Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 306/2477

พ.ศ. 2477 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำว่า บังอาจ มีความหมายเพียงไร "บังอาจ" เป็นคำใช้เพื่อแสดงว่าไม่มีอำนาจทำได้ตามกฎหมายแม้ตามมาตรา 338 ข้อ 3 จะขาดคำว่าบังอาจก็หาทำให้ความประสงค์ผิดไปจากหลักกฎหมายทั่วไปไม่ แลเมื่อปรากฎว่าต่างสมัครใจทำร้ายกันก็อาจมีโทษตามมาตรานี้ได้ ฎีกาอุทธรณ์ ฟ้องมีมูลเป็นคดีอาชญาหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย วิธีพิจารณาอาชญา คำสั่งระวางพิจารณา การที่ศาลสูงพิจารณาคดีเสร็จสำนวนแล้วสั่งให้ศาลล่างทำอย่างไรต่อไปนั้นไม่ใช่คำสั่งระวางพิจารณาคู่ความย่อมอุทธรณ์ฎีกาได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาชญามาตรา ๓๓๘ ข้อ (๓) ศาลเดิมไม่สืบพะยานทั้ง ๒ ฝ่ายเห็นว่าโจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมัครใจวิวาทกัน การสมัครใจไม่เป็นการบังอาจ เพราะบทที่โจทก์อ้างมาต้องมีการบังอาจ จึงพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นฟ้องโจทก์ถูกต้องแล้วเพราะการทำร้ายกันเป็นการบังอาจในตัวแล้วจึงพิพากษากลับให้ศาลเดิมดำเนินการพิจารณาต่อไปตามรูปความ ป. จำเลยฎีกาว่าฟ้องโจทก์ไม่มีมูลเป็นคดีอาชญา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าคำว่า "บังอาจ" หามีคำอธิบายอยู่ในกฎหมายอาชญามาตรา ๖ ไม่ แ+บเป็นคำที่ใช้เพื่อแสดงความว่าไม่มีอำนาจทำได้ตามกฎหมายก็ได้ชื่อว่าบังอาจ และตามฟ้องโจทก์ก็ปรากฎว่าต่างฝ่ายต่างทำร้ายกัน เพราะฉะนั้นถ้าทำผิดจริงทั้ง ๒ ฝ่ายก็อาจมีโทษตามมาตรา ๓๓๘ ข้อ(๓) ได้แลเห็นว่าตามมาตรา ๓๓๘ ข้อ (๓) แม้จะขาดคำว่าบังอาจก็หามีความประสงค์ผิดแผกไปจากหลักกฎหมายทั่วไปไม่

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อิศร · กฤต · อมาตย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้