Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 303/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลมีอำนาจเต็มที่ในอันที่จะวินิจฉัยพยานหลักฐานที่คู่ความนำมาสืบนั้นจะเกี่ยวกับประเด็นและเป็นอันเพียงพอให้เชื่อฟังเป็นยุติ ได้หรือไม่ เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าสัญญากู้ที่โจทก์อ้างส่งเป็นพยานหลักฐานที่ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ต้องห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงสั่งงดสืบพยานจำเลย และนัดฟังคำพิพากษาได้กรณีของโจทก์ไม่อาจขอให้มีการพิจารณาคดีใหม่.(ที่มา-ส่งเสริม)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 104 ป.รัษฎากร มาตรา 118

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้และดอกเบี้ยจำเลยให้การว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และจำเลยไม่ได้ทำสัญญากู้โจทก์นำสืบก่อน โจทก์นำพยานเข้าสืบได้ 3 ปาก อ้างส่งหนังสือยินยอมให้โจทก์ฟ้องคดีและสัญญากู้รวม 2 ฉบับ โจทก์แถลงหมดพยานศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้วให้งดสืบพยานจำเลยนัดฟังพิพากษาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์ฎีกาว่าถึงแม้โจทก์แถลงหมดพยานโจทก์ศาลชั้นต้นจะต้องสืบพยานจำเลยต่อไป โจทก์อาจดำเนินการขอให้เจ้าหน้าที่สรรพากรปิดอากรแสตมป์และเสียเงินเพิ่มได้ การที่ศาลชั้นต้นงดสืบพยานจำเลย แล้วพิพากษาคดีเป็นการรีบด่วนเกินไปไม่เปิดโอกาสให้โจทก์ดำเนินการปิดอากรแสตมป์ให้ถูกต้อง เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ขอให้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสืบพยานและพิพากษาใหม่ นั้น เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานจำเลย ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 104 ให้ศาลมีอำนาจเต็มที่ในอันที่จะวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานที่คู่ความนำมาสืบนั้นจะเกี่ยวกับประเด็นและเป็นอันเพียงพอให้เชื่อฟังเป็นยุติได้หรือไม่เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าสัญญากู้ที่โจทก์อ้างส่งเป็นพยานหลักฐานไม่ได้ปิดอากรแสตมป์

ต้องห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงสั่งงดสืบพยานจำเลยและนัดฟังคำพิพากษาเมื่อโจทก์มิได้จัดการให้เจ้าหน้าที่สรรพากรดำเนินการปิดอากรแสตมป์ให้บริบูรณ์ก่อนที่ศาลชั้นต้นพิพากษาสัญญากู้ตามฟ้องจึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 118และกรณีของโจทก์ไม่ต้องด้วยมาตรา 207 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่จะขอให้มีการพิจารณาคดีใหม่ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ".

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทิน นนทแก้ว · สหัส สิงหวิริยะ · เสวก จันทร์ผ่อง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 992/2546

หนังสือค้ำประกันที่จำเลยที่ 2 ทำขึ้นให้ไว้แก่โจทก์มีจำเลยที่ 2 ฝ่ายเดียวลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน จึงเป็นเพียงหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 วรรคสอง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 199/2535

อากรแสตมป์ที่ปิดในเอกสารสัญญากู้ไม่ได้ลงวันเดือนปีแต่ได้ปิดอากรแสตมป์เป็นราคาไม่น้อยกว่าอากรที่ต้องเสียและได้ขีดฆ่าอากรแสตมป์ที่ปิดทับกระดาษเพื่อมิให้อากรแสตมป์นั้นใช้ได้อีกเป็นการปิดอากรแสตมป์บริบูรณ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 148/2534

ข้อตกลงให้นำเงินฝากประจำไปหักกลบลบหนี้นั้นไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือ หนังสือขอเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันเป็นเพียงคำเสนอฝ่ายเดียวของจำเลย ในการขอเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันกับโจทก์ไม่ใช่ตราสารที่ต้องป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3698/2531

ทนายโจทก์เบิกความยืนยันว่า ว.กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทโจทก์ได้ลงชื่อในใบแต่งทนายความตั้งแต่งทนายโจทก์และ ส.ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของโจทก์และได้ติดต่อการงานกับ ว.ยืนยันลายมือชื่อของว. เช่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 893/2568

แม้หนังสือสัญญากู้เงินไม่ได้ปิดอากรแสตมป์จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 118 แต่เอกสารหมาย จ.2 แผ่นที่ 2 เป็นตารางจ่ายเงินกู้ระบุยอดเงินกู้ 730,000 บาท ชำระเงินต้นงวดละ 29,200…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้