Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3040/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ทำสัญญาประกันชีวิตกับเพิ่มเติมสัญญาประกันอุบัติเหตุและทุพพลภาพไว้กับจำเลยโดยมีเงื่อนไขว่าโจทก์ จะต้องแจ้งรายละเอียดการเกิดเหตุและยื่นคำเรียกร้องค่าทดแทนเป็นหนังสือต่อจำเลย ในระหว่างอายุสัญญา โจทก์ประสบอุบัติเหตุและได้แจ้งขอรับเงินค่าทดแทนต่อ ศ. ตัวแทนหาประกันของจำเลยซึ่งได้โทรศัพท์แจ้งให้จำเลยทราบ ต่อมาโจทก์ได้แจ้งเป็นหนังสือไปยังจำเลยโดยผ่านทาง ศ.อีก เช่นนี้ ตามพฤติการณ์แห่งคดีแสดงว่านอกจาก ศ.จะเป็นตัวแทนหาประกันให้จำเลยแล้ว ยังได้ทำการเป็นตัวแทนของจำเลยภายในขอบอำนาจเกี่ยวกับการรับแจ้งอุบัติเหตุด้วย หาก ศ.ไม่มีอำนาจรับแจ้งเหตุตามสัญญาประกันภัยก็ชอบที่จะชี้แจงหรือแนะนำให้โจทก์แจ้งเหตุต่อจำเลยโดยตรง ถือได้ว่าโจทก์ได้แจ้งให้จำเลยทราบถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นตามเงื่อนไขของสัญญาประกันอุบัติเหตุและทุพพลภาพแล้ว.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ตกลงทำสัญญาประกันชีวิตและสัญญาพิเศษเพิ่มเติม ประกันอุบัติเหตุและทุพพลภาพไว้กับจำเลยโดยมีเงื่อนไขสัญญาประการหนึ่งว่า บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้ผู้เอาประกันหรือผู้รับประโยชน์ร้อยละห้าสิบของทุนเอาประกัน เมื่อต้องสูญเสียสายตาข้างใดข้างหนึ่งและสายตาข้างนั้น ไม่สามารถกลับคืนแลเห็นได้อีกต่อไป ต่อมาโจทก์ประสบอุบัติเหตุในขณะก้มลงจะเปิดประตูรถยนต์ บุตรของโจทก์ซึ่งนั่งอยู่ภายในได้เปิดประตูรถออกมาอย่างแรงปะทะที่ตาด้านขวาของโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับบาดเจ็บที่ลูกนัยน์ตาด้านขวา แพทย์ได้ทำการผ่าตัด แต่เมื่อผ่าตัดแล้ว ตาข้างขวาของโจทก์บอดไม่สามารถที่จะมองเห็นอีกได้ โจทก์ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังนายศักดิ์ชัย ซึ่งเป็นตัวแทนของจำเลย และขอรับเงินค่าทดแทนตามสัญญาพิเศษเพิ่มเติมประกันอุบัติเหตุและทุพพลภาพ แต่จำเลยปฏิเสธ ขอให้บังคับจำเลยชดใช้เงินค่าทดแทนจำนวน ๑๕๐,๐๐ บาท ค่ารักษาพยาบาล ๒๒,๒๗๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า ตาขวาของโจทก์มิได้บอดเนื่องจากประสบอุบัติเหตุ และตามข้อกำหนดของเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย โจทก์จะต้องแจ้งรายละเอียดการเกิดเหตุและยื่นคำเรียกร้องค่าทดแทนเป็นหนังสือต่อจำเลยภายในเวลา ๓๐ วันนับแต่วันเกิดเหตุหรืออย่างช้าต้องไม่เกิน ๙๐ วัน เพื่อให้จำเลยตรวจสอบ แต่โจทก์ละเลยไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าว นายศักดิ์ชัยเป็นเพียงตัวแทนหาประกันให้จำเลยเท่านั้น ไม่มีหน้าที่รับแจ้งการเกิดเหตุหรือรับคำเรียกร้องค่าทดแทนใดๆ หากโจทก์ประสบอุบัติเหตุ โจทก์ก็มีสิทธิที่จะได้รับค่าทดแทนเป็นเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น หามีสิทธิเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลด้วยไม่ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยใช้ค่าทดแทนแก่โจทก์ ๑๕๐,๐๐๐ บาท กับดอกเบี้ย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ประสบอุบัติเหตุตามเงื่อนไขของสัญญาประกันอุบัติเหตุและทุพพลภาพตามฟ้อง และได้แจ้งเรื่องอุบัติเหตุให้นายศักดิ์ชัยทราบพร้อมกับยื่นคำเรียกร้องค่าทดแทนภายในกำหนดเมื่อนายศักดิ์ชัยทราบแล้ว ได้โทรศัพท์แจ้งให้จำเลยทราบ และโจทก์ได้แจ้งเป็นหนังสือไปยังจำเลยโดยผ่านทางนายศักดิ์ชัย แล้ววินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า สำหรับปัญหาที่ว่า นายศักดิ์ชัยเป็นเพียงตัวแทนหาประกัน ไม่มีหน้าที่จะรับข้อเรียกร้องใดๆ แทนจำเลยได้นั้นเห็นว่า แม้นายศักดิ์ชัยจะเป็นเพียงตัวแทนหาประกันให้จำเลยก็ตาม แต่ในสัญญาประกันภัยข้อ ๔ และข้อ ๕ กำหนดหน้าที่ผู้เอาประกันภัยว่าจะต้องแจ้งเหตุแก่จำเลยเมื่อได้รับอุบัติเหตุ ข้อเท็จจริงในคดีปรากฏว่านายศักดิ์ชัยได้รับแจ้งอุบัติเหตุจากโจทก์แล้วโทรศัพท์แจ้งให้จำเลยทราบ

ต่อมานายศักดิ์ชัยยังรับหนังสือแจ้งถึงการได้รับอุบัติเหตุตามเอกสารหมาย จ.๑๐ อีกด้วย พฤติการณ์แห่งคดีดังกล่าวแสดงว่า นายศักดิ์ชัยได้ทำการเป็นตัวแทนของจำเลยภายในขอบอำนาจเกี่ยวกับการรับแจ้งอุบัติเหตุ หากนายศักดิ์ชัยไม่มีอำนาจรับแจ้งเหตุตามสัญญาประกันภัยก็ชอบที่จะชี้แจงให้โจทก์ทราบหรือแนะนำให้โจทก์แจ้งเหตุต่อจำเลยโดยตรง จำเลยไม่ได้สืบหักล้างให้เห็นเป็นอย่างอื่น คดีจึงต้องฟังว่าโจทก์ได้แจ้งให้จำเลยทราบถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นแล้ว จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๒๒

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๓,๐๐๐ บาทแทนโจทก์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · เฉลิม การปลื้มจิตต์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายอุดม เฟื่องฟุ้ง
ศาลอุทธรณ์ - นายพิชิต พรหมพิทักษ์กุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้