Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3028/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เกษียณอายุในวันที่ 19 สิงหาคม 2528 ย่อมพ้นสภาพความเป็นลูกจ้างของจำเลยนับแต่วันดังกล่าว จำเลยไม่มีหน้าที่ที่จะต้องจ่ายค่าจ้างตั้งแต่วันนั้นให้แก่โจทก์อีกต่อไป ทั้งตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยก็มิได้กำหนดให้จำเลยจ่ายค่าจ้างทั้งเดือนให้แก่พนักงานที่ต้องพ้นจากตำแหน่ง เพราะเกษียณอายุ โจทก์จึงมีสิทธิที่จะได้รับค่าจ้างเพียง 18 วัน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ เลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๒๘ ด้วยเหตุครบเกษียณอายุจำเลยที่๑ จ่ายเงินต่าง ๆ ให้โจทก์ แต่เงินบำเหน็จและค่าชดเชย ยังจ่ายไม่ถูกต้อง เพราะจะต้องนำค่าตำแหน่งกับค่าครองชีพที่โจทก์ได้รับมารวมกับเงินเดือนเป็นฐานคำนวณด้วย จำเลยที่ ๑ ยังค้างชำระเงินเดือนประจำเดือนสิงหาคม ๒๕๒๘ อยู่ ๒๗,๐๐๕ บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่งเมื่อปีพ.ศ.๒๕๑๗ จำเลยที่ ๑ ได้ก่อตั้งบริษัทจำเลยที่ ๒ ขึ้นในบริเวณโรงงานของจำเลยที่ ๑ และได้ร่วมกันว่าจ้างโจทก์ให้ทำงานในบริษัทจำเลยที่ ๒ โดยให้ค่าตอบแทนแก่โจทก์ในอัตราครึ่งหนึ่งของค่าตอบแทนที่โจทก์ได้รับจากจำเลยที่ ๑ ตั้งแต่ปี ๒๕๑๘ ถึงวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๒๘ จึงต้องจ่ายเงินต่าง ๆ ในอัตราครึ่งหนึ่งที่โจทก์ได้รับจากจำเลยที่ ๑ ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินดังกล่าวพร้อมทั้งดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธหลายประการ และว่า สำหรับเงินค่าจ้างประจำเดือนสิงหาคม ๒๕๒๘ โจทก์ทำงานกับจำเลยที่ ๑ เพียงวันที่๑๘ สิงหาคม ๒๕๒๘ โจทก์จึงมีสิทธิได้รับเป็นเงินค่าจ้างตามจำนวนวันที่ทำงานดังกล่าวเท่านั้น ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินประกันดอกเบี้ยเงินประกัน เงินสะสม เงินบำเหน็จ เงินชดเชย เงินโบนัสและค่าจ้างค้างจ่ายพร้อมทั้งดอกเบี้ยแก่โจทก์คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกและให้ยกฟ้องคดีสำหรับจำเลยที่ ๒ โจทก์และจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่าที่โจทก์อุทธรณ์อีกว่าโจทก์เป็นลูกจ้างประจำรายเดือนจึงมีสิทธิได้รับเงินเดือนค่าตำแหน่งและค่าครองชีพเต็มทั้งเดือนไม่ว่าเดือนนั้นโจทก์จะมาทำงานกี่วันเพราะการที่โจทก์ออกจากงานเพราะเกษียณอายุตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ด้วยความสมัครใจของโจทก์และการที่จำเลยที่ ๑ มีระเบียบข้อบังคับให้พนักงานเกษียณอายุในวันที่ ๑๙ สิงหาคมของทุกปีแสดงว่าจำเลยที่ ๑ กำหนดให้โจทก์ซึ่งเป็นพนักงานของจำเลยที่ ๑ ซึ่งครบเกษียณอายุในปี ๒๕๒๘ มีวันทำงานในเดือนสิงหาคม ๒๕๒๘ เพียง ๑๘ วันเท่านั้นเมื่อโจทก์ได้ทำงานในเดือนสิงหาคม ๒๕๒๘ และต้องออกจากงานเพราะเกษียณในเดือนสิงหาคม ๒๕๒๘ จำเลยที่ ๑ จึงต้องจ่ายค่าจ้างประจำเดือนอันได้แก่เงินเดือนค่าตำแหน่งและค่าครองชีพเต็มทั้งเดือนรวมเป็นเงิน ๒๖,๙๐๕ บาทแก่โจทก์นั้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่าเมื่อโจทก์ต้องเกษียณอายุในวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๒๘ โจทก์ย่อมพ้นจากสภาพความเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๑ นับแต่วันดังกล่าวและจำเลยที่ ๑ ไม่มีหน้าที่ที่จะต้องจ่ายค่าจ้างตั้งแต่วันนั้นให้แก่โจทก์อีกต่อไปทั้งตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยที่ ๑ ก็มิได้กำหนดให้จำเลยที่ ๑ จ่ายค่าจ้างทั้งเดือนให้แก่พนักงานที่ต้องพ้นจากตำแหน่งเพราะเกษียณอายุ

เช่นกรณีโจทก์นี้แต่อย่างใดโจทก์จึงมีสิทธิที่จะได้รับค่าจ้างอันได้แก่เงินเดือนค่าตำแหน่งและค่าครองชีพเพียง๑๘ วันรวมเป็นเงิน ๑๕,๖๒๒.๒๖ บาทตามที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยมาแล้วเท่านั้นอุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นเดียวกัน

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่าเฉพาะเงินบำเหน็จจำนวน ๙๙,๙๗๔ บาทให้จำเลยที่ ๑ ชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · จำนง นิยมวิภาต
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายไพรัฐ สันติเสวีศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้