Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3040/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ติดต่อซื้อรถยนต์จากจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2ซึ่งเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ได้จัดการนำรถยนต์คันพิพาทออกมาจากบริษัท จ. ซึ่งเป็นบริษัทขายรถยนต์และเป็นเจ้าของรถยนต์คันพิพาทมาขายให้โจทก์ โจทก์รับมอบรถยนต์ไว้ในครอบครองและชำระราคาให้แก่จำเลยที่ 2 โดยบริษัท จ.ยินยอมและไม่โต้แย้งคัดค้าน แม้จะยังไม่ได้จดทะเบียนโอนให้แก่โจทก์ ก็ต้องถือว่าโจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันพิพาทมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตโจทก์ได้ซื้อรถยนต์คันพิพาทโดยได้ชำระราคาและรับมอบการครอบครองโดยสุจริตแล้ว ต่อมาได้มีการจดทะเบียนโอนรถยนต์คันพิพาทให้เป็นชื่อของจำเลยที่ 3 โจทก์และจำเลยที่3 ต่างอ้างว่ามีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันพิพาท กรณีจึงเป็นเรื่องบุคคลหลายคนต่างเรียกเอาสังหาริมทรัพย์เดียวกันโดยอาศัยหลักกรรมสิทธิ์ต่างกัน ต้องปรับด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1303 โจทก์ย่อมมีสิทธิ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ตกลงซื้อรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าจากจำเลยที่ 1 หนึ่งคันจำเลยที่ 1 ได้นำรถยนต์คันพิพาทจากบริษัทเจริญไทยมอเตอร์เซลส์ จำกัด ส่งมอบแก่โจทก์และโจทก์ชำระราคาแล้ว จำเลยที่ 1 ตกลงจะทำการโอนทะเบียนให้ภายในวันที่ 26 มกราคม 2521 แต่ผิดนัดและจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 กลับโอนทะเบียนรถยนต์คันพิพาทเป็นชื่อของจำเลยที่ 3 แล้วจำเลยที่ 2 ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์คันพิพาทจากจำเลยที่ 3 การกระทำของจำเลยทั้งสามดังกล่าวเป็นการฉ้อฉลโจทก์ ขอให้พิพากษาแสดงว่ารถยนต์คันพิพาทเป็นของโจทก์ ให้เพิกถอนสัญญาเช่าซื้อระหว่างจำเลยที่ 2 ที่ 3 ให้จำเลยร่วมกันโอนทะเบียนแก่โจทก์ หากไม่ปฏิบัติให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยที่ 2 ให้การว่า

จำเลยที่ 2 ไม่มีความผูกพันใด ๆ กับโจทก์ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ให้การและฟ้องแย้งว่า รถคันพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 3 โดยซื้อจากบริษัทเจริญไทยมอเตอร์เซลส์ จำกัด แล้วให้จำเลยที่ 2 เช่าซื้อไป จำเลยที่ 2 ผิดสัญญาเช่าซื้อ จำเลยที่ 3 ได้บอกเลิกสัญญาแล้ว จำเลยที่ 2 ไม่มีสิทธินำรถยนต์คันพิพาทไปขายให้โจทก์โจทก์ครอบครองรถยนต์คันพิพาทโดยไม่ชอบ ขอให้ยกฟ้องและให้โจทก์ส่งมอบรถยนต์คันพิพาทแก่จำเลยที่ 3โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ได้ซื้อรถยนต์คันพิพาทก่อนจำเลยที่ 2 ทำสัญญาเช่าซื้อกับจำเลยที่ 3 โจทก์จึงได้กรรมสิทธิ์แล้ว ขอให้ยกฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ส่งมอบรถยนต์คันพิพาทคืนแก่จำเลยที่ 3 หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ว่าโจทก์ตกลงซื้อรถยนต์คันพิพาทจากห้างฯ

จำเลยที่ 1 โดยผ่านจำเลยที่ 2 ตัวแทนเป็นผู้ติดต่อในราคา 147,500 บาท และเป็นผู้นำรถยนต์คันดังกล่าวจากบริษัทเจริญไทยมอเตอร์เซลส์ จำกัด ส่งมอบให้โจทก์รับไว้ในครอบครองตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2521 โจทก์ได้ชำระเงินค่ารถแก่ห้างจำเลยที่ 1 ครบถ้วนแล้วในวันที่มีการส่งมอบ ต่อมาจำเลยที่ 3 ได้สั่งซื้อรถยนต์คันพิพาทจากบริษัทเจริญไทยมอเตอร์เซลส์ จำกัด ในราคา 146,000 บาท และได้จดทะเบียนในนามจำเลยที่ 3 เป็นเจ้าของเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2521 ในวันเดียวกันจำเลยที่ 2 ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์คันนี้จากจำเลยที่ 3 อีกต่อหนึ่ง แล้ววินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้ที่นำรถยนต์คันพิพาทออกจากบริษัทเจริญไทยมอเตอร์เซลส์ จำกัด ในสภาพของรถที่ยังไม่มีหมายเลขทะเบียนประจำรถ

ดังนี้ จึงต้องถือว่ารถยนต์คันพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทเจริญไทยมอเตอร์เซลส์ จำกัด มาแต่เดิมการซื้อรถของโจทก์นั้น โจทก์ได้ติดต่อซื้อจากจำเลยที่ 1 ได้ตกลงกันในเรื่องราคาและวางมัดจำไว้ส่วนหนึ่ง แต่ขณะนั้นสีของรถตามที่โจทก์ต้องการไม่มี จำเลยที่ 2 จึงนัดโจทก์ไปดูที่บริษัทเจริญไทยมอเตอร์เซลส์ จำกัด โจทก์ตกลงเลือกเอารถคันพิพาท เมื่อโจทก์ไปรับรถที่บริษัทเจริญไทยมอเตอร์เซลส์ จำกัดจำเลยที่ 2 ก็ไปด้วย และเป็นผู้ติดต่อออกรถส่งมอบให้โจทก์รับไป ได้มีการชำระราคาส่วนที่ค้างให้แก่จำเลยที่ 2 เป็นที่เรียบร้อยส่วนเรื่องทะเบียนรถจำเลยที่ 2 รับจะจัดการให้ภายหลัง เห็นว่า โจทก์เป็นผู้รับมอบกรรมสิทธิ์และเป็นผู้ครอบครองใช้ประโยชน์รถคันพิพาทโดยสงบและเปิดเผยเป็นแรมปี

มีข้อติดขัดเพียงเรื่องทะเบียนของรถคันพิพาทเป็นชื่อของบริษัทจำเลยที่ 3 จึงได้มีการกล่าวหาจนเป็นเหตุให้พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องห้างหุ้นส่วนจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 เป็นคดีอาญาข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโจทก์บริษัทเจริญไทยมอเตอร์เซลส์ จำกัด ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันพิพาทมาแต่เดิมก็มิได้โต้แย้งกรรมสิทธิ์ของโจทก์หรืออ้างว่าโจทก์ซื้อรถยนต์คันพิพาทมาโดยไม่ชอบอย่างไรอีกทั้งบริษัทจำเลยที่ 3 เองก็มิได้นำสืบหักล้างในข้อนำสืบเหล่านี้ของโจทก์ว่าการซื้อและการครอบครองรถคันพิพาทของโจทก์ไม่ชอบหรือไม่สุจริตอย่างไร การซื้อขายรถยนต์ซึ่งเป็นสังหาริมทรัพย์กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ย่อมจะโอนมายังผู้ซื้อในทันทีได้ การจดทะเบียนโอนรถยนต์ไม่ใช่แบบของนิติกรรมในการโอนกรรมสิทธิ์ของรถยนต์

ดังนั้น การที่ห้างหุ้นส่วนจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ได้จัดการนำรถยนต์พิพาทออกจากบริษัทเจริญไทยมอเตอร์เซลส์ จำกัด มาขายให้แก่โจทก์ โดยบริษัทเจริญไทยมอเตอร์เซลส์ จำกัด ยินยอมและมิได้โต้แย้งคัดค้านสิทธิของโจทก์แต่ประการใดนั้น ต้องถือว่าโจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในรถคันพิพาทมาโดยมีค่าตอบแทนและโดยสุจริตที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถคันพิพาท ไม่มีสิทธิที่จะโอนขายแก่ผู้ใด โดยอ้างหลักกฎหมายที่ว่า ผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอนนั้น เห็นว่าจะนำหลักกฎหมายดังกล่าวมาใช้บังคับแก่กรณีนี้มิได้ เพราะกรณีเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 2 ได้จัดการนำรถยนต์คันพิพาทออกมาจากบริษัทเจริญไทยมอเตอร์เซลส์

จำกัด มาขายให้แก่โจทก์โดยบริษัทเจริญไทยมอเตอร์เซลส์ จำกัด ยินยอมและมิได้โต้แย้งคัดค้านสิทธิของโจทก์ แต่ประเด็นข้อสำคัญของคดีนี้อยู่ที่ว่า กรรมสิทธิ์ในรถคันพิพาทควรตกอยู่แก่ผู้ใดในระหว่างโจทก์กับบริษัทจำเลยที่ 3 อันเป็นกรณีที่บุคคลหลายคนต่างเรียกเอาสังหาริมทรัพย์เดียวกัน โดยอาศัยหลักกรรมสิทธิ์ต่างกัน ซึ่งจะต้องพิจารณาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1303 ที่บัญญัติไว้ว่า "ถ้าบุคคลหลายคนเรียกเอาสังหาริมทรัพย์เดียวกันโดยอาศัยหลักกรรมสิทธิ์ต่างกันไซร้ ท่านว่าทรัพย์สินตกอยู่ในครอบครองของบุคคลใดบุคคลนั้นมีสิทธิยิ่งกว่าบุคคลอื่น ๆ แต่ต้องได้ทรัพย์นั้นมาโดยมีค่าตอบแทน และได้การครอบครองโดยสุจริต" มาใช้บังคับอันเป็นคนละประเด็นกับที่ศาลอุทธรณ์ยกขึ้นมาอ้าง

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ได้ซื้อรถยนต์คันพิพาทและได้ชำระราคาและรับมอบการครอบครอง ซึ่งรับฟังได้ว่าเป็นการครอบครองทรัพย์โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนตามมาตรา 1303 แล้วตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2521 ต่อมาวันที่ 16 มกราคม 2521 จึงได้มีการจดทะเบียนรถคันพิพาทเป็นชื่อของจำเลยที่ 3 ดังนี้ต้องถือว่าโจทก์มีสิทธิดีกว่าจำเลยที่ 3 และกรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันพิพาทตกอยู่แก่โจทก์พิพากษากลับเป็นว่า รถยนต์คันพิพาทตามฟ้องเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันและแทนกันไปจัดการโอนทะเบียนรถคันพิพาทให้แก่โจทก์หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาเพื่อให้เจ้าพนักงานดำเนินการโอนให้แก่โจทก์ต่อไป ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ 3

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน · พิชัย วุฒิจำนงค์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1235/2481

การชำระราคาไม่ใช่สาระสำคัญแห่งการโอนกรรมสิทธิทรัพย์ตามสัญญาซื้อขาย ซื้อขายที่ดินกันแต่ยังหาได้ไปจดทะเบียนไม่ผู้ขายกลับเอาที่ดินนั้นไปขายให้แก่ผู้อื่นซึ่งทราบถึงการซื้อขายรายเดิมดังนี้ ผู้ซื้อรายแรกเรี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1834/2554

โจทก์ทำสัญญาขายที่ดินและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาททั้ง 21 แปลง ให้แก่ ป. เมื่อปี 2532 กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทย่อมตกไปเป็นของ ป. ผู้ซื้อตั้งแต่ขณะเมื่อได้ทำสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9603/2553

โจทก์ร่วมซื้อรถยนต์ตู้จากจำเลยในราคา 310,000 บาท จำเลยรับชำระราคาแล้ว 200,000 บาท ส่วนที่เหลือจะชำระให้ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2540 สัญญาซื้อขายดังกล่าวไม่มีเงื่อนไขเกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ตู้ จ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3141/2552

โจทก์ซื้อรถยนต์พิพาทจากห้างหุ้นส่วนจำเลยที่ 1 ชำระราคาครบถ้วนและส่งมอบรถยนต์พิพาทให้โจทก์ในวันที่ทำสัญญาแล้ว แต่ไม่ส่งมอบสมุดคู่มือการจดทะเบียนรถยนต์พิพาท เมื่อโจทก์สอบถามไปยังบริษัท ส. จึงทราบว่าจำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1144/2549

เงื่อนไขตามสัญญาซื้อขายเครื่องจักรเพื่อใช้งานในโรงคัดเมล็ดพันธุ์ที่โจทก์ทำกับบริษัท อ. ระบุว่า ผู้ซื้อจะชำระเงินเป็น 4 งวด โดยชำระงวดสุดท้ายเมื่อทดสอบเครื่องจนใช้งานได้ดี นอกจากโจทก์ซึ่งเป็นผู้ขายจะต้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้