Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3050/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญากู้เงินซึ่งเป็นโมฆะ และขอเรียกเงินคืน 275,957 บาท อันเป็นจำนวนเงินที่ไม่เกิน 300,000 บาท แต่เมื่อจำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์ยังคงค้างชำระต้นเงินตามสัญญากู้ดังกล่าวจำนวน 445,502.50 บาท ดังนี้ การที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญากู้เงินฉบับดังกล่าว ผลของ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 150 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 17 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 25

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญากู้เงินซึ่งเป็นโมฆะ และขอเรียกเงินคืน 275,957 บาท อันเป็นจำนวนเงินที่ไม่เกิน 300,000 บาท แต่เมื่อจำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์ยังคงค้างชำระต้นเงินตามสัญญากู้ดังกล่าวจำนวน 445,502.50 บาท ดังนี้ การที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญากู้เงินฉบับดังกล่าว ผลของคำพิพากษาก็คือเมื่อโจทก์ชนะคดีทำให้โจทก์ไม่ต้องชำระต้นเงินที่ค้างจำนวน 445,502.50 บาท กรณีจึงเป็นคำฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 150 เป็นคดีมีทุนทรัพย์เกินกว่า 300,000 บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแขวงจึงไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 17 และ 25 วรรคหนึ่งโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2545 โจทก์ยื่นคำขอกู้เงินพิเศษเพื่อซื้อที่ดินการเคหะและอสังหาริมทรัพย์ต่อจำเลยเป็นเงิน 145,400 บาท โดยจำเลยให้โจทก์ลงลายมือชื่อในคำขอกู้เงินและสัญญากู้เงิน กับให้นางสาววิไลภรณ์ลงลายมือชื่อในสัญญาค้ำประกันที่ยังมิได้กรอกข้อความ ต่อมาจำเลยกรอกข้อความในคำขอกู้เงินและสัญญากู้เงินดังกล่าวว่าโจทก์กู้เงินจำนวน 478,300 บาท ซึ่งไม่ตรงต่อความเป็นจริง ต่อมาโจทก์ได้นำที่ดินโฉนดเลขที่ 158039 จดทะเบียนจำนองไว้แก่จำเลยเพื่อเป็นประกันหนี้เงินกู้ดังกล่าวจำนวน 360,000 บาท จำเลยให้โจทก์ลงลายมือชื่อในหนังสือยินยอมและหนังสือมอบอำนาจโดยมิได้กรอกข้อความเพื่อให้จำเลยยื่นถึงผู้อำนวยการกองคลัง

มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้หักเงินเดือนและรายได้อื่นของโจทก์เดือนละ 4,300 บาท นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2545 เพื่อชำระหนี้เงินกู้ดังกล่าว ต่อมาเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2546 จำเลยได้สลักหลังและจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินแปลงดังกล่าว ก่อนวันทำสัญญากู้เงินโจทก์ไม่มีหนี้ค้างชำระกับจำเลย จำเลยหักเงินของโจทก์เพื่อชำระหนี้เกินยอดหนี้ที่แท้จริงเป็นเงิน 275,505 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 275,957 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 275,505 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยคืนเงินเดือนละ 4,300 บาท นับตั้งแต่สิ้นเดือนเมษายน 2547 เป็นต้นไปให้แก่โจทก์จนกว่าจำเลยจะงดการหักเงินเดือนและรายได้ของโจทก์ กับให้พิพากษาว่าสัญญากู้เงินฉบับลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2545 เป็นโมฆะ

จำเลยให้การว่า เดิมโจทก์กู้เงินจำเลยเพื่อซื้อที่ดินหลายครั้ง ต่อมาเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2545 โจทก์ต้องการซื้อที่ดินเพิ่มขึ้นจึงขอกู้เงินจากจำเลยอีกจำนวน 145,400 บาท และเมื่อรวมหนี้ตามสัญญากู้เงินฉบับลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2544 ที่โจทก์ค้างชำระจำเลยเป็นต้นเงินจำนวน 332,900 บาท จึงมีการระบุไว้ในสัญญาว่าโจทก์กู้เงินจำนวน 478,300 บาท ข้อตกลงในสัญญากู้เงินจึงเป็นไปตามความจริงและความประสงค์ของโจทก์ และหนังสือมอบอำนาจกับหนังสือให้ความยินยอมไม่ใช่เอกสารปลอมเพราะจัดทำขึ้นตามความประสงค์ของโจทก์ การหักเงินเดือนโจทก์เพื่อชำระหนี้ดังกล่าวจึงถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย จำเลยให้โจทก์ไถ่ถอนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 158039 เพราะโจทก์มีความประสงค์จะซื้อที่ดินแปลงใหม่ที่มีเนื้อที่มากกว่าเดิม โดยการขอกู้เงินเพิ่มขึ้นแล้วจดทะเบียนจำนองที่ดินแปลงใหม่ไว้เป็นกระกันตามที่เคยปฏิบัติกันโดยไม่ได้มีการชำระหนี้จำนองจำนวน 354,498.50 บาท

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2547 โจทก์ยังคงค้างชำระหนี้ต้นเงินจำนวน 445,502.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามสัญญา จำเลยไม่ต้องคืนเงินโจทก์และโจทก์ไม่มีสิทธิขอให้ระงับการหักเงินเดือนเพื่อนำมาชำระหนี้ดังกล่าว ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาคดี ศาลมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์และจำเลย

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องต่อศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีภายในอายุความ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยชั้นนี้ว่า คดีเรื่องนี้อยู่ในเขตอำนาจของศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลแขวงจะพิจารณาพิพากษาหรือไม่ เห็นว่า แม้ตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์จะมีคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมคือสัญญากู้เงินฉบับลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2545 และขอเรียกเงินคืนจำนวน 275,957 บาท อันเป็นจำนวนเงินที่ไม่เกิน 300,000 บาท ก็ตาม แต่เมื่อจำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์ยังคงค้างชำระต้นเงินตามสัญญากู้ดังกล่าวจำนวน 445,502.50 บาท ดังนี้ การที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญากู้เงินฉบับดังกล่าวผลของคำพิพากษาก็คือเมื่อโจทก์ชนะคดีทำให้โจทก์ไม่ต้องชำระต้นเงินที่ค้างจำนวน 445,502.50 บาท กรณีจึงเป็นคำฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 150 เป็นคดีมีทุนทรัพย์เกินกว่า 300,000 บาท ศาลแขวงจึงไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 17 และ 25 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจึงเป็นการชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ จันทรา · เอกชัย ชินณพงศ์ · ชวลิต สุจริตกุล
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5070/2552

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินมีโฉนด จำเลยยึดถือและครอบครองโฉนดที่ดินของโจทก์และปิดประกาศขายทอดตลาดโดยเจตนาทุจริต ฉ้อฉล ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ส่งมอบโฉนดที่ดินคืนแก่โจทก์ โดยโจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4780/2550

แม้โจทก์จะฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองถอนคำคัดค้านการนำชี้แนวเขตที่ดินของโจทก์ อันเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ แต่เมื่อจำเลยทั้งสองให้การต่อสู้ว่า จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นส่วนรา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8151/2547

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยถอนคำคัดค้าน ที่ได้คัดค้านการนำชี้แนวเขตที่ดินของโจทก์ อันเป็นคดีที่มี คำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ แต่เมื่อจำเลยให้การโต้แย้งกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7297/2545

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท แม้ตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์จะมีคำขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลยที่ออกทับที่ดินของโจทก์ และให้ขับไล่จำเลยอันเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1351/2567

โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงนครสวรรค์เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.2097/2563 ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 326, 328 ซึ่ง ป.อ. มาตรา 328 มีระวางโทษเกินอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงนครสวรรค์ ภายหลังโจทก์ขอถอนฟ้องเพื่อยื…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้