คำฟ้องและคำให้การ
"
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า บทกฎหมายที่ใช้ลงโทษจำเลยได้คือ พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497มาตรา 3 แต่โจทก์กลับขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เงิน พ.ศ. 2477 มาตรา 3 ซึ่งบทกฎหมายดังกล่าวหามีไม่ กรณีเช่นนี้จะถือเป็นการอ้างฐานความผิดหรือบทมาตราผิดมิได้ คำฟ้องของโจทก์ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 148(6) พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาก่อนศาลชั้นต้นส่งสำนวนมายังศาลฎีกาเพื่อพิจารณาพิพากษานางสาวสุมาลี ประธานกุล ผู้เสียหายยื่นคำร้องว่า ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยต่อไป ขอถอนคำร้องทุกข์ จำเลยรับสำเนาแล้วไม่คัดค้านศาลชั้นต้นสั่งว่า
อนุญาตให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความฎีกาโจทก์อุทธรณ์คำสั่งว่า ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจไปสั่งจำหน่ายคดีจากสารบบความของศาลฎีกา ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาหรือมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลชั้นต้น แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนและคำร้องไปให้ศาลฎีกาพิจารณาพิพากษาศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว
ผลคำพิพากษา
พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนและคำร้องไปยังศาลฎีกาเพื่อพิจารณาศาลชั้นต้นจึงส่งสำนวนและคำร้องมายังศาลฎีกาเพื่อพิจารณาศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาคดีแล้ว เห็นว่า ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คเป็นความผิดอันยอมความได้ เมื่อผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์โดยชอบด้วยกฎหมาย และจำเลยไม่คัดค้าน สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2)จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ"