คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้รับหนังสือของเจ้าพนักงานที่ดินซึ่งให้จำเลยส่งมอบโฉนดภายใน ๑๕ วันตั้งแต่วันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๑๖ต่อมาวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๑๖ อันเป็นเวลาล่วงเลยกำหนด ๑๕ วันจำเลยได้บังอาจขัดคำสั่งเจ้าพนักงานที่ดิน โดยฝ่าฝืนไม่ส่งโฉนดดังกล่าว โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันควร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๗๔, ๑๐๙
จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าวันเวลาที่โจทก์กล่าวหายังไม่ล่วงพ้นกำหนด ๑๕ วัน จึงยังไม่เป็นความผิด พิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่าการนับเวลาตามฟ้องเข้าหลักยกเว้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๘ วรรคท้าย จำเลยต้องปฏิบัติตามคำสั่งตั้งแต่วันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๑๖ ภายในกำหนด ๑๕ วันถึงวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๑๖ ดังคำพิพากษาฎีกาที่ ๗๒๗/๒๔๗๐, ๖๗๑/๒๔๘๖ และ ๗๕๓/๒๔๘๑
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การนับระยะเวลาในกรณีเช่นนี้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๘ ได้บัญญัติห้ามไว้แล้วว่าไม่ให้นับวันแรกแห่งระยะเวลานั้นคำนวณเข้าด้วยเว้นแต่จะเริ่มการในวันนั้นเองตั้งแต่เวลาอันเป็นกำหนดเริ่มทำการงานกันตามประเพณีซึ่งสำหรับคดีนี้ก็มิได้เข้าข้อยกเว้น คือไม่มีประเพณีเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้เช่นนั้น เมื่อจำเลยได้รับหนังสือ เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๑๖ กำหนด๑๕ วันนี้ก็ต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๑๖ และต้องครบกำหนดในวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๑๖ ซึ่งเป็นวันอาทิตย์ จำเลยจึงยังมีสิทธินำส่งในวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๑๖ ซึ่งเป็นวันเริ่มทำงานใหม่ได้อีกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๑ ดังนี้ย่อมถือว่ายังไม่ล่วงพ้นระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดให้จำเลยส่งจำเลยจึงไม่ได้กระทำผิดในวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๑๖ ดังโจทก์ฟ้อง ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๓๕/๒๕๐๕ คำพิพากษาฎีกาต่าง ๆ ที่โจทก์อ้างมาล้วนเป็นเรื่องการนับอายุความทางอาญาหาใช่เป็นปัญหาเรื่องวิธีการเริ่มต้นรับระยะเวลาดังคดีนี้ไม่ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน