Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3052/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้ จำเลยอ้างสัญญาขายฝากซึ่งกำหนดราคาขายฝากไว้ 120,000 บาท เป็นพยาน โจทก์นำสืบว่าราคาขายฝากตามสัญญาขายฝากดังกล่าวตกลงกันไว้100,000 บาทเพื่อเป็นข้อแสดงให้เห็นถึงที่มาแห่งมูลหนี้ตามสัญญากู้ที่โจทก์ฟ้องว่ามีความเป็นมาอย่างไร ไม่ใช่การนำสืบเพื่อบังคับ หรือไม่บังคับตามสัญญาขายฝาก การนำสืบเช่นนี้จึงมิใช่กรณีที่จะอยู่ในบังคับของบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญากู้เงินโจทก์ 20,000 บาท ตกลงให้ดอกเบี้ยชั่งละบาทต่อเดือน ครบกำหนดแล้วจำเลยไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ยให้โจทก์ คิดดอกเบี้ยถึงวันฟ้องเป็นเงิน 2,750 บาท ขอให้จำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ย 22,750 บาท และให้ชำระดอกเบี้ยร้อยละ 1.25 บาท ต่อเดือนในต้นเงิน 20,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การว่า โจทก์จำเลยทำสัญญากู้ที่โจทก์ฟ้อง โดยมิได้กู้ยืมกันเหตุที่ทำสัญญากู้เพราะจำเลยซื้อรถยนต์โจทก์ราคา 160,000 บาท ชำระเงินให้โจทก์แล้ว 40,000 บาท ที่เหลือ 120,000 บาท จำเลยนำที่ดินมาชำระให้โดยการขายฝาก โดยโจทก์จำเลยตกลงกันว่า ถ้าจำเลยไถ่ที่ดินคืน โจทก์จะคิดดอกเบี้ยจากจำเลยสองหมื่นบาท

โจทก์จึงให้จำเลยเซ็นสัญญากู้เป็นนิติกรรมอำพรางไว้ เมื่อครบกำหนดไถ่คืน จำเลยไม่ประสงค์จะไถ่คืนที่ดินตกเป็นของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธินำสัญญากู้มาฟ้องให้จำเลยชำระเงินกู้และดอกเบี้ย สัญญากู้เป็นโมฆะเพราะจำเลยมิได้รับเงินจากโจทก์ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า เงิน 20,000 บาท ตามสัญญากู้เป็นดอกเบี้ยอันต้องชำระเมื่อจำเลยไถ่ถอนการขายฝากที่ดิน ถ้าจำเลยไม่ไถ่ถอนก็ให้เป็นอันพับหรือยกเลิกกันไป เมื่อจำเลยไม่ไถ่ถอนโจทก์ย่อมหมดสิทธิเรียกร้องดอกเบี้ยหรือผลประโยชน์ตามสัญญากู้ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยทำสัญญากับโจทก์ จำเลยจึงต้องรับผิดตามสัญญากู้ พิพากษากลับให้จำเลยใช้เงิน 20,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันกู้จนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้วฟังว่า จำเลยได้ทำสัญญากู้เงินให้โจทก์โดยเอาจำนวนเงินค่ารถยนต์ที่ยังมิได้ชำระมาเป็นจำนวนหนี้ตามสัญญากู้มิใช่กรณีเรียกดอกเบี้ย จำเลยจึงต้องผูกพันรับผิดตามสัญญากู้ต่อโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่าการที่โจทก์นำสืบว่าการขายฝาก 100,000 บาทมิใช่ 120,000 บาทเป็นการสืบแก้ไขเอกสารต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 และเป็นการสืบนอกฟ้องนั้น เห็นว่าคดีนี้โจทก์จำเลยพิพาทกันในเรื่องหนี้ตามสัญญากู้ การที่โจทก์นำสืบว่าสัญญาขายฝากที่จำเลยอ้างเป็นพยานนั้น ราคาขายฝากตกลงกันไว้เท่าใด เพื่อเป็นข้อแสดงให้เห็นที่มาแห่งมูลหนี้ตามสัญญากู้ที่โจทก์ฟ้องว่ามีความเป็นมาอย่างไร ไม่ใช่การนำสืบเพื่อบังคับหรือไม่บังคับตามสัญญาขายฝาก การสืบเช่นนี้จึงมิใช่กรณีที่จะอยู่ในบังคับของบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 และไม่เป็นการสืบนอกฟ้องพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · สมชัย ทรัพยวณิช · แต่ง ทองภักดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6656/2567

การกู้ยืมเงินตามสำเนาสัญญากู้ยืมเงินทั่วไป 2 ฉบับ ทำขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 700,000 บาท และ 300,000 บาท ตามลำดับ โดยจำเลยได้รับเงินแล้วในวันทำสัญญาแล้ว 1,000,000 บาท ต่อมาวันที่ 10 พฤศจิกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4209/2566

แม้สัญญากู้ยืมเงินเป็นสัญญาที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง แต่กฎหมายไม่ให้ถือว่าเป็นการตัดสิทธิคู่ความในอันที่จะกล่าวอ้างและนำพยานบุคคลมาสืบประกอบข้ออ้างว่า สัญญาหรือหนี้อย่างอื่นที่ระบุไว้ใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2566

แม้ตามสำเนาหนังสือสัญญาจำนองรวมแปดโฉนด ข้อ 5 ระบุให้สัญญาฉบับนี้เป็นหลักฐานการกู้เงิน ข้อ 6 ระบุว่า ไม่มีดอกเบี้ย กำหนดชำระคืนภายในหนึ่งปี และตามบันทึกข้อตกลง ข้อ 1 ระบุว่า หากผู้กู้ผิดสัญญากู้โดยไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5003/2565

ในการอนุมัติให้ทำสัญญาเช่าพิพาทตามรายงานการประชุมคณะกรรมการของโจทก์ ซึ่งจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อไว้ในฐานะประธานที่ประชุมนั้น มีการอนุมัติให้ทำสัญญาเช่าพิพาทหลายครั้งต่างวาระกัน แต่กลับระบุว่าเป็นการประ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6607/2561

ป.วิ.พ. มาตรา 94 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "เมื่อใดมีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง ห้ามมิให้ศาลยอมรับฟังพยานบุคคลในกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ แม้ถึงว่าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจะได้ยินยอมก็ดี..." ก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้