของจำเลยในคดีนี้ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 672/2514 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิเหนือเงินจำนวนดังกล่าวนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นว่า ให้ผู้ร้องมีสิทธิในเงินของจำเลยจำนวน 74,048.99 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยงยุทธ เลอลภ · กฤษณ์ โสภิตกุล · อุดม จาละ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้