Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 310/2510

พ.ศ. 2510 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เจ้ามรดกมีหุ้นอยู่ในบริษัทจำเลย เมื่อเจ้ามรดกตายหุ้นของเจ้ามรดกย่อมตกมาเป็นของทายาททันทีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 และ 1600 ทายาท จึงมีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนมติพิเศษของที่ประชุมใหญ่ ตามมาตรา 1195 ได้ แม้ว่าบริษัทจำเลยจะยังไม่ได้จดทะเบียนทายาทเป็นผู้ถือหุ้นก็ตามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1194 หมายความว่าการประชุมครั้งที่ 2 ต้องประชุมกันในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน และไม่มากกว่า 6 สัปดาห์ นับแต่วันประชุมครั้งที่ 1(มิใช่ว่าต้องมีคำบอกกล่าวนัดประชุมครั้งที่ 2 ในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน นับตั้งแต่วันประชุมครั้งที่ 1)ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1190 เมื่อผู้ถือหุ้นสองคนขอให้ลงคะแนนลับแล้ว บริษัทจะต้องลงคะแนนลับ หากฝ่าฝืนมติของที่ประชุมย่อมขัดต่อมาตรา 1194 เมื่อโจทก์ในฐานะผู้ถือหุ้นร้องขอ ศาลก็สั่งเพิกถอนมติขอ ที่ประชุมใหญ่นี้ได้ตามมาตรา 1195การขอให้ลงคะแนนลับไม่ใช่เป็นการเข้าประชุมแทนผู้ถือหุ้นและการขอให้ลงคะแนนลับไม่มีกฎหมายบังคับว่าผู้ถือหุ้นจะต้องไปร่วมประชุมด้วยกรรมการของบริษัทผู้หนึ่งจะอยู่ในตำแหน่งได้ถึงสิ้นปี 2497 เมื่อกรรมการผู้นั้นตายลง กรรมการที่เหลือเลือกผู้อื่นเป็นกรรมการแทนเมื่อ พ.ศ. 2505 ดังนี้ ย่อมขัดกับมาตรา 1155เฉพาะแต่ที่ประชุมใหญ่เท่านั้น อาจตั้งหรือถอนกรรมการได้ตามมาตรา 1151 ฉะนั้น เมื่อบริษัทไม่มีการประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นจะมาฟ้องขอให้เพิกถอนการตั้งกรรมการมิได้ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 9/2510)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนายโอวบุ้นโฮ้ว และเป็นทายาทตามพินัยกรรม นายโอวบุ้นโฮ้วมีหุ้นอยู่ในบริษัทเอ็งอันการพิมพ์จำเลย2,000 หุ้น โจทก์ขอให้จำเลยโอนหุ้นดังกล่าวให้โจทก์ แต่จำเลยปฏิเสธ จึงขอให้บริษัทจำเลยโอนแก้ทะเบียนหุ้นของนายโอวบุ้นโฮ้วให้แก่โจทก์ และขอให้เพิกถอนมติพิเศษการเพิ่มทุนและแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทจำเลยกับขอให้เพิกถอนกรรมการบริษัทจำเลยด้วยจำเลยที่ 1, 2, 3 ให้การต่อสู้หลายประการ จำเลยที่ 4 ขาดนัดยื่นคำให้การผู้ร้องสอดทั้ง 7 อ้างว่าเป็นภริยาและบุตรของนายโอวบุ้นโฮ้ว ขอแบ่งมรดกหุ้นส่วนนี้ด้วยศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจัดการโอนหุ้นให้โจทก์ และนายเกา นายโอวชัวกับนางออยการ์ซังผู้ร้องสอด ให้ยกคำขออื่นของโจทก์โจทก์และผู้ร้องสอดอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาขอให้เพิกถอนมติพิเศษของบริษัทจำเลย และขอให้เพิกถอนการเป็นกรรมการของจำเลยที่ 2, 3, 4ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ทั้งสองได้รับส่วนมรดกเกี่ยวกับหุ้นในบริษัทจำเลยตามพินัยกรรมของนายโอวบุ้นโฮ้ว

ปัญหาจึงมีว่าโจทก์ซึ่งเป็นทายาทของนายโอวบุ้นโฮ้วผู้รับมรดกหุ้นในบริษัทจำเลยสืบแทนนายโอวบุ้นโฮ้วนั้น จะมีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนมติพิเศษของที่ประชุมใหญ่ตามมาตรา 1195 โดยที่บริษัทจำเลยยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้ถือหุ้นได้หรือไม่ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องได้ เพราะเมื่อนายโอวบุ้นโฮ้วตาย หุ้นของนายโอวบุ้นโฮ้วก็ตกทอดมาเป็นของโจทก์ผู้เป็นทายาททันที โจทก์ย่อมอยู่ในฐานะเป็นผู้ถือหุ้นแทนนายโอวบุ้นโฮ้วแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 และ 1600

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์ฎีกาว่า บริษัทจำเลยประชุมครั้งแรกวันที่ 5 มกราคม 2506และได้มีคำบอกกล่าวนัดประชุมครั้งที่ 2 วันที่ 9 มีนาคม 2506 จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1194 วรรค 4 นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่ามาตรา 1194 หมายความว่าการประชุมครั้งที่ 2 ต้องประชุมกันในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน และไม่มากกว่า 6 สัปดาห์ นับแต่วันประชุมครั้งที่ 1 ซึ่งบริษัทจำเลยได้ปฏิบัติโดยชอบแล้ว

ที่โจทก์ฎีกาว่าในการประชุมครั้งที่ 1 โจทก์ได้มีหนังสือไปยังจำเลยขอให้มีการลงคะแนนลับ หุ้นของโจทก์มี 1475 หุ้น ในจำนวน 4,000 บาท เสียงข้างมากในที่ประชุมจึงได้ไม่ถึง 3 ใน 4 ของเสียงทั้งหมด มติของที่ประชุมใหญ่จึงไม่ชอบด้วยมาตรา 1194 วรรค 3

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามมาตรา 1190 เมื่อมีผู้ถือหุ้น 2 คน ขอให้ลงคะแนนลับแล้วจะต้องลงคะแนนลับ โจทก์ทั้งสองได้เสนอขอให้มีการลงคะแนนลับแล้ว การประชุมครั้งแรกมีคะแนนเสียง 1,800 เสียงเท่านั้น ไม่ถึง 3 ใน 4 ของเสียงทั้งหมดมติของที่ประชุมจึงขัดต่อมาตรา 1194 เมื่อโจทก์ในฐานะผู้ถือหุ้นร้องขึ้นมาศาลก็ชอบที่จะสั่งเพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่นี้เสียตามมาตรา 1195 ที่จำเลยโต้แย้งว่า โจทก์มิได้ลงนามในหนังสือขอให้ลงคะแนนลับเอง แต่ให้ผู้รับมอบอำนาจลงนามแทนผู้รับมอบอำนาจไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้น จึงขัดกับข้อบังคับของบริษัทจำเลยที่ว่า "ถ้าผู้ถือหุ้นคนใดไม่สามารถเข้าประชุมโดยตนเองได้อาจมอบฉันทะให้ผู้ถือหุ้นอื่นเข้าประชุมแทน" นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าการขอให้ลงคะแนนลับไม่ใช่เป็นการเข้าประชุมแทนโจทก์ และการที่ผู้ถือหุ้นขอให้ลงคะแนนลับนั้น ไม่มีกฎหมายบังคับไว้ว่า ผู้ถือหุ้นจะต้องไปร่วมประชุมด้วย ข้อโต้แย้งของจำเลยฟังไม่ขึ้นที่โจทก์ฎีกาว่า กรรมการบริษัทจำเลยเลือกจำเลยที่ 4 เป็นกรรมการแทนนายโอวบุ้นโฮ้วเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดที่นายโอวบุ้นโฮ้วจะเป็นกรรมการแล้วจึงไม่ชอบนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่านายโอวบุ้นโฮ้วจะอยู่ในตำแหน่งกรรมการได้ถึงสิ้นปี 2497 กรรมการที่เหลือเลือกจำเลยที่ 4 เป็นกรรมการแทนนายโอวบุ้นโฮ้วเมื่อ พ.ศ. 2505 จึงขัดต่อมาตรา 1155ที่โจทก์ขอให้เพิกถอนการเป็นกรรมการของจำเลยที่ 2, 3 โดยอ้างว่าไม่ได้ออกตามเวรตามมาตรา 1152 นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าตามมาตรา 1151 นั้นเฉพาะแต่ที่ประชุมใหญ่เท่านั้น อาจจะตั้งหรือถอนกรรมการได้ เมื่อบริษัทจำเลยไม่มีการประชุมใหญ่โจทก์ก็ชอบที่จะขอให้มีการประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งกรรมการแทนจำเลยที่ 2, 3 ต่อไปได้จะมาฟ้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนมิได้พิพากษาแก้ให้เพิกถอนมติพิเศษการเพิ่มทุนและแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทจำเลย และให้เพิกถอนคำขอจดทะเบียนดังกล่าวของบริษัทจำเลย ให้เพิกถอนการจดทะเบียนนายเซ็งใช้ จำเลยที่ 4 เป็นกรรมการบริษัทจำเลย นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศริ มลิลา · ยง เหลืองรังษี · สุทิน เกษคุปต์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้