Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3038/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์และ ม. เอาที่ดินพิพาทไปขายฝากไว้กับจำเลยแล้วไม่ไถ่คืนตามกำหนดระยะเวลาในสัญญาที่ดินพิพาทตกเป็นของจำเลยโดยเด็ดขาดเป็นเรื่องการทำนิติกรรมขายฝากที่ดินโดยทั่วไป มิได้ก่อให้เกิดกรณีพิพาทระหว่างโจทก์ ม. และจำเลย การที่โจทก์ไปร้องทุกข์ต่อสำนักนายยกรัฐมนตรีขอให้ทางราชการไกล่เกลี่ยให้จำเลยขายที่ดินพิพาทคืนแก่โจทก์ นายอำเภอจึงทำการไกล่เกลี่ยตามคำร้องทุกข์ของโจทก์ ก็มิใช่กรณีพิพาทระหว่างโจทก์จำเลย เพราะจำเลยไม่มีเรื่องอะไรที่จะพิพาทกับโจทก์แต่เป็นเรื่องที่โจทก์ต้องการซื้อที่ดินพิพาทจากจำเลยโดยขอให้ทางราชการช่วย ไกล่เกลี่ยให้ ทั้งให้บันทึกคำเปรียบเทียบของนายอำเภอ ก็ไม่มีข้อความระบุว่านายอำเภอไกล่เกลี่ยเนื่องจากมีข้อพิพาทระหว่างโจทก์จำเลย และเป็นการไกล่เกลี่ยเพื่อระงับข้อพิพาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 850 ดังนี้จึงไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความ แม้จำเลยจะลงลายมือชื่อในเอกสารก็ไม่มีความผูกพันที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงในเอกสารดังกล่าว เอกสารนั้นมีข้อความเพียงว่า จำเลยตกลงขายที่ดินพิพาทคืนให้โจทก์ในราคา 30,000 บาท ไม่มีข้อความตอนใดระบุว่าโจทก์จำเลยจะชำระเงิน และไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเมื่อไร ข้อตกลงของโจทก์จำเลยดังกล่าวจึงมิใช่สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาท แต่เป็นสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทเสร็จเด็ดขาด เมื่อทรัพย์ที่ซื้อขายเป็นที่ดินซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ ไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ สัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์จำเลย จึงตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 วรรคแรก จำเลยจึงไม่มีความผูกพันที่จะต้องขายที่ดินพิพาทให้โจทก์.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนขายที่ดิน น.ศ. 3เลขที่ 117 ตำบลคูขาด อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา ให้แก่โจทก์ภายใน 5 วัน หากจำเลยไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยแทนและห้ามจำเลยและบริวารเข้ายุ่งเกี่ยวในที่ดินพิพาทอีกต่อไปจำเลยให้การว่า เมื่อปี พ.ศ. 2513 โจทก์และนางม้วนได้ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินพิพาทจริง โดยนางม้วนมีฐานะเป็นเจ้าของร่วมกับโจทก์ ต่อมาวันที่ 16 ธันวาคม 2513 โจทก์และนางม้วนนำที่ดินพิพาทไปขายฝากกับจำเลยมีกำหนดไถ่ถอนภายใน 1 ปีเมื่อครบกำหนด โจทก์และนางม้วนไม่ไถ่ถอน ที่ดินพิพาทจึงตกเป็นของจำเลย โดยเด็ดขาย จำเลยได้ครอบครองเป็นเจ้าของตลอดมา ต่อมาในปีพ.ศ. 2524 นายอำเภอคงได้ไกล่เกลี่ยให้จำเลยขายที่ดินพิพาทให้โจทก์แต่ไม่เป็นที่ตกลงกัน และจำเลยได้ยื่นฟ้องโจทก์และนางม้วนต่อศาลชั้นต้นเป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 819/2524 หมายเลขแดงที่ 9/2525ขอให้ขับไล่โจทก์และเรียกค่าเสหียหาย โจทก์ นางม้วน และจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยโจทก์และนางม้วนยอมเช่าที่ดินพิพาทจากจำเลยมีกำหนด 6 ปี

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม ปรากฏตามภาพถ่ายสัญญาประนีประนอมยอมความท้ายคำให้การ จำเลยและโจทก์ไม่เคยตกลงกันเรื่องซื้อขายที่ดินพิพาท ไม่เคยมีการนัดหมายชำระราคาที่ดินพิพาท จำเลยไม่เคยนัดจะทำสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทในวันที่ 3 กรกฎาคม 2528 ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุมจำเลยตกลงขายที่ดินพิพาทให้โจทก์ ตามเอกสารหมาย จ.6 ซึ่งมิใช่สัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์จำเลยมีเจตนาซื้อขายที่ดินในลักษณะซื้อขายเสร็จเด็ดขาด แต่สัญญาซื้อขายมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงเป็นโมฆะ ใช้บังคับไม่ได้พิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงตามที่คู่ความนำสืบรับกันและที่โจทก์ไม่ได้ฎีกาโต้แย้งหรือคัดค้านฟังเป็นยุติว่าเดิมที่ดินพิพาทเป็นของบิดามารดาโจทก์

ต่อมาบิดามารดายกให้แก่โจทก์และนางม้วน ศรีเพท โจทก์และนางม้วนได้ขายฝากที่ดินพิพาทไว้กับจำเลยเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2513 มีกำหนดไถ่คืนภายใน 1 ปี แต่โจทก์และนางม้วนไม่ได้ไถ่ที่ดินพิพาทคืนภายในกำหนด ที่ดินพิพาทตกเป็นของจำเลยโดยเด็ดขาดแล้ว ต่อมาในปี พ.ศ. 2523 โจทก์ไปร้องทุกข์ต่อสำนักนายกรัฐมนตรีขอให้ทางราชการไกล่เกลี่ยให้โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทคืน นายอำเภอคงเรียกโจทก์จำเลยไปไกล่เกลี่ยให้จำเลยขายที่ดินพิพาทคืนให้โจทก์ จำเลยตกลงขายที่ดินพิพาทคืนให้โจทก์ ในราคา 30,000 บาท เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2524 ปรากฏตามบันทึกคำเปรียบเทียบของนายอำเภอเอกสารหมาย จ.6 ต่อมาปลายปีพ.ศ. 2524 จำเลยฟ้องขับไล่โจทก์และนางม้วนออกจากที่ดินพิพาท

โจทก์และนางม้วนทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลย โดยยอมรับว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย และจำเลยยอมให้โจทก์และนางม้วนเช่าที่ดินพิพาททำนาเป็นเวลา 6 ปี ซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาตามยอมแล้วเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2525 ตามคดีแพ่ง หมายเลขแดงที่ 9/2525ของศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2528 นายอำเภอคงมีหมายเรียกให้จำเลยไปตกลงกับโจทก์เรื่องขายที่ดินพิพาทคืนให้โจทก์ แต่จำเลยไม่ยอมตกลงขายที่ดินพิพาทคืนให้โจทก์ คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า บันทึกคำเปรียบเทียบของนายอำเภอเอกสารหมาย จ.6เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์จำเลย และจำเลยมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวด้วย

การไปจดทะเบียนโอนขายที่ดินพิพาทคืนให้โจทก์ในราคา 30,000 บาทหรือไม่ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ก่อนโจทก์และนางม้วนทำสัญญาขายฝากที่ดินพิพาทกับจำเลย ทั้งโจทก์และนางม้วนมิได้มีข้อพิพาทกับจำเลยที่โจทก์ฎีกาว่ามารดาโจทก์เคยกู้เงินจากจำเลย และได้มอบหนังสือส.ค.1 ของที่ดินพิพาทให้จำเลยยึดถือไว้เป็นประกันการชำระหนี้นั้นก็เป็นเรื่องการกู้ยืมเงินโดยเอาหลักฐานเอกสารเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินให้ยึดถือไว้เป็นประการการชำระหนี้ ซึ่งเป็นเรื่อ>ธรรมดาของการกู้ยืมและการประกันการชำระหนี้เท่านั้น มิใช่เป็นเรื่องที่มารดาโจทก์และจำเลยพิพาทกันเรื่องการกู้ยืา เพราะไม่ปรากฏมีการฟ้องร้องกันซึ่งจะก่อให้เกิดกรณีพิพาทกันแต่อย่างใด ที่โจทก์และนางม้วนเอาที่ดินพิพาทไปขายฝากไว้กับจำเลยแล้วไม่ไถ่คืนตามกำหนดระยะเวลาในสัญญาจนที่ดินพิพาทตกเป็นของจำเลยโดยเด็ดขาดนั้นก็เป็นเรื่องการทำนิติกรรมขายฝากที่ดินกันโดยทั่วไป

การกระทำเช่นนี้มิได้ก่อให้เกิดกรณีพิพาทระหว่างโจทก์นางม้วนและจำเลยเมื่อที่ดินตกเป็นของจำเลยโดยเด็ดขาดแล้ว จำเลยจะขายหรือไม่ขายที่ดินย่อมเป็นสิทธิของจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะมาเกี่ยวข้องด้วย เมื่อโจทก์ต้องการซื้อที่ดินพิพาทคืน จำเลยไม่ยอมขาย โจทก์จึงไปร้องทุกข์ต่อสำนักนายกรัฐมนตรีขอให้ทางราชการไกล่เกลี่ยให้จำเลยขายที่ดินพิพาทคืนแก่โจทก์ นายอำเภอคงจึงทำการไกล่เกลี่ยตามคำร้องทุกข์ของโจทก์ การกระทำของโจทก์ดังกล่าวก็มิใช่เป็นกรณีพิพาทระหว่างโจทก์จำเลย เพราะจำเลยไม่มีเรื่องอะไรที่จะพิพาทกับโจทก์ แต่เป็นเรื่องที่โจทก์ต้องการซื้อที่ดินพิพาทจากจำเลยโดยขอให้ทางราชการช่วยไกล่เกลี่ยให้เท่านั้น นายอำเภอคงจึงได้ทำการไกล่เกลี่ย ในที่สุดจำเลยตกลงขายที่ดินพิพาทคืนให้โจทก์ในราคา30,000 บาท

การไกล่เกลี่ยของนายอำเภอคงจึงมิใช่เพราะเหตุที่โจทก์จำเลยมีกรณีพิพาทต่อกัน ในบันทึกคำเปรียบเทียบของนายอำเภอเอกสารหมาย จ.6 ก็ไม่มีข้อความระบุว่านายอำเภอไกล่เกลี่ยเนื่องจากมีข้อพิพาทกันระหว่างโจทก์จำเลยเป็นการไกล่เกลี่ยเพื่อระงับข้อพิพาท อันว่าสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต้องตกลงระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้น ให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 เมื่อโจทก์จำเลยไม่เคยมีข้อพิพาทกันมาก่อน บันทึกคำเปรียบเทียบของนายอำเภอเอกสารหมาย จ.6ก็ไม่มีข้อความว่าโจทก์จำเลยเคยมีข้อพิพาทต่อกันและตกลงกันเพื่อระงับข้อพิพาท เอกสารหมาย จ.6 จึงไม่ใช่สัญญาประนีประนอมยอมความแม้จำเลยจะลงลายมือชื่อในเอกสาร

จำเลยก็ไม่มีความผูกพันที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงในเอกสารดังกล่าว คำพิพากษาฎีกาที่ 308/2509ระหว่างบริษัทยิบอินซอย จำกัด โจทก์นายชัยรัตน์ วิจารณ์ จำเลยและคำพิพากษาฎีกาที่ 2635/2515 ระหว่างนายมณี ภูนาไชย กับพวก โจทก์นางบุญลุ ภูนาศรีหรือภูงามเงิน จำเลยที่โจทก์อ้างมา ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ปัญหาต่อไปมีว่าเอกสารหมาย จ.6 เป็นหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายตามที่โจทก์ฎีกาหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่าเอกสารหมายจ.6 มีข้อความเพียงว่าจำเลยตกลงขายที่ดินพิพาทคืนให้โจทก์ในราคา30,000 บาทเท่านั้น ไม่มีข้อความตอนใดระบุว่าโจทก์จำเลยจะชำระเงินและไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทกันเมื่อไร ข้อตกลงของโจทก์จำเลยดังกล่าวจึงมิใช่สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาท แต่เป็นสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทเสร็จเด็ดขาด

ที่โจทก์ฎีกาว่า ร้อยเอกคุณมีนายอำเภอคงเบิกความว่า ผลของการไกล่เกลี่ยจำเลยยอมขายที่ดินพิพาทคืนให้โจทก์ ในราคา 30,000 บาท โดยตกลงว่าหากโจทก์มีเงินเมื่อไรก็มาซื้อคืนได้นั้น เห็นว่า รับฟังไม่ได้ เมื่อเอกสารหมาย จ.6 เป็นสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด ทรัพย์ที่ซื้อขายเป็นที่ดินอันเป็นอสังหาริมทรัพย์ เมื่อไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่สัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์จำเลยตามเอกสารหมาย จ.6จึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรคแรกจำเลยจึงไม่มีความผูกพันที่จะต้องขายที่ดินพิพาทให้โจทก์..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญศรี กอบบุญ · เสียง ตรีวิมล · นิเวศน์ คำผอง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8303/2544

ขณะทำหนังสือสัญญาขายที่ดินและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแก่ลูกหนี้ เจ้าหนี้และลูกหนี้ต่างมีเจตนา อันแท้จริงที่จะผูกพันกันตามราคาที่ดินและเงื่อนไขการชำระราคาตามสัญญาจะซื้อขาย ส่วนการทำสัญญาขายที่ดิน เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2139/2525

ศาลชั้นต้นจดรายงานกระบวนพิจารณาไว้ว่า จำเลยจะซื้อที่ดินพิพาทตามที่นำชี้เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ 2 งาน ราคาตารางวาละ 7,000 บาท รายละเอียดอื่นจะตกลงกันต่อไปเนื้อที่ดินที่จะซื้อขายให้ถือตามที่เจ้าพนักงานที่ด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1280/2568

สัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำขึ้นนอกศาล ไม่อาจยกเลิกเพิกถอนหรือลบล้างผลของคำพิพากษาในคดีเดิม รวมทั้งไม่กระทบถึงสิทธิในการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีเดิม แต่ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาได้ความว่าในร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1160/2568

ป.พ.พ. มาตรา 850 บัญญัติว่า "อันว่าประนีประนอมยอมความนั้น คือ สัญญาซึ่งผู้เป็นคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน" ดังนั้น ลักษ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3237/2567

ตามรายงานการประชุมการไกล่เกลี่ยครั้งที่ 3 ปรากฏข้อความในช่องรายการอื่น ๆ ว่า โจทก์ตกลงถอนฟ้อง โดยจำเลยทั้งสองเสนอให้ขายที่ดินพิพาทในราคาไม่ต่ำกว่า 30,000,000 บาท ภายใน 1 ปี หากไม่มีผู้ซื้อ จำเลยที่ 2…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้