Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 309/2483

พ.ศ. 2483 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กฎหมายลักษณผัวเมียบทที่28 ทำทัณฑ์ให้กับภริยาใหม่ว่าถ้าหากไปคืนดีกับภริยาเดิมยอมให้สินสมรสตกได้แก่ภริยาใหม่ฝ่ายเดียวนั้นไม่เป็นโมฆะตาม ปพพม 113 เป็นแต่เพียงผิดแยกแตกต่างกับที่กฎหมายบัญญัติไว้ตาม ปพพม 114 กฎหมายลักษณผัวเมียบทที่ 68 มิใช่เป็นบทที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนฉะนั้นบุคคลจึงอาจทำสัญญาผิดแผกแตกต่างกับที่บัญญัติไว้ได้ ไม่เป็นโมฆะ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ได้ความว่าโจทก์กับจำเลยสมรสกันเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๓ ก่อนสมรสโจทก์ได้ทำหนังสือทพณฑ์บนให้จำเลยไว้ว่า ถ้า โจทก์ไปคืนดีกับภริยาเดิม ยอมให้สินสมรสตกได้แก่ จำเลยฝ่ายเดียว บัดนี้โจทก์มาฟ้องหย่าและแบ่งสมรส จำเลยไม่ยอมให้แบ่งโดยอ้างหนังสือทัณฑ์บน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า เมื่อโจทก์ทำการสมรสกับจำเลยนั้นเป็นเวลาที่กฎหมายเดิมอนุญาตให้ชายมีภริยาได้หลายคน การที่ จำเลยให้โจทก์ทำสัญญาว่าจะไม่กลับคืนดีกับภริยาเดิมจึงเป็นนิติกรรมที่ผิดศีลธรรมอันดีของประชาชนเป็นโมฆะตาม ประมวลแพ่งฯ มาตรา ๑๑๓

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า หนังสือทัณฑ์บนที่โจทก์ทำให้ จำเลยฝ่าฝืนกฎหมายลักษณผัวเมียบทที่ ๖๘ ซึ่งบัญญัติว่า ผัวเมียหย่ากันต้องคืนสินเดิมและแบ่งสมรสแก่กัน จึงเป็นโมฆะ จำเลยฎีกาว่า หนังสือทัณฑ์บนที่ โจทก์ทำให้จำเลยนั้นไม่เป็นโมฆะ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ทัณฑ์บนที่กล่าวนี้มีวัตถุประสงค์เพียงแต่ว่า ถ้าโจทก์กลับไปคืนดีกับภริยาเดิมแล้ว ให้สินสมรสที่เกิดขึ้นตกได้แก่จำเลยเท่านั้น มิใช่ห้ามไม่ให้โจทก์กลับไปคืนดีกับภริยาเดิม วัตถุประสงค์เช่นนี้มิได้มีบทกฎหมายใดห้ามไม่ให้ทำ ส่วนกฎหมายลักษณผัวเมีย บทที่ ๖๘ ก็บัญญัติเพียงว่าเวลาผัวเมียหย่ากันให้แบ่งสินสมรสตามส่วนที่ฝ่ายใดควรได้เท่าใด มิได้ห้ามโดยชัดแจ้งว่า ไม่ให้ตกลงแบ่งปันกันเป็นอย่างอื่น หรือสละสิทธิที่จะไม่เอาสินสมรสนั้นเสียเลย และบท กฎหมายนี้ก็หาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนไม่ วัตถุประสงค์ของทัณฑ์บนดังกล่าวแล้วจึงเป็นแต่เพียงผิดแผกแตกต่างกับกฎหมายลักษณะผัวเมียที่กล่าวแล้ว ไม่เป็นโมฆะ

อนึ่งวัตถุประสงค์ของ ทัณฑ์บนนี้มิได้ห้ามไม่ให้โจทก์กลับไปคืนดีกับภริยาเดิม เพียงแต่มีเงื่อนไขว่า ถ้า โจทก์กลับคืนดีแล้วโจทก์สละสิทธิไม่เอาสินสมรสที่เกิดขึ้นเท่านั้น จึงไม่เป็นการผิดศีลธรรมอันดีของประชาชน

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ศาลล่างทั้งสอง ในข้อที่ให้แบ่งสมรสให้โจทก์เป็นว่าโจทก์ไม่มีสิทธิจะได้สมรสตามฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · อิศรภักดีธรรมวิเทต · ดูปลาตร์
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - พระนิติกฤตย์ประภันถ์
ศาลอุทธรณ์ - พระราชปรีชา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6294/2545

จำเลยเป็นเพียงผู้อาศัยปลูกบ้านอยู่ในที่ดินพิพาท ไม่ใช่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในคดีที่ ล. มารดาโจทก์ทั้งสี่ฟ้องบังคับให้ ท. จดทะเบียนโอนที่ดิน การที่จำเลยกับ ล. ทำหนังสือสัญญากันระบุว่า ล. จะจดทะเบียนแบ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2541 (เลขอ้างอิง 93070)

พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 มาตรา28 ที่บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดจำหน่ายด้วยประการใด ๆ หรือก่อให้เกิดภาระติดพันใด ๆซึ่งที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินภายในระยะเวลา 3 ปี เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2540

ข้อสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยว่าจำเลยจะทำการรื้อถอนกำแพงคอนกรีตของวัดที่อยู่ติดกับถนนสาธารณประโยชน์ทางทิศตะวันออกของที่ดินแปลงตามสัญญาตกลงร่วมหุ้นออกไปภายใน 40 วัน นับแต่วันทำหนังสือนั้น เมื่อตาม พ.ร.บ.คณ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7810/2540

โจทก์เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติจัดตั้งองค์การของรัฐบาลพ.ศ. 2496 โดยจัดตั้งขึ้นตาม พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร พ.ศ. 2517 โจทก์จึงมีอำนาจเป็นตัวการที่จะกระทำ การใดหรือทำนิติกรรมใด ๆ ไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4278/2540

ขณะที่ ก.บิดาของโจทก์กับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโอนที่ดินตามฟ้องให้แก่ ก.นั้น ที่ดินตามฟ้องยังอยู่ในระยะเวลาห้ามโอนซึ่งมีกำหนด 10 ปี ข้อตกลงดังกล่าวเป็นการหลีกเลี่ยงข้อกำหน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้