Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3088/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

อายุความฟ้องเรียกค่าเสียหายในมูลละเมิดตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย ฯลฯ ซึ่งมีกำหนด 6 เดือนถูกยกเลิกโดยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 3 จึงต้องใช้อายุความ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 เป็นบทบังคับ จำเลยที่ 1 เป็นผู้นำร่องเรือเดินสมุทร ซึ่งนายเรือต้องปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 ในการนำร่อง จำเลยที่ 1 จึงเป็นผู้ควบคุมยานพาหนะอันเกิดด้วยเครื่องจักรกลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437 เมื่อจำเลยที่ 1 สั่งให้นายเรือเลี้ยวขวาเพื่อทอดสมอโดยยังไม่พ้นเรือโจทก์ที่จอดอยู่ เป็นเหตุให้เรือที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้นำร่องโดนเรือโจทก์เสียหาย ซึ่งหากจำเลยที่ 1 สั่งให้แล่นไปให้พ้นเสียก่อนแล้วจึงเลี้ยวขวาเพื่อทอดสมอก็จะไม่เกิดเหตุขึ้น จึงเป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย ฯลฯ ซึ่งกำหนดให้ผู้นำร่องต้องใช้ความระมัดระวังมากที่สุดเพื่อป้องกันความเสียหายและถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ไม่ใช้ความช่ำชองในวิชาการเรือซึ่งตนมีอยู่ จำเลยที่ 1 จึงเป็นผู้ประมาทเลินเล่อ แม้เรือโจทก์จะจอดเทียบเป็นลำที่ 3 ซึ่งฝ่าฝืนกฎหมายก็มิใช่ผลโดยตรงที่ก่อให้เรือโดนกัน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นพนักงานนำร่องอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 2 มีหน้าที่จัดการนำร่องเรือเดินสมุทรเข้าออกในแม่น้ำเจ้าพระยาจึงเป็นผู้ครอบครองหรือควบคุมดูแลยานพาหนะอันเดินด้วยเครื่องจักรกลจำเลยที่ 1 โดยคำสั่งของจำเลยที่ 2 ให้ปฏิบัติหน้าที่นำร่องเรือเดินสมุทรมารีนเทรดเดอร์เข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อถึงบริเวณหน้าโรงสีเจริญไทยมีเรือฉลอมของโจทก์จอดเทียบขนถ่ายข้าวสารลงเรือโกต้าบางเต็ง ซึ่งเป็นที่คับขันและเรือมารีนเทรดเดอร์กำลังแล่นตามน้ำ จำเลยที่ 1 สั่งให้กัปตันเรือกลับเรือโดยกะทันหัน ท้ายเรือจึงเบนไปโดนเรือโจทก์อย่างแรงอัดกับเรือโกต้าบางเต็งได้รับความเสียหาย ขอให้พิพากษาให้จำเลยทั้งสองซ่อมเรือหรือชดใช้ค่าซ่อมเรือแก่โจทก์ และใช้ค่าขาดประโยชน์ให้โจทก์ด้วยจำเลยทั้งสองให้การว่า

พนักงานนำร่องมีหน้าที่ให้คำแนะนำแก่นายเรือหรือกัปตันผู้ควบคุมเรือเพื่อบังคับเรือให้เดินถูกต้องตามร่องเท่านั้นเหตุคดีนี้เกิดขึ้นเพราะเครื่องจักรเรือทำงานช้า ท้ายเรือจึงเบียดเรือโจทก์เรือโจทก์จอดเทียบเรือใหญ่ลำที่ 3 เป็นการจอดฝ่าฝืนกฎหมาย จึงมิใช่ความประมาทของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 แนะนำการจอดเรือถูกวิธีทุกประการจำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์โจทก์ฟ้องคดีเกิน 6 เดือนนับแต่เกิดเหตุจึงขาดอายุความ ตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456มาตรา 308 ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองซ่อมเรือให้แก่โจทก์หากไม่ซ่อมก็ให้จำเลยใช้ค่าซ่อมเรือแทนโจทก์ และให้ใช้ค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์ด้วยจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า คดีโจทก์ขาดอายุความฟ้องร้องตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456มาตรา 308 นั้น ปรากฏว่าโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้หลังจากเกิดเหตุแล้ว 8 เดือน ปัญหาว่าจะใช้อายุความ 6 เดือนตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา 308 หรือใช้อายุความ 1 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 นั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 3 ได้บัญญัติให้ยกเลิกบรรดากฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่น ๆ ในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในประมวลกฎหมายนี้หรือซึ่งแย้งกับบทแห่งประมวลกฎหมายนี้ ปัญหาที่จะวินิจฉัยคดีนี้เป็นเรื่องอายุความฟ้องร้องเกี่ยวกับละเมิด ซึ่งมีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 แล้ว และอายุความฟ้องร้องเกี่ยวกับละเมิดตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย

พ.ศ. 2456 มาตรา 308 ก็ขัดแย้งกับบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนั้นจึงถูกยกเลิกโดยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 เห็นว่า คดีนี้ต้องใช้มาตรา 448 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นบทบังคับ โจทก์จึงฟ้องจำเลยทั้งสองได้เพราะตั้งแต่วันเกิดเหตุถึงวันฟ้องยังไม่เกิน 1 ปีที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยที่ 1 มิได้ประมาทเลินเล่อทำให้เรือโจทก์เสียหาย นั้น ตามกฎกระทรวงเศรษฐการออกตามความในมาตรา 3และมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย ฯลฯ ข้อ 32ว่า เมื่อจะทำการนำร่องเรือกลไฟลำใด ผู้นำร่องต้องขอทราบจากนายเรือว่าเครื่องจักรของเรือลำนั้นใช้ได้เป็นปกติและถอยหลังได้คล่องแคล่วรวดเร็วดีตัวสมออยู่พ้นน้ำพร้อมเพรียงที่จะใช้ได้ทันที และเครื่องถีบท้ายเรียบร้อยไม่มีสิ่งใดกีดขวางและใช้ได้คล่องดีเป็นปกติหรือไม่

ถ้าเรือลำนั้นมีกำลังไอน้ำไม่พอ หรือเครื่องประกอบเรือดังกล่าวแล้วไม่เรียบร้อยพอที่จะป้องกันมิให้เกิดภยันตรายได้แล้วจะงดนำเรือนั้นไว้จนกว่านายเรือจะจัดการให้เรียบร้อยเสียก่อนก็ได้ และถ้านายเรือขืนจะให้นำเรือในขณะนั้นจงได้ ก็ให้รายงานต่อหัวหน้ากองตรวจท่าหรือเจ้าท่าซึ่งจะเป็นผู้วินิจฉัยและสั่งการโดยเด็ดขาดข้อ 37 ผู้นำร่องที่กระทำการนำร่องมีหน้าที่ต้องปฏิบัติโดยเคร่งครัดตามบทแห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทยฯ พระราชบัญญัติป้องกันเหตุเรือโดนกันฯ และพระราชบัญญัติอื่น ๆ ตลอดจนกฎข้อบังคับที่เกี่ยวเนื่องกันข้อ 47 ผู้นำร่องทุกคนที่นำร่องเรือลำใด ต้องใช้ความระมัดระวังและพยายามให้มากที่สุด ที่จะหลีกเลี่ยงหรือป้องกันมิให้เกิดอันตรายหรือเสียหายขึ้นแก่เรือลำนั้นหรือลำอื่นหรือแก่ทรัพย์สิ่งของใด

ๆ ฯลฯ เมื่อจำเลยที่ 1 เป็นพนักงานนำร่องเรือมารีนเทรดเดอร์จำเลยที่ 1 จึงมีหน้าที่ควบคุมเรือมารีนเทรดเดอร์ให้แล่นไปสู่เป้าหมายด้วยความปลอดภัยในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ดังนั้น จำเลยที่ 1จึงเป็นผู้ควบคุมยานพาหนะอันเดินด้วยเครื่องจักรกล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437 แม้นายเรือและพนักงานเรือก็ต้องอยู่ภายใต้คำสั่งในการนำร่องของจำเลยที่ 1 ด้วย มิใช่จำเลยที่ 1เป็นเพียงผู้แนะนำนายเรือดังที่จำเลยทั้งสองฎีกา ที่จำเลยทั้งสองอ้างว่าเมื่อถึงจุดทอดสมอ จำเลยที่ 1 ได้สั่งให้นายเรือเลี้ยวขวาแต่หัวเรือจะชนตลิ่ง จึงสั่งให้นายเรือถอยหลังหัวเรือหมุนเข้ากลางน้ำ จึงสั่งให้หยุดเครื่องจักรและสั่งให้เดินหน้า แต่เรือไม่อาจเดินหน้าได้ทันท่วงที

เพราะเรือยังถอยหลังเล็กน้อยตามแรงเฉื่อยท้ายเรือจึงไปปะทะเรือโจทก์ ทั้งนี้เพราะเหตุการณ์ในเครื่องจักรกลของเรือมารีนเทรดเดอร์และนายเรือ ประกอบกับเรือโจทก์จอดเทียบเป็นลำที่ 3 อันฝ่าฝืนกฎหมายนั้น เห็นว่า หากจำเลยที่ 1 สั่งให้นายเรือแล่นเรือกลางแม่น้ำเจ้าพระยา และแล่นไปให้พ้นตรงที่จอดเรือโจทก์เสียก่อนแล้วจึงเลี้ยวขวาเพื่อทอดสมอ หรือปฏิบัติหน้าที่ตามกฎกระทรวงดังกล่าวประกอบกับใช้ความช่ำชองในวิชาการเรือเป็นอย่างดีที่มีอยู่ด้วยแล้ว ก็จะไม่เกิดเหตุโดนกันขึ้น เมื่อจำเลยที่ 1 ละเลยไม่ปฏิบัติการดังกล่าว จึงเห็นได้ชัดว่าจำเลยที่ 1 ประมาทเลินเล่อทำให้เรือมารีนเทรดเดอร์โดนเรือโจทก์เสียหาย แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าเรือโจทก์จอดเทียบเป็นลำที่ 3ฝ่าฝืนกฎหมายก็ตาม ก็หาใช่เป็นผลโดยตรงที่ก่อให้เรือมารีนเทรดเดอร์โดนเรือโจทก์ไม่ ข้อกล่าวอ้างของจำเลยทั้งสองเพื่อปัดความรับผิดจึงรับฟังไม่ได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
แถมชัย สิทธิไตรย์ · ขจร หะวานนท์ · อำนัคฆ์ คล้ายสังข์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้