Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2516 (เลขอ้างอิง 30573)

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ให้ซึ่งเป็นมารดาผู้รับพูดกับผู้รับว่า อย่าขายที่นาพิพาทเลย ผู้รับกลับเถียงว่านาของกู จะขาย จะทำไม มึงยกให้กูแล้ว อีแม่หมาๆ อีดอกทอง เมื่อไหร่มึงจะตาย ดังนี้ถือได้ว่าผู้รับได้ประพฤติเนรคุณ โดยหมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรง อันเป็นเหตุให้ผู้ให้มีสิทธิเรียกถอนคืนการให้จากผู้รับได้แล้วการเพิกถอนการให้ด้วยเหตุประพฤติเนรคุณนั้น ผู้ให้ชอบที่จะเรียกถอนการให้ได้นับแต่วันทราบเหตุเนรคุณ ภายในกำหนดอายุความตามมาตรา 533 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หากผู้รับได้โอนกรรมสิทธิ์ ที่นาพิพาทให้บุคคลอื่นซึ่งได้รับโอนโดยไม่สุจริต ผู้ให้มีสิทธิขอเพิกถอนนิติกรรมอันเกิดจากการฉ้อฉลนั้นได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา237 โดยถือว่าผู้ให้อยู่ในฐานะเป็นเจ้าหนี้และเป็นฝ่ายต้องเสียเปรียบจากการที่ผู้รับผู้เป็นลูกหนี้ทำการโอนกรรมสิทธิ์ที่นาพิพาทนั้นไป

คำฟ้องและคำให้การ

สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ยกที่นาให้จำเลยซึ่งเป็นบุตรโดยเสน่หา ต่อมาจำเลยได้ประพฤติเนรคุณหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง ขอให้บังคับจำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่นาพิพาทคืนให้โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยกล่าวคำก้าวร้าวล่วงเกินโจทก์ ทั้งจำเลยได้โอนขายที่นาพิพาทให้นายปั่น มะลิขาว ไปแล้ว จำเลยไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่นาพิพาท ขอให้ยกฟ้อง สำนวนหลังโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองรู้อยู่แล้วว่าโจทก์จะยื่นคำฟ้องเรียกที่นาคืนตามสำนวนแรก จำเลยที่ 1 กลับรีบโอนกรรมสิทธิ์ที่นาพิพาทให้จำเลยที่ 2 ก่อนโจทก์ยื่นฟ้องสำนวนแรกหนึ่งวันการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการฉ้อฉลทำให้โจทก์เสียเปรียบ ขอให้พิพากษาเพิกถอนสัญญาซื้อขายที่นาพิพาทระหว่างจำเลยทั้งสอง

จำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าหนี้ และไม่ใช่เจ้าของนาพิพาท การโอนที่นาพิพาทให้จำเลยที่ 2 โจทก์ก็ทราบไม่คัดค้านประการใด การทำสัญญาซื้อขายได้กระทำต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยสุจริต เปิดเผย มีค่าตอบแทน จำเลยที่ 2 ไม่ทราบว่าจำเลยที่ 1 ประพฤติเนรคุณต่อโจทก์ โจทก์เรียกนาคืนจากจำเลยที่ 2 ไม่ได้ ขอให้ยกฟ้องห้ามไม่ให้โจทก์เข้าเกี่ยวข้องกับที่นาพิพาท และให้โจทก์ใช้ค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฟ้องแย้ง และฟังว่าโจทก์ยกที่นาพิพาทให้จำเลยโดยเสน่หา แต่ไม่เชื่อว่าจำเลยกับสามีด่าหมิ่นประมาทโจทก์ทั้งไม่เชื่อว่าจำเลยทั้งสองลักลอบทำการโอนโดยมีพนักงานเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ ฟังไม่ได้ว่าการโอนที่นาพิพาทเป็นการฉ้อฉล พิพากษายกฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่นาพิพาทระหว่างจำเลยทั้งสอง ให้จำเลยที่ 1 โอนที่นาคืนให้โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ทราบจากนางจันทร์ว่า จำเลยที่ 1 จะขายที่นาพิพาทให้จำเลยที่ 2 โจทก์จึงได้ไปที่บ้านของนางจันทร์แล้วตามจำเลยที่ 1 มาพบจำเลยที่ 1 มากับนายภูสามี โจทก์พูดกับจำเลยที่ 1 ว่า อย่าขายที่นาพิพาทเลย จำเลยที่ 1 ก็เถียงว่า นาของกู กูจะขาย จะทำไม มึงยกให้กูแล้ว อีแม่หมา ๆ อีดอกทอง เมื่อไหร่มึงจะตาย ต้องถือว่าจำเลยที่ 1 ได้ประพฤติเนรคุณโดยหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง โจทก์มีสิทธิเรียกถอนคืนการให้จากจำเลยที่ 1 นับแต่วันที่มีเหตุเกิดขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 531 ข้อเท็จจริงน่าเชื่อว่าโจทก์พยายามขัดขวางไม่ให้จำเลยทั้งสองโอนที่นาพิพาทแก่กัน แต่ไม่เป็นผล พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 2 ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่นาพิพาทไว้เช่นนี้

แม้จะมีค่าตอบแทนเป็นการซื้อขายหรือโอนตีใช้หนี้ก็ตาม จะถือว่าจำเลยที่ 2 ได้รับโอนไว้โดยสุจริตไม่ได้ เมื่อกรณีเป็นเช่นนี้ โจทก์จึงชอบที่จะใช้สิทธิเพิกถอนนิติกรรมอันเกิดจากการฉ้อฉลได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 237 ทั้งนี้เพราะนิติกรรมการให้โดยเสน่หา เป็นมูลก่อตั้งสิทธิเรียกร้องระหว่างผู้ให้และผู้รับ และการเพิกถอนการให้ด้วยเหตุเนรคุณนั้น ผู้ให้ชอบที่จะเรียกถอนการให้ได้นับแต่วันทราบเหตุเนรคุณภายในอายุความดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 533 ถือได้ว่าโจทก์อยู่ในฐานะเป็นเจ้าหนี้และเป็นฝ่ายต้องเสียเปรียบจากการที่จำเลยที่ 1 ผู้เป็นลูกหนี้ทำการโอนกรรมสิทธิ์ที่นาพิพาทให้จำเลยที่ 2 ไป

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสถียร ลิมปิษเฐียร · ถนอม ครูไพศาล · ชุ่ม สุนทรธัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้