Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 31/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยด่าว่าโจทก์ผู้เป็นมารดาด้วยถ้อยคำหยาบคายว่าโจทก์เป็นสุนัขเป็นคนไม่มีศีลธรรม ให้ที่ดินแล้วยังเอาคืนเป็นคนเนรคุณคน เช่นนี้ เป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถือได้ว่าประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ โจทก์เรียกคืนการให้ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นมารดาจำเลย โจทก์ได้ยกที่สวนซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัยบางส่วน กับที่นา และที่นาป่าช้าให้แก่จำเลยต่อมาจำเลยได้ประพฤติเนรคุณโจทก์โดยไม่ได้ให้การอุปการะเลี้ยงดูในเวลาที่โจทก์ยากไร้ทั้งที่จำเลยสามารถให้ได้ และจำเลยยังด่าว่าโจทก์ว่า อีเฒ่าไม่มีศีลธรรม อีเฒ่าหนอนเจาะ อีหมาให้ที่ดินกูแล้วยังเอาไปขายให้คนอื่นอีก กูไม่เลี้ยงมึงดอก จะเป็นจะตายอย่างไรก็ช่างหัวมึง กูว่ามึงเป็นหมา กูจะเอาอีเฒ่าตายคาคุกเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง ขอให้บังคับจำเลยคืนที่ดินตามฟ้องให้แก่โจทก์ และให้จำเลยโอนที่ดินตามฟ้องเป็นของโจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นมารดาจำเลย เดิมที่ดินพิพาทเป็นของบิดาจำเลยซึ่งเป็นสามีโจทก์

ก่อนบิดาจำเลยตายได้มอบที่พิพาทให้แก่จำเลยโดยมีค่าตอบแทนจำเลยมิได้ประพฤติเนรคุณและมิได้ด่าทอโจทก์ โจทก์มิได้ผู้ยากไร้ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยคืนที่ดินตามฟ้องให้โจทก์และให้จำเลยโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)เลขที่ 2974 และเลขที่ 2977 ตามฟ้องให้โจทก์ หากจำเลยไม่ยอมโอนให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาจำเลยฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ยกที่พิพาทให้แก่จำเลยจริงแล้ววินิจฉัยว่า "ส่วนปัญหาที่ 2 จำเลยได้ประพฤติเนรคุณโจทก์หรือไม่นั้น โจทก์เบิกความว่า วันเกิดเหตุโจทก์ไปบ้านนายเนียม กัณหา บุตรชาย จำเลยได้มาด่าโจทก์ที่บ้านนายเนียมว่า อีหมา อีบ่ มีศีลธรรม ให้กูแล้วยังมาเอาคืน อีเนรคุณกูจะไม่เรียกมึงว่าแม่อีกต่อไปกูจะเรียกมึงเป็นหมา จะเรียกเป็นหมาตลอดไปจนกว่าจะตาย โจทก์มีนายเนียมและนายคำ ห้วยจันทร์เป็นพยาน เบิกความว่า จำเลยได้ด่าว่าโจทก์จริง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าสาเหตุก็มีอยู่โดยโจทก์เอาที่สวนซึ่งโจทก์ว่าเป็นของโจทก์ไปขายให้แก่นายทองดี จำเลยหาว่าโจทก์เอาที่ดินที่บิดาโจทก์ขายให้แล้วให้นายทองดี โจทก์เป็นหญิงชายอายุ 78 ปี จำเลยเคยเลี้ยงดูโจทก์มาก่อน แม้จะมีเรื่องพิพาทกัน ก็ไม่น่าเชื่อว่าโจทก์จะเอาความเท็จมาใส่ความจำเลยซึ่งเป็นบุตร นายเนียมพยานโจทก์แม้จะเป็นบุตรโจทก์ แต่ก็เป็นน้องชายของจำเลยไม่มีเรื่องโกรธเคืองกับจำเลย หากจำเลยไม่ด่าว่าโจทก์ ก็คงจะไม่เป็นพยานสนับสนุนโจทก์ให้กระทำในสิ่งที่ไม่เป็นความจริงผิดวิสัยของผู้เป็นมารดากระทำต่อบุตร ส่วนนายคำนั้นไม่มีส่วนได้เสียเกี่ยวกับคดี เป็นแต่เพียงเดินผ่านได้ยินเสียงด่าจึงเข้ามาเป็นเหตุให้รู้เห็นว่าจำเลยด่าว่าโจทก์ เชื่อว่านายคำเบิกความตามที่รู้เห็นมาจริง ส่วนจำเลยนำสืบอ้างสถานที่อยู่ซึ่งมีแต่จำเลยกับสามีเป็นพยานเบิกความลอย ๆ หามีพยานหลักฐานอื่นสนับสนุนไม่ พยานโจทก์จึงมีน้ำหนักดีกว่าพยานจำเลย และมีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า จำเลยได้ด่าว่าโจทก์ตามฟ้องจริง

ที่จำเลยฎีกาว่าพยานโจทก์เบิกความเกี่ยวกับคำด่าไม่ตรงกันและไม่ตรงกับฟ้องนั้นเห็นว่า เหตุการณ์ผ่านมานานแล้ว จะให้พยานทุกคนจำคำด่าได้หมดนั้นเป็นไปไม่ได้ คำเบิกความจึงย่อมแตกต่างกันบ้างเป็นธรรมดาแต่พยานโจทก์ก็เบิกความสอดคล้องต้องกันว่า จำเลยด่าว่าโจทก์ผู้เป็นมารดาด้วยถ้อยคำหยาบคาย ว่าโจทก์เป็นสุนัข เป็นคนไม่มีศีลธรรม ให้ที่ดินแล้วยังเอาคืน เป็นคนเนรคุณคน เป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงถือได้ว่าประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ โจทก์เรียกคืนการให้ได้ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พลจิตต์ ดียืน · มาโนช เพียรสนอง · สีนวล คงลาภ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1665/2567

แม้โจทก์มีโจทก์อ้างตนเองเป็นพยานเพียงปากเดียวที่เบิกความว่า จำเลยด่าทอโจทก์และไล่โจทก์ออกจากบ้าน ไม่มีพยานโจทก์ปากอื่นเบิกความสนับสนุนก็ตาม ซึ่งจำเลยก็นำสืบปฏิเสธว่าไม่ได้ด่าทอโจทก์ตามที่โจทก์กล่าวอ้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1975/2562

กรณีตาม ป.พ.พ. มาตรา 531 (2) เป็นการเรียกถอนคืนการให้เพราะเหตุผู้รับประพฤติเนรคุณด้วยการหมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรงนั้น มีความจำเป็นที่โจทก์จะต้องระบุมาในคำฟ้องให้ชัดเจนว่าจำเลยที่ 1 ผู้รับกล่าวถ้อย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8752/2558

การที่จำเลยใช้คำ "อีเฒ่าหัวหงอก" และ "มึง" เป็นสรรพนามในการเรียกโจทก์ผู้เป็นมารดา ซึ่งไม่ปรากฏว่าโดยปกติบุคคลทั่วไปรวมถึงจำเลยใช้สรรพนามดังกล่าวแทนมารดา คำดังกล่าวไม่ได้มีความหมายว่ามารดา แต่มีความหมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10552/2557

การที่จำเลยกล่าวต่อโจทก์ซึ่งเป็นบิดาโดยใช้คำว่ามึงกู เป็นคำหยาบไม่ให้ความเคารพโจทก์ ส่วนข้อความที่ว่า "ถ้ากูไม่ช่วยมึง มึงติดคุกไปนานแล้ว" เป็นการกล่าวเพื่อลำเลิกบุญคุณ ที่จำเลยเคยช่วยเหลือโจทก์ในอดีต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1078/2553

ถ้อยคำที่จำเลยด่าโจทก์ว่า "อีแก่ไม่ยุติธรรม มึงทำให้ครอบครัวกูแตกแยก กูจะไม่อยู่กับมึงแล้ว" เป็นการแสดงเจตนาดูหมิ่นโจทก์ซึ่งเป็นอา จำเลยเรียกโจทก์ว่า อีแก่ ขึ้นมึงขึ้นกูกับโจทก์ ย่อมทำให้โจทก์อับอายเส…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้