Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3088/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยกระทำความผิดในขณะใช้บังคับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 และ 319 เดิม ซึ่งต่อมาได้ถูกแก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 7 และ ข้อ 12 ศาลจะพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา276 และ 319 ซึ่งแก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่11 ข้อ 7 และข้อ 12 ไม่ได้ เพราะประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าวไม่เป็นคุณแก่จำเลย จำเลยจึงมีความผิดตามกฎหมายเดิมที่ใช้ในขณะกระทำความผิด

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2514 เวลากลางวัน จำเลยได้บังอาจพรากนางสาวสอาด อายุ 17 ปี ไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร โดยจำเลยหลอกลวงว่าจะพาไปหางานทำที่กรุงเทพฯ จนนางสาวสอาดหลงเชื่อยินยอมไปกับจำเลย และต่อมาในวันรุ่งขึ้นเวลากลางวัน จำเลยได้บังอาจข่มขืนกระทำชำเรานางสาวสอาดจนสำเร็จความใคร่หลายครั้ง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276, 319, 91

จำเลยให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276, 319, 91 ให้ลงโทษตามมาตรา 276 ซึ่งเป็นบทหนักกระทงหนัก ลดรับสารภาพแล้วจำคุก 1 ปี และรอการลงโทษให้

โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษหนักขึ้นโดยไม่รอ

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 แก้ไขตามประกาศของคณะปฏิวัติ (ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 7 และมาตรา 319 แก้ไขตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 12 ลงโทษตาม มาตรา 276 และมาตรา 319 เดิม ซึ่งเป็นคุณแก่จำเลยตามมาตรา 3 โดยให้ลงโทษตามมาตรา 276 อันเป็นกระทงหนัก ลดรับสารภาพกึ่งหนึ่งแล้วคงจำคุก 3 ปี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน2514 ข้อ 7 และข้อ 14 นั้นไม่ถูกเพราะประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าวไม่เป็นคุณแก่จำเลย จำเลยจึงมีความผิดตามกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิด ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 1586/2505 ระหว่างพนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดเบตง โจทก์ นายเล่าซิว แซ่เล้า จำเลยส่วนดุลพินิจของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่ายังไม่เหมาะสม

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276 และมาตรา 319 ให้ลงโทษตามมาตรา 276 อันเป็นกระทงที่หนักที่สุดตามมาตรา 91 จำคุก 4 ปี ลดโทษตามมาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 5 ปี ตามมาตรา 56

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล วัลยะเพ็ชร์ · ดวง ดีวาจิน · ธานินทร์ กรัยวิเชียร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้