Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3089/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย การที่โจทก์ขอออก น.ส. 3 ก.ที่ดินของตนรวมทั้งที่พิพาทโดยโจทก์ไม่ได้ครอบครองที่พิพาทเลยจึงถือไม่ได้ว่าเป็นการแย่งการครอบครอง โจทก์ย่อมจะอ้างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 วรรคแรก มาใช้บังคับหาได้ไม่และเมื่อโจทก์ไม่มีสิทธิในที่พิพาท การที่โจทก์ไปขอออก น.ส.3 ก.จึงเป็นการละเมิดต่อจำเลย ตราบใดที่ น.ส.3 ก. ไม่ถูกเพิกถอนย่อมถือว่าการกระทำละเมิดยังมีอยู่ ฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1จึงไม่ขาดอายุความ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) เลขที่ 2697 เมื่อประมาณกลางเดือนกรกฎาคม 2532จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันบุกรุกเข้าไปทำนาในที่ดินของโจทก์ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ 20 ตารางวาอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์และแย่งการครอบครองที่ดินของโจทก์ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้พิพากษาว่าโจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ห้ามจำเลยทั้งสองและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ นับแต่ปี 2532จนกว่าจำเลยทั้งสองจะหยุดการกระทำละเมิดจำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า นายแดงบิดาของจำเลยที่ 1มีที่ดินอยู่ 1 แปลง เนื้อที่ 40 ไร่เศษ เป็นที่ดินมีหลักฐานแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1)

ต่อมาในปี 2514 นายแดงได้ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ที่ดินดังกล่าวเป็น น.ส.3เลขที่ 89 หลังจากนั้นจำเลยทั้งสองได้ร่วมกับนายแดงครอบครองทำกินตลอดมา เมื่อปี 2517 โจทก์ได้ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก) ที่ดินของโจทก์ซึ่งอยู่ติดกับที่ดินของนายแดงแปลงดังกล่าวทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือเป็น น.ส.3 ก. เลขที่ 2697ทับที่ดินของนายแดงเป็นเนื้อที่ 2 ไร่ 20 ตารางวา หลังจากนายแดงถึงแก่กรรมแล้ว ประมาณต้นปี 2531 จำเลยที่ 1 ได้ขอรับมรดกที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 89 ของนายแดงและยื่นคำร้องขอให้เปลี่ยนน.ส.3 เป็น น.ส.3 ก. แต่โจทก์คัดค้าน ขอให้พิพากษาว่าที่ดินตามน.ส.3 เลขที่ 89 เนื้อที่ 40 ไร่ 20 ตารางวา เป็นของจำเลยที่ 1ขอให้เพิกถอน

น.ส.3 ก. เลขที่ 2697 เฉพาะส่วนที่โจทก์ออกทับที่ดินของจำเลยที่ 1 เนื้อที่ 2 ไร่ 20 ตารางวา ห้ามโจทก์และบริวารเข้าเกี่ยวข้องอีกต่อไปโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า การขอออก น.ส.3 ก. เลขที่ 2697ของโจทก์นั้นดำเนินไปตามระเบียบและชอบด้วยกฎหมาย เดิมจำเลยทั้งสองได้รับอนุญาตจากโจทก์ให้ทำนาในที่ดินดังกล่าวปีต่อไป แต่เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2531 จำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำขอเปลี่ยน น.ส.3เลขที่ 89 ของจำเลยที่ 1 เป็น น.ส.3 ก. และจำเลยที่ 1 ได้นำเจ้าหน้าที่ที่ดินอำเภอ ทำการรังวัดรุกล้ำเอาที่ดินของโจทก์ไปเป็นเนื้อที่ 2 ไร่ 20 ตารางวา โจทก์จึงคัดค้านและห้ามจำเลยเข้าทำกินในที่พิพาทอีกต่อไป จำเลยที่ 1 ไม่ได้ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนที่พิพาทภายใน 1 ปี และไม่ได้ฟ้องขอเพิกถอนการออก

น.ส.3 ก. ของโจทก์เสียภายในกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่โจทก์ขอออก น.ส.3 ก. ดังกล่าวคดีของจำเลยที่ 1 จึงขาดอายุความ ขอให้พิพากษายกฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ และพิพากษาให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 2697 เฉพาะส่วนที่พิพาทที่ทับที่ดินของจำเลยที่ 1 ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 89เป็นจำนวนเนื้อที่ 2 ไร่ 20 ตารางวา กับห้ามโจทก์และบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่พิพาทอีกต่อไปโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้ฟ้องเพื่อเอาคืนที่พิพาทภายใน 1 ปี และไม่ได้ขอเพิกถอนนิติกรรมการออก น.ส.3 ก. ของโจทก์ภายในกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่โจทก์ออก น.ส.3 ก. ฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 จึงขาดอายุความแล้ว เห็นว่าในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนโดยศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังว่า จำเลยทั้งสองเป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่พิพาท ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยทั้งสองการที่โจทก์ขอออก น.ส.3 ก. ที่ดินของตนรวมทั้งที่พิพาทโดยโจทก์ไม่ได้ครอบครองที่พิพาทเลย จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการแย่งการครอบครองโจทก์ย่อมจะอ้างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 วรรคแรกมาใช้บังคับหาได้ไม่ และเมื่อโจทก์ไม่มีสิทธิในที่พิพาท การที่โจทก์ไปขอออก น.ส.3 ก. จึงเป็นการละเมิดต่อจำเลย ตราบใดที่น.ส.3 ก. ไม่ถูกเพิกถอนย่อมถือว่าการกระทำละเมิดยังมีอยู่ฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 จึงไม่ขาดอายุความพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมคิด ไตรโสรัส · พรชัย สมรรถเวช · สถิตย์ ไพเราะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้