Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3047/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ทาวน์เฮาส์เป็นห้องแถวหรือตึกแถวตามความหมายของข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคารพ.ศ. 2522 ด้วย จำเลยได้ซื้อที่ดินที่จัดสรรสำหรับปลูกสร้างอาคารพาณิชย์และทาวน์เฮาส์รวม 3 โฉนด โดยที่ดินที่จัดสรรไว้สำหรับปลูกตึกแถวเป็นอาคารพาณิชย์อยู่ด้านหน้าติดถนนและมีที่ดินเว้นไว้เป็นทางเดินหลังอาคารกว้าง 4 เมตร ส่วนที่ดินสำหรับปลูกทาวน์เฮาส์อยู่ด้านหลังที่ดินปลูกตึกแถวมีที่ดินเว้นไว้เป็นทางเดินด้านหลังกว้าง 2 เมตรดังนั้น เมื่อปลูกตึกแถวและทาวน์เฮาส์ลงในที่ดินโดยหันหลังเข้าหากันแล้วจึงมีที่ดินเว้นไว้เป็นทางเดินด้านหลังระหว่างตึกแถวและทาวน์เฮาส์กว้าง 6 เมตร การที่จำเลยก่อสร้างตึกแถวลงในที่ดินโดยต่อเติมความยาวของตึกแถวด้านหลังออกไปอีก 4 เมตร ปกคลุมที่ดินที่เป็นทางเดินด้านหลังกว้าง 4 เมตร จึงต้องถือว่าจำเลยได้ก่อสร้างตึกแถวมิได้เว้นที่ว่างโดยปราศจากสิ่งปกคลุมเป็นทางเดินหลังอาคารได้ถึงกันกว้างไม่น้อยกว่า 2 เมตรตามข้อ 76(4) แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2522 และเป็นกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขดัดแปลงได้ จำเลยจึงต้องรื้อถอนส่วนที่ต่อเติมผิดข้อบัญญัติดังกล่าวออกไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 22 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 40 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 42

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ก่อสร้างดัดแปลงต่อเติมอาคารให้ผิดไปจากเดิม ปกคลุมปิดกั้นที่ว่างทางเดินด้านหลังอาคารทั้งหมดเป็นเหตุให้ไม่มีที่ว่างเป็นทางเดินถึงกันด้านหลังอาคารความกว้างไม่น้อยกว่า 2 เมตร ทั้งนี้โดยจำเลยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 โจทก์ได้ออกคำสั่งให้จำเลยระงับการก่อสร้างต่อเติม จำเลยทราบคำสั่งนั้นแล้ว ต่อมาโจทก์จึงมีคำสั่งให้จำเลยรื้อถอนอาคารส่วนที่ก่อสร้างต่อเติมภายในสามสิบวัน นับแต่วันทราบคำสั่ง จำเลยได้ทราบคำสั่งแล้วไม่ปฏิบัติตามและไม่ใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่ง ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนอาคารส่วนที่ต่อเติมขึ้นใหม่เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสูงขึ้นมีชั้นลอยจำนวน2 ห้อง ซึ่งต่อเชื่อมกับอาคารเดิมทางด้านหลังมีขนาดกว้างห้องละ4 เมตร

ยาวห้องละ 4 เมตร สูงจากชั้นล่างถึงพื้นชั้นดาดฟ้า 8.30 เมตรหากจำเลยไม่รื้อถอนก็ให้โจทก์รื้อถอนได้เอง โดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายจำเลยให้การว่า การดัดแปลงต่อเติมอาคารของจำเลยไม่ขัดต่อข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เพราะอาคารพิพาทปลูกอยู่ในที่ดินตามโฉนดเลขที่ 75727 กับโฉนดเลขที่ 75728 ด้านหลังของอาคารพิพาทติดกับทาวน์เฮาส์ของจำเลยซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินตามโฉนดเลขที่ 73292 ที่ดินทั้งสามโฉนดเป็นของจำเลยแต่ผู้เดียว ฉะนั้นอาคารพิพาทเป็นอาคารเดียวกับทาวน์เฮาส์ จึงมิใช่ตึกแถวตามความหมายของข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยรื้อถอนอาคารส่วนที่ต่อเติมตามฟ้องออกจากอาคารพิพาท ถ้าจำเลยไม่ยอมรื้อถอนให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนโดยให้จำเลยเสียค่าใช้จ่ายจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าด้านหน้าตึกแถวของจำเลย 2 ห้อง ดังกล่าว ติดถนนเพชรเกษมนายมนัส คณะเกษม ช่างโยธา เขตหนองแขม พยานโจทก์เบิกความว่าจำเลยได้ขออนุญาตก่อสร้างตึกแถวคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 4 ชั้น2 ห้อง โดยมีความยาวจากด้านหน้าตึกถึงด้านหลังตึก (ลึก) ตามแปลนพื้นชั้นล่างเอกสารหมาย จ.6 ยาว 12 เมตร และมีทางเดินหลังอาคารตามแปลนรูปตัดเอกสารหมาย จ.7 กว้าง 4 เมตร แต่ตึกแถวของจำเลยเมื่อก่อสร้างเสร็จ แล้วมีความยาวจากด้านหน้าตึกถึงด้านหลังตึก16 เมตร โดยจำเลยได้ต่อเติมส่วนที่เป็นทางเดินหลังอาคารกว้าง4 เมตร สูงขึ้นไปอีก 2 ชั้น จากพื้นชั้นล่างถึงชั้นดาดฟ้า 8.30 เมตรตามภาพถ่ายผังการก่อสร้างเอกสารหมาย จ.8 จำเลยมิได้นำสืบปฏิเสธในข้อนี้ จึงฟังได้ว่า

ตึกแถว 2 ห้องของจำเลยได้ก่อสร้างผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตตามเอกสารหมาย จ.3 ซึ่งเป็นใบอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารมีข้อความระบุว่า เจ้าพนักงานท้องถิ่นผู้อนุญาตได้อนุญาตให้จำเลยทำการก่อสร้างอาคาร (พาณิชย์พักอาศัย) ในที่ดินของห้างหุ้นส่วนจำกัดราชมนตรีการเคหะ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก4 ชั้น จำนวน 2 ห้อง ดังนั้น จำเลยจึงไม่อาจอ้างได้ว่าจำเลยมิได้ก่อสร้างตึกแถวเอง ผู้รับเหมาเป็นผู้ก่อสร้างโดยจำเลยเคยลงชื่อให้ผู้รับเหมาไปขออนุญาตก่อสร้าง จำเลยเพียงเสียเงินค่าก่อสร้างเมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วจำเลยจึงได้เข้าไปอยู่อาศัย

ปัญหาต่อไปมีว่าจำเลยได้ก่อสร้างตึกแถวผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตเป็นการขัดต่อข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2522ข้อ 76(4) เอกสารหมาย จ.1 หรือไม่เห็นว่าข้อ 76(4) แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2522 มีข้อความว่า "ห้องแถว ตึกแถว ฯลฯ จะต้องมีที่ว่างโดยปราศจากสิ่งปกคลุมเป็นทางเดินหลังอาคารได้ถึงกันกว้างไม่น้อยกว่า 2 เมตร โดยให้แสดงเขตดังกล่าวให้ปรากฏด้วย ในกรณีที่อาคารหันหลังเข้าหากันจะต้องเว้นทางเดินด้านหลังไม่น้อยกว่า 4 เมตร" ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยได้ซื้อที่ดินสำหรับปลูกสร้างอาคารพาณิชย์และทาวน์เฮาส์รวม3 โฉนด จากห้างหุ้นส่วนจำกัดราชมนตรีการเคหะ ตามผังการจัดสรรที่ดิน

เอกสารหมาย จ.10 ซึ่งปรากฏว่าที่ดินที่จัดสรรไว้สำหรับปลูกตึกแถวเป็นอาคารพาณิชย์อยู่ด้านหน้าติดถนนเพชรเกษม เป็นของจำเลย 2 แปลง คือแปลงเลขที่ 14 และ 15 ซึ่งมีที่ดินเว้นไว้เป็นทางเดินหลังอาคารกว้าง 4 เมตร ส่วนที่ดินสำหรับปลูกทาวน์เฮาส์อยู่ด้านหลังที่ดินปลูกตึกแถวมีที่ดินเว้นไว้เป็นทางเดินด้านหลังกว้าง 2 เมตร ดังนั้น เมื่อปลูกตึกแถวและทาวน์เฮาส์ลงในที่ดินโดยหันหลังเข้าหากันแล้วจึงมีที่ดินเว้นไว้เป็นทางเดินด้านหลังระหว่างตึกแถวและทาวน์เฮาส์ กว้าง 6 เมตร ซึ่งก็เป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2522ข้อ 76(4) วรรคสุดท้ายดังกล่าว ดังนั้น ที่จำเลยอ้างว่าที่ดินปลูกตึกแถว 2 โฉนด กับที่ดินปลูกทาวน์เฮาส์ 1 โฉนด ของจำเลยเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน สามารถสร้างอาคารทะลุถึงกันได้จึงไม่อาจรับฟังได้เพราะขัดกับผังการจัดสรรที่ดินดังกล่าว

ที่จำเลยฎีกาว่าเมื่อก่อสร้างเสร็จแล้วด้านหลังตึกแถวที่ติดต่อกับทาวน์เฮาส์ของจำเลยเว้นที่ว่างไว้แล้ว 2 เมตร สำหรับทาวน์เฮาส์ไม่มีข้อกำหนดว่าจะต้องเว้นที่ว่างเป็นทางเดินไว้ 2 เมตร ด้วย นั้นเห็นว่าตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคารพ.ศ. 2522 ได้วิเคราะห์ศัพท์คำว่า "ห้องแถว" และ "ตึกแถว" ไว้ว่าหมายถึงอาคารที่พักอาศัยหรืออาคารพาณิชย์ ซึ่งปลูกสร้างติดต่อกันเป็นแถวเกินสองห้อง และประกอบด้วยวัตถุไม่ทนไฟเป็นส่วนใหญ่กับประกอบด้วยวัตถุทนไฟเป็นส่วนใหญ่ตามลำดับ จากบทวิเคราะห์ศัพท์ดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ทาวน์เฮาส์ เป็นห้องแถวหรือตึกแถว ตามความหมายของข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร จึงต้องเว้นที่ว่างด้านหลังทาวน์เฮาส์เป็นทางเดิน 2 เมตรด้วย

การที่จำเลยก่อสร้างตึกแถวลงในที่ดินโดยต่อเติมความยาวของตึกแถวด้านหลังออกไปอีก 4 เมตร ปกคลุมที่ดินที่เป็นทางเดินด้านหลังกว้าง 4 เมตร เป็นการผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตตามเอกสารหมาย จ.3 และขัดกับผังการจัดสรรที่ดินเอกสารหมาย จ.10 จึงต้องถือว่าจำเลยได้ก่อสร้างตึกแถวมิได้เว้นที่ว่างโดยปราศจากสิ่งปกคลุมเป็นทางเดินหลังอาคารได้ถึงกันกว้างไม่น้อยกว่า 2 เมตร ตามข้อ 76(4) แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขดัดแปลงได้ จำเลยจึงต้องรื้อถอนส่วนที่ต่อเติมผิดข้อบัญญัติดังกล่าวออกไป คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · ปราโมทย์ ชพานนท์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6247/2540

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จำเลยที่สั่งให้โจทก์ดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอาคารพิพาท โดยจำเลยอ้างเหตุว่าส่วนที่ต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงนั้นมีการดัดแปลงต่อเติมโดยไม่ได…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3524/2535

จำเลยปลูกสร้างอาคารผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตตั้งแต่ใบอนุญาตยังไม่หมดอายุ เป็นการกระทำความผิดสำเร็จแล้วกรรมหนึ่ง เมื่อใบอนุญาตหมดอายุแล้วจำเลยไม่ต่อใบอนุญาตก่อสร้างแต่ยังคงก่อสร้างต่อไปอีกย่อมเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 484/2535

การฟ้องขอให้รื้อถอนอาคารส่วนที่ดัดแปลงต่อเติมโดยมิได้รับอนุญาตตามกฎหมาย มิใช่การฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเกิด แต่มูลละเมิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 448 หากแต่ เป็นการฟ้องโดยอาศัยพ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และข้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2480/2533

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ต่อเติมดัดแปลงตึกแถวด้านหลังออกไปกว้าง 2.50 เมตร ยาว 6.50 เมตร อันเป็นการสร้างเชื่อมปิดคลุมทางเดินด้านหลังอาคารต่อจากอาคารด้านหลังไปถึงรั้วหลังอาคารทั้งสองด้าน และมุงหลังคากระเบื้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1394/2531

ที่จำเลยฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลที่กำหนดให้จำเลยนำสืบก่อนว่าไม่ถูกต้องนั้น เมื่อถึงอย่างไรก็ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัยของศาลเป็นอย่างอื่นแล้วฎีกาข้อกฎหมายข้อนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการพิจารณา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้