Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3091/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 426 บัญญัติให้นายจ้างได้รับการชดใช้จากลูกจ้างเฉพาะค่าสินไหมทดแทนที่นายจ้างได้ชดใช้ให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อละเมิดอันลูกจ้างได้ทำไว้เท่านั้นค่าฤชาธรรมเนียมในคดีก่อนที่ผู้เสียหายฟ้องนายจ้างและลูกจ้างให้ร่วมกันรับผิดในละเมิดที่ศาลพิพากษาให้คู่ความชดใช้แก่กันนั้นเป็นการใช้ดุลพินิจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161ส่วนค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดนั้นศาลวินิจฉัยให้รับผิดชดใช้กันตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 428 ถึง 447 ซึ่งมิได้กล่าวถึงค่าฤชาธรรมเนียมที่คู่ความจะต้องชดใช้กันในคดีละเมิดไว้ ดังนั้นจะถือว่าค่าฤชาธรรมเนียมที่ศาลพิพากษาให้นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันชดใช้ให้ผู้เสียหายในคดีก่อนเป็นค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดไม่ได้ นายจ้างจึงฟ้องขอให้ลูกจ้างชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมที่ศาลพิพากษาให้นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันชดใช้ให้แก่ผู้เสียหายเป็นจำนวนทั้งหมดไม่ได้ แต่คำพิพากษาในคดีดังกล่าวมีผลทำให้นายจ้างและลูกจ้างเป็นลูกหนี้ร่วมของผู้เสียหาย ความรับผิดในระหว่างลูกหนี้ร่วมจะต้องเป็นไปตามมาตรา 296 ซึ่งบัญญัติให้ต่างคนต่างต้องรับผิดเป็นส่วนเท่า ๆ กันในกรณีนี้นายจ้างจึงมีสิทธิให้ลูกจ้างชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนที่ชำระเกินไปกว่าความรับผิดคืนจากลูกจ้างได้ตามส่วน.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นลูกจ้างประจำของสำนักงานส่งเสริมเยาวชนสังกัดอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการโจทก์ ศาลแพ่งได้พิพากษาคดีถึงที่สุดตามคดีหมายเลขแดงที่ 5884/2520 ของศาลแพ่งให้จำเลยสำนักงานส่งเสริมเยาวชนและโจทก์ร่วมกันชำระเงิน 396,000 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จและร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมให้แก่นางกอบแก้ว นาจพินิจเด็กชายปานนก นาจพินิจ และเด็กหญิงหทัยชนก นาจพินิจโจทก์ทั้งสามในคดีดังกล่าว เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าที่โจทก์ทั้งสามชนะคดี กำหนดค่าทนายความให้ 5,000 บาท จากกรณีที่จำเลยกระทำละเมิดขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้นายณกรณ์ นาจพินิจถึงแก่ความตาย ซึ่งโจทก์ก็ได้ชำระเงินตามคำพิพากษาดังกล่าวคือต้นเงิน 396,000 บาท

ดอกเบี้ย 28,627.50 บาท ค่าฤชาธรรมเนียม10,544 บาท และค่าทนายความ 5,000 บาท รวมเป็นเงิน 440,171.50 บาทไปแล้ว โจทก์จึงไล่เบี้ยให้จำเลยชดใช้เงินดังกล่าว แต่จำเลยเพิกเฉยขอให้บังคับจำเลยชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า เหตุละเมิดจำเลยมิได้เป็นฝ่ายผิด โจทก์ไม่มีสิทธิจะฟ้องไล่เบี้ยให้จำเลยชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียม ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 424,627.50 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียม 15,544 บาท แก่โจทก์ด้วย ศาลอุทธรณ์ภาค 2พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ค่าฤชาธรรมเนียมที่ศาลพิพากษาให้คู่ความชดใช้แก่กันนั้น ศาลใช้ดุลพินิจสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 ส่วนค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดนั้นศาลวินิจฉัยให้รับผิดชดใช้กันตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 428 ถึง 447 ซึ่งมิได้กล่าวถึงค่าฤชาธรรมเนียมที่คู่ความจะต้องชดใช้กันในคดีละเมิดไว้ ดังนั้นจะถือว่าค่าฤชาธรรมเนียมที่ศาลพิพากษาให้จำเลยชดใช้ให้โจทก์ในคดีละเมิดเป็นค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดไม่ได้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 426 บัญญัติให้นายจ้างได้รับการชดใช้จากลูกจ้างเฉพาะค่าสินไหมทดแทนที่นายจ้างได้ชดใช้ให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อละเมิดอันลูกจ้างได้ทำไว้เท่านั้น

โจทก์จึงฟ้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมที่ศาลพิพากษาให้โจทก์จำเลยและสำนักงานส่งเสริมเยาวชน ร่วมกันชดใช้ให้แก่นางกอบแก้วกับพวกทั้งหมดไม่ได้ แต่คำพิพากษาดังกล่าวมีผลทำให้โจทก์จำเลยและสำนักงานส่งเสริมเยาวชน เป็นลูกหนี้ร่วมของนางกอบแก้วกับพวกความรับผิดในระหว่างลูกหนี้ร่วมจะต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 296 ซึ่งบัญญัติให้ต่างคนต่างต้องรับผิดเป็นส่วนเท่า ๆ กัน ในกรณีนี้โจทก์จึงมีสิทธิให้จำเลยชดใช้เงิน 1 ใน 3 ส่วน ของค่าฤชาธรรมเนียมจำนวน 15,544 บาทที่โจทก์ชำระไปแล้ว คิดเป็นเงินจำนวน 5,181.33 บาท ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่าจำเลยไม่ต้องชดใช้ให้โจทก์ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้เงินจำนวน 429,808.83 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัมพร ทองประยูร · ก้าน อันนานนท์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้