Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3088/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ขับรถตัดหน้ารถยนต์ผู้อื่นในระยะกระชั้นชิดอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติจราจรทางบกฯ มาตรา 52 วรรคแรกและไม่ให้สัญญาณก่อนเลี้ยว ฝ่าฝืนมาตรา 36 จนรถที่จำเลยที่ 2ขับมาในเส้นทางของตนตามปกติชนกับรถของจำเลยที่ 1ดังนี้ เป็นความประมาทของจำเลยที่ 1 โดยตรงหาใช่เพราะเหตุสุดวิสัยหรือเป็นอุบัติเหตุไม่ ผู้เสียหายมีบาดแผลฉีกขาดบนใบหน้าหลายแห่งต้องเย็บตามคิ้วเปลือกตาบนและที่แก้ม เมื่อแผลหายจะมีแผลเป็นติดใบหน้า มองเห็นได้ชัดเจนในระยะ 15 เมตร ถือได้ว่าหน้าเสียโฉมอย่างติดตัวอันเป็นอันตรายสาหัสแล้ว จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกฯ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ลงโทษตามมาตรา 300 ซึ่งเป็นบทหนัก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43, 52, 151, 157 ให้ลงโทษฐานขับรถประมาทมีผู้ได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก 3 เดือน ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขัง3 เดือน ให้ยกฟ้อง สำหรับจำเลยที่ 2

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมานั้น การที่จำเลยเลี้ยวกลับรถเช่นนั้น จำเลยที่ 1 ได้ใช้ความระมัดระวังแล้ว แต่เป็นเพราะเหตุสุดวิสัยและเป็นอุบัติเหตุ รถจึงเกิดชนกัน ไม่ใช่ความประมาทของจำเลยที่ 1

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ขับรถเลี้ยวโดยกระทันหัน ตัดหน้ารถของจำเลยที่ 2 อย่างกระชั้นชิด และก่อนเลี้ยวรถจำเลยที่ 1 ไม่ได้เปิดสัญญาณไฟเลี้ยว จึงเป็นเหตุให้รถยนต์ของจำเลยทั้งสองชนกัน ซึ่งศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้ว การที่จำเลยที่ 1 ขับรถตัดหน้ารถยนต์ผู้อื่นในระยะกระชั้นชิด อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 52 วรรคแรก และไม่ให้สัญญาณก่อนเลี้ยว ฝ่าฝืนมาตรา 36 จนรถที่จำเลยที่ 2 ขับมาในเส้นทางของตนตามปกติเกิดชนกับรถของจำเลยที่ 1 พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าเป็นความประมาทของจำเลยที่ 1โดยตรง หาใช่เพราะเหตุสุดวิสัยหรือเป็นอุบัติเหตุดังจำเลยที่ 1 ฎีกาไม่ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าบาดแผลซึ่งนางเครือวัลย์

ขุนสนิทผู้เสียหายได้รับไม่ถึงกับทำให้หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว ไม่เป็นอันตรายถึงสาหัสนั้นผู้เสียหายมีบาดแผลปรากฏตามคำให้การของแพทย์หญิงศรีสุกัญญาธีรศาสตร์เอกสารหมาย จ.6 ที่คู่ความรับกันคือ บริเวณคิ้วขวายาว 4 เซนติเมตร เปลือกตาขวาด้านบนยาว 1 เซนติเมตร หัวตาขวาฉีกยาว1 เซนติเมตรแผลฉีกที่คิ้วขวายาว 2 เซนติเมตร หัวคิ้วซ้ายฉีกยาว 3 เซนติเมตร บริเวณแก้มซ้าย 3 แห่ง ยาวแห่งละ 1 เซนติเมตร ถลอกที่จมูก บาดแผลรักษาประมาณ 10 วัน ถ้าไม่มีอาการแทรกซ้อน หลังจากบาดแผลหายแล้ว จะมีแผลเป็นติดใบหน้ามองเห็นได้ชัดเจนในระยะ 15 เมตร และปรากฏตามคำเบิกความของร้อยตำรวจตรีวีระชัย วันกนกกุล พนักงานสอบสวนว่าหลังเกิดเหตุ 2 วันพบผู้เสียหายเห็นมีรอยแผลถูกเย็บบริเวณใบหน้าหลายแห่ง

เห็นว่า บาดแผลฉีกขาดบนใบหน้าหลายแห่งต้องเย็บตามคิ้ว เปลือกตาบนและที่แก้ม เมื่อแผลหายจะมีแผลเป็นติดใบหน้า มองเห็นได้ชัดเจนในระยะ15 เมตร ถือได้ว่าหน้าเสียโฉมอย่างติดตัว อันเป็นอันตรายสาหัสแล้วปัญหาสุดท้ายที่จำเลยที่ 1 ฎีกาขอให้รอการลงโทษจำเลยที่ 1 ไว้นั้น เห็นว่าการที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด3 เดือน ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังมีกำหนด 3 เดือน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษเป็นการโต้แย้งดุลพินิจของศาล เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พจน์ บุญเลี้ยง · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ยนต์ พิรวินิจ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2981/2568

สำเนาตารางกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถของบริษัทประกันภัยกำหนดค่าสินไหมทดแทนระบุจำนวนเงินคุ้มครองผู้ประสบภัยสำหรับการเสียชีวิตไว้ 500,000 บาท โดยกำหนดค่าเสียหายเบื้องต้นไว้ 35,000 บาท ซึ่งตาม พ.ร.บ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3706/2563

ในคดีอาญาทั่วไป คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ไม่มีบทบัญญัติให้การฎีกาจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา การฎีกาจึงอยู่ในบังคับตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.อ. มาตรา 2…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5400/2560

ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 บัญญัติว่า "ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ ถ้าผู้เสียหายมีสิทธิที่จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพราะเหตุที่ได้รับอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจหรือได้รับความเสื่อมเสียต่อเสรีภาพในร่างกาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2033/2556

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 2 ขับรถยนต์กระบะมาถึงสี่แยกหนองขาหยั่งขณะนั้นสัญญาณจราจรไฟซึ่งติดตั้งไว้บนทางที่จำเลยที่ 2 ขับมาขึ้นเป็นไฟสีแดงซึ่งจำเลยที่ 2 ต้องชะลอความเร็วของรถลงและหยุดรอจนกว่าสัญญาณจร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16572/2555

ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์แล่นสวนทางกับรถจักรยานยนต์ที่จำเลยที่ 2 ขับ เมื่อถึงบริเวณสี่แยกจำเลยที่ 1 ขับรถความเร็วสูงโดยประมาทไม่ดูให้ดีว่าในขณะนั้นมีรถจักรยานยนต์ของจำเลยที่ 2 แล่นสวนทางมาในช่องฝั่ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้