Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3028/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์มุ่งประสงค์ฟ้องเรียกร้องติดตามเอาทรัพย์สินของโจทก์คืนจากจำเลยผู้ไม่มีสิทธิยึดถือไว้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336และอ้างว่าสิทธิติดตามเอาคืนของโจทก์ยังมีอยู่และไม่มีอายุความนั้น เมื่อได้ความว่าไม่มีทรัพย์สินของโจทก์อยู่กับจำเลยอีกแต่อย่างใด โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะฟ้องร้องขอคืนทรัพย์สินดังกล่าวจากจำเลย แม้จะไม่มีทรัพย์สินของโจทก์อยู่ที่จำเลย หากโจทก์ฟ้องและฟังได้ว่าจำเลยกระทำโดยจงใจ หรือประมาทเลินเล่ออันเป็นละเมิดต่อโจทก์ทำให้โจทก์เสียหายและฟ้องคดีภายในหนึ่งปีตาม ป.พ.พ.มาตรา 448 แล้ว จำเลยย่อมจะต้องรับผิดต่อโจทก์ แต่เมื่อโจทก์ละเลยเสียไม่ได้ฟ้องคดีภายในอายุความ คดีโจทก์จึงขาดอายุความ.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน2,846,884.43 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ จำเลยทั้งสองได้กระทำโดยสุจริต มิได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อ จำเลยทั้งสองจึไงมีต้องรับผิดต่อโจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่ไม่โต้แย้งกันในชั้นฎีกาฟังได้ว่า ปลายเดือนตุลาคม 2525 นางสาวสำอางค์ ศรีสุวรรณ พนักงานของโจทก์ร่วมกับนายอำนวย เกาะเพชร ปลอมหนังสือรับรองบริษัทโจทก์โดยเปลี่ยนข้อความในหนังสือรับรองเรื่องอำนาจกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อแทนและผูกพันโจทก์จาก "พันตำรวจตรีกมล ชโนวรรณะ ลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท หรือกรรมการอื่น 2 คนลงลายมือชื่อร่วมกันแล้วประทับตราสำคัญของบริษัท" เป็น

"นางสาวสำอางค์ ศรีสุวรรณลงลายมือชื่อแล้วประทับตราสำคัญของบริษัท หรือกรรมการอื่น 2 คนลงลายมือชื่อร่วมกันแล้วประทับตราสำคัญของบริษัท" แล้วนำไปเปิดบัญชีเงินฝากในนามของโจทก์ กับธนาคารจำเลยที่ 2 สาขาเยาวราชซึ่งมีจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการจำเลยที่ 1 ได้อนุมัติให้นางสาวสำอางค์เปิดบัญชีเงินฝากประเภทกระแสรายวัน เมื่อวันที่27 ตุลาคม 2525 โดยรับเช็คของธนาคารแห่งประเทศไทย จำนวนเงิน851,517.87 บาท ที่กรมการเงินทหารบกออกให้โจทก์นำฝากเข้าบัญชีในวันนั้นเอง ต่อมานายอำนวยและนางสาวสำอางค์ได้นำเช็คของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ทางราชการจ่ายให้โจทก์ไปเข้าบัญชีดังกล่าวอีก 5ครั้ง รวมเป็นเงินที่นำเข้าบัญชีทั้งสิ้น 2,489,080.18 บาท เงินจำนวนดังกล่าวนี้ นายอำนวยได้ให้นางสาวสำอางค์ถอนออกจากบัญชีไปหมดสิ้นแล้ว ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2525 พันตำรวจตรีกมล ชโนวรรณะกรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์รู้เรื่องนี้ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม2526 ในวันที่พันตำรวจตรีกมลไปขอตรวจสอบหลักฐานจากธนาคารจำเลยที่ 2

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน2527ที่โจทก์ฎีกาข้อแรกว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีโจทก์ขาดอายุความฟ้องร้องในมูลละเมิด ไม่ชอบ เพราะโจทก์มุ่งประสงค์ฟ้องเรียกร้องติดตามเอาทรัพย์สินของโจทก์ อันได้แก่เงินจำนวน2,489,080.18 บาท คืนจากจำเลยผู้ไม่มีสิทธิยึดถือไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 สิทธิติดตามเอาคืนของโจทก์จึงยังมีอยู่และไม่มีอายุความนั้น เห็นว่า ได้ความว่าเงินจำนวนดังกล่าวนางสาวสำอางค์ผู้ฝากเงินได้ถอนออกจากบัญชีไปหมดสิ้นแล้วตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2525 ไม่มีทรัพย์สินของโจทก์อยู่กับจำเลยอีกแต่อย่างใด โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะฟ้องร้องขอคืนทรัพย์สินดังกล่าวจากจำเลย ฟ้องของโจทก์เป็นเรื่องที่โจทก์อ้างว่าจำเลยกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ อันเป็นละเมิดต่อโจทก์ทำให้โจทก์เสียหาย ซึ่งถ้าโจทก์ฟ้องคดีภายในหนึ่งปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 และโจทก์นำสืบฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองประมาทเลินเล่อจริง

แม้จะไม่มีทรัพย์สินของโจทก์อยู่ที่จำเลย จำเลยทั้งสองก็ย่อมจะต้องรับผิดต่อโจทก์ แต่โจทก์ก็ละเลยเสียไม่ได้ฟ้องคดีภายในกำหนดอายุความดังกล่าว ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์เสียจึงชอบแล้ว สำหรับคำพิพากษาฎีกาที่โจทก์อ้างมานั้น ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ และเมื่อฟังว่าฟ้องของโจทก์ขาดอายุความแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของโจทก์อีกต่อไป..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มีพาศน์ โปตระนันทน์ · เคียง บุญเพิ่ม · พินิจ ฉิมพาลี
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6576/2545

คำฟ้องในส่วนเกี่ยวกับความเสียหายบรรยายว่าจำเลยทั้งสองระเบิดและย่อยหินนอกพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตจำนวนสองครั้ง แต่ละครั้งคิดเป็นพื้นที่เท่าใดและปริมาตรเท่าใด รวมทั้งปริมาตรหินที่จำเลยทั้งสองเอาไปเป็นจำนว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4743/2540

คำฟ้องโจทก์ได้กล่าวว่าอาคารของโจทก์เสียหายอย่างไรอันเกิดจากการกระทำละเมิดของจำเลยทั้งสิบเอ็ด ความเสียหายดังกล่าวสามารถซ่อมแซมได้หรือไม่ เพราะเหตุใด ค่าเสียหายจำนวนเงินเท่าใด โจทก์ได้กล่าวโดยชัดแจ้งถึง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5319/2539

เอกสารหมายล.3เป็นสำเนาภาพถ่ายเอกสารผลการตรวจพิสูจน์เอกสารของกองพิสูจน์หลักฐานกรมตำรวจว่าลายมือชื่อจำเลยที่1ในใบยืมเงินเอกสารหมายจ.11และจ.12ว่าไม่ใช่ลายมือชื่อจำเลยที่1เมื่อโจทก์มีหนังสือตอบปฏิเสธว่าไม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2903/2528

วัสดุที่ขาดบัญชีอยู่ในครอบครองและรับผิดชอบของจำเลย หากจำเลยยักย้ายเอาทรัพย์สินของโจทก์ไปโจทก์ย่อมมีสิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของโจทก์จากจำเลยผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2581/2520

คดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตยักยอกถึงที่สุดแล้วโดยศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 สำหรับจำเลยที่ 4 ให้ยกฟ้องโจทก์…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้