Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 307/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามหนังสือบริคณห์สนธิของจำเลยที่ 3 ปรากฏในข้อ 3(6) ว่ามีวัตถุประสงค์ในการจำนอง ซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับการค้ำประกันเพื่อชำระหนี้ ดังนี้ ต้องถือว่าการค้ำประกันอยู่ในวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 3 ด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ได้ทำสัญญาขายลดเช็คให้ไว้แก่โจทก์รวมเป็นเงิน 300,000 บาท โดยจำเลยที่ 2ในฐานะส่วนตัวจำเลยที่ 3 และที่ 4 ได้ทำสัญญาค้ำประกันรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมจำเลยที่ 1 ได้นำเช็ค 3 ฉบับ รวมเป็นเงิน 300,000 บาท มาขายลดให้โจทก์ตามสัญญาขายลดเช็ค เมื่อเช็คแต่ละฉบับถึงกำหนดชำระ โจทก์นำเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินทั้งสามฉบับ โจทก์ทวงถามจำเลยทั้งสี่เพิกเฉย จำเลยทั้งสี่ต้องร่วมกันใช้ดอกเบี้ยให้โจทก์ในอัตราร้อยละ 12 ต่อปีตามสัญญาขายลดเช็ค ดอกเบี้ยนับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินถึงวันฟ้องรวม 36,000 บาท เมื่อรวมกับต้นเงินตามเช็ค 300,000 บาท

รวมเป็นเงินที่จำเลยทั้งสี่จะต้องชำระให้โจทก์ 336,000 บาท ขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 12 ต่อปีในต้นเงิน 300,000 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 3 ให้การต่อสู้ว่า จำเลยที่ 3 เป็นนิติบุคคล ไม่มีวัตถุประสงค์ทำการค้ำประกัน สัญญาขายลดเช็ค แม้ได้กระทำในนามของจำเลยที่ 3ก็ไม่ผูกพันจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิดจำเลยที่ 4 ให้การว่า สัญญาค้ำประกันเป็นโมฆะ ทั้งจำเลยที่ 4ได้มีหนังสือแจ้งขอถอนการค้ำประกันจำเลยที่ 1 แล้ว สัญญาค้ำประกันจึงเป็นอันระงับไปไม่มีผลผูกพันจำเลยที่ 4ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระหนี้ 300,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 12 ต่อปี ในต้นเงิน 100,000 บาท

นับแต่วันที่ 13พฤศจิกายน 2518 ในต้นเงิน 100,000 บาท นับแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2518และในต้นเงิน 100,000 บาท นับแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2518 จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์จำเลยที่ 3 ที่ 4 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 3 ฎีกาว่าสัญญาค้ำประกันไม่มีผลผูกพันจำเลยที่ 3 เพราะนอกวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้วัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 3 ตามที่กำหนดในหนังสือบริคณห์สนธิจะมิได้กล่าวถึงการค้ำประกัน แต่ปรากฏตามข้อ 3(6)แห่งหนังสือบริคณห์สนธิของจำเลยที่ 3 ว่า มีวัตถุประสงค์ในการจำนองซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับการค้ำประกันเพื่อชำระหนี้ ดังนี้ ถือว่าการค้ำประกันอยู่ในวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 3 ด้วย จำเลยที่ 3 ค้ำประกันได้ และต้องรับผิดต่อโจทก์ร่วมกับจำเลยที่ 1พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โสพิทย์ คังคะเกตุ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · จินดา บุญศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้