Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3074/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 ลงวันที่ 29 กันยายน 2515เป็นกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบบริหารราชการและกำหนดอำนาจหน้าที่ผู้ว่าราชการจังหวัดในการบริหารราชการส่วนจังหวัดเท่านั้นหาได้ให้อำนาจแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะเป็นผู้ดำเนินการแทนหน่วยราชการในส่วนกลาง คือ กรมอนามัย ผู้เสียหายไม่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 55 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 มาตรา 53

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องวาโจทก์เป็นนิติบุคคลตามบทกฎหมายโดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรเป็นหัวหน้าบังคับบัญชาบรรดาข้าราชการฝ่ายบริหารส่วนภูมิภาคในเขตจังหวัดพิจิตร จำเลยรับเงินเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่จากประชาชนผู้เจ็บป่วย โดยชอบแล้วจำเลยมีหน้าที่นำส่งให้แก่ทางราชการตามหน้าที่และตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ แต่จำเลยหาได้ปฏิบัติหน้าที่และตามระเบียบของทางราชการดังกล่าวไม่ โดยจำเลยได้นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตน การกระทำของจำเลยเป็นการจงใจปฏิบัติและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ และโดยทุจริต และเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายสูญเสียเงินของทางราชการเป็นเงิน 175,000 บาท จำเลยต้องชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวให้แก่โจทก์

โจทก์ได้ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉยโจทก์เพิ่งรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้พึงต้องใช้สินไหมทดแทนเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2528 คดีของโจทก์ยังไม่ขาดอายุความตามกฎหมายขอให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 175,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีในเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 28พฤศจิกายน 2528 เป็นต้นไป จนกว่าจะใช้เงินโจทก์เสร็จจำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ และให้การตัดฟ้องว่า จำเลยรับราชการสังกัดกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ถึงแม้ว่าโจทก์จะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้าบังคับบัญชาบรรดาข้าราชการฝ่ายบริหารส่วนภูมิภาคในเขตจังหวัดพิจิตร แต่ก็เป็นเพียงลำดับการบังคับบัญชาตามสายงานของฝ่ายบริหารของทางราชการเท่านั้น

มิได้หมายความว่าโจทก์โดยผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจทำการฟ้องร้องและดำเนินคดีแทนกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ในกรณีที่มีการละเมิดเกิดขึ้นเนื่องจากการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการที่สังกัดอยู่ในกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เป็นเหตุให้กรมอนามัยและกระทรวงสาธารณสุขได้รับความเสียหาย และตามฟ้องของโจทก์ก็เป็นการกล่าวอ้างว่า จำเลยได้กระทำการอันเป็นการจงใจปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบและโดยสุจริต ซึ่งเท่ากับเป็นการกล่าวอ้างว่า จำเลยปฏิบัติหรือละเว้นหน้าที่ราชการเป็นเหตุให้กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุขได้รับความเสียหาย โจทก์เองหาได้รับความเสียหายแต่อย่างใดไม่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย

ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นให้งดการชี้สองสถาน แล้ววินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้นเกี่ยวกับอำนาจฟ้องตามคำร้องขอของจำเลยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้องโดยไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องใหม่ภายในอายุความโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ในปัญหาที่ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้หรือไม่นั้น แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่า การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายสูญเสียเงินของทางราชการไป 175,000 บาทแต่เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เงินค่าบำบัดรักษาโรคให้แก่ประชาชนผู้เจ็บป่วยจำนวน 175,000 บาท ที่จำเลยทุจริตยักยอกเอาไปนั้นกรมอนามัยเป็นผู้เสียหาย หาใช่โจทก์เป็นผู้เสียหายไม่โจทก์ก็มิได้ฎีกาโต้แย้งในข้อนี้ จึงฟังได้เป็นยุติว่า โจทก์มิได้รับความเสียหายโดยตรงเนื่องจากการกระทำของจำเลย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์ฎีกาว่า ผู้เสียหายในคดีนี้คือสถานีอนามัยตำบลวังตะกู สังกัดสำนักงานสาธารณสุขอำเภอบางมูลนาก ซึ่งสังกัดอยู่ในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิจิตรโดยมีสาธารณสุขจังหวัดเป็นหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดและทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งรับผิดชอบในราชการของจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงเป็นผู้มีอำนาจที่จะดำเนินการแทนหน่วยงานซึ่งสังกัดอยู่ในจังหวัดได โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 นั้น

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 เป็นกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบบริหารราชการและกำหนดอำนาจหน้าที่ผู้ว่าราชการจังหวัดในการบริหารราชการส่วนจังหวัดเท่านั้น หาได้ให้อำนาจแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะเป็นผู้ดำเนินการแทนหน่วยราชการในส่วนกลางที่เป็นผู้เสียหายซึ่งในคดีนี้ค้อกรมอนามัยไม่ ดังนั้นโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขซึ่งเป็นราชการบริหารส่วนกลางซึ่งสถานีอนามัยตำบลวันตะกูสังกัดอยู่ให้มีอำนาจในการดำเนินคดีแพ่งในกรณีนี้ตามคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่ 2/2521 นั้น ก็ปรากฏว่าโจทก์มิได้กล่าวอ้างตามข้อนี้มาในฟ้อง แต่กลับอ้างว่าโจทก์เองเป็นผู้เสียหาย

นอกจากนี้ศาลฎีกาได้ตรวจพิเคราะห์คำสั่งดังกล่าวที่โจทก์คัดสำเนาแนบมาท้ายฟ้องฎีกาแล้ว ปรากฏว่า ข้อ 1ของคำสั่งดังกล่าวนี้ระบุเพียงว่า การแจ้งความเพื่อดำเนินคดีในทางแพ่งและอาญาเมื่อเกิดการทุจริตหรือเสียหายแก่ทรัพย์สินของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขที่เกิดขึ้นในจังหวัดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทนได้นั้น ก็เป็นการมอบอำนาจในเรื่องการแจ้งความเท่านั้น ไม่มีข้อความระบุชัดว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดได้รับมอบอำนาจให้ฟ้องคดีแทนกระทรวงสาธารณสุขกรมอนามัยแต่ประการใด..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ศักดา โมกขมรรคกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3682/2568

โจทก์และจำเลยตกลงเข้ากันเป็นหุ้นส่วนซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างคอนโดมิเนียมขายนำกำไรมาแบ่งปันกัน ต่อมามีผู้สนใจซื้อที่ดินดังกล่าวและผู้เป็นหุ้นส่วนได้ตกลงขายที่ดินเพื่อทำกำไร อันเป็นกรณีที่หุ้นส่วนเปลี่ย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3230/2568

มารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาทจึงเป็นเรื่องระหว่างมารดาโจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1760/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับ ตามสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการสำหรับห้องหมายเลข FM-B002 ในศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยให้กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้