Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3016/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยเข้าครอบครองที่ดินพิพาทโดยเข้าใจว่าเป็นที่ดินของกรมชลประทานและรับว่าหากกรมชลประทานจะเอาคืน จำเลยก็จะคืนให้เช่นนี้ การครอบครองที่ดินพิพาทของจำเลยจึงมีลักษณะเป็นการครอบครองชั่วคราวเท่านั้น มิได้ครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ อีกทั้งที่ดินที่บุคคลจะได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ ต้องเป็นที่ดินซึ่งบุคคลอื่นมีกรรมสิทธิ์อยู่ เมื่อที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ 7107 ซึ่งทางราชการเพิ่งออกโฉนดที่ดินให้แก่บริษัท ท. ระยะเวลาการครอบครองปรปักษ์ที่ดินพิพาทจึงต้องเริ่มนับเมื่อทางราชการออกโฉนดที่ดินให้แก่เจ้าของที่ดิน แต่จำเลยมิได้บอกกล่าวไปยังบริษัท ท. ว่าตนเองเป็นผู้ครอบครองที่ดินพิพาทโดยสุจริตอย่างเป็นเจ้าของ ต่อมาบริษัท ท. โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวให้แก่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ค. จำเลยกลับมีหนังสือขอซื้อที่ดินไปยังบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ค. พฤติการณ์ของจำเลยจึงเท่ากับเป็นการยอมรับว่าบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ค. เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ดังนั้น การอยู่ในที่ดินพิพาทของจำเลย จึงมีลักษณะเป็นการอยู่โดยอาศัยสิทธิของผู้อื่น ซึ่งตราบใดที่จำเลยมิได้บอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือไปยังเจ้าของที่ดินว่าไม่มีเจตนาจะยึดถือทรัพย์สินแทนผู้ครอบครองต่อไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 1381 จำเลยย่อมไม่มีสิทธิครอบครอง แม้จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทมาเกินกว่า 10 ปี จำเลยก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ตามกฎหมาย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนบ้านเลขที่ 8 หมู่ที่ 2 ตำบลองครักษ์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ออกไปจากที่ดินของโจทก์ทั้งสอง และใช้ค่าเสียหายเดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดิน

จำเลยให้การว่า จำเลยครอบครองที่ดินมาตั้งแต่ปี 2520 โดยมิได้มีผู้ใดโต้แย้ง โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า 10 ปี จำเลยจึงได้กรรมสิทธิ์ที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนบ้านเลขที่ 8 หมู่ที่ 2 ตำบลองครักษ์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 7107 ตำบลองครักษ์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองเดือนละ 2,000 บาท นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 12 มิถุนายน 2540) จนกว่าจำเลยจะรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินพิพาท

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองเดือนละ 500 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติโดยคู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งว่า โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 7107 ตำบลองครักษ์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก เนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน 12 ตารางวา โดยโจทก์ทั้งสองซื้อที่ดินดังกล่าวมาจากบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์คาเธ่ย์ไฟน์แนนซ์ จำกัด เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2539 ตามสารบัญจดทะเบียนสำเนาโฉนดที่ดินเอกสารหมาย จ.10 และสำเนาหนังสือสัญญาขายที่ดินเอกสารหมาย จ.11 ที่ดินพิพาทเนื้อที่ 41 ตารางวา ตามแผนที่วิวาทเอกสารหมาย จ.ล.1 เป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ 7107 ของโจทก์ทั้งสอง โดยมีบ้านเลขที่ 8 หมู่ที่ 2 ตำบลองครักษ์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ของจำเลยปลูกสร้างอยู่ในที่ดินพิพาท

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า จำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทด้วยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 หรือไม่ จำเลยมีตัวจำเลย นายนรา จันทรชิรัตน์ นายยงยุทธ จันทรชิรัตน์ และนายไสว อยู่เส็ง เบิกความเป็นพยานในทำนองเดียวกันว่า จำเลยซื้อบ้านเลขที่ 8 ซึ่งตั้งอยู่ในที่ดินพิพาทจากนายไสวตั้งแต่ปี 2520 จำเลยและครอบครัวอยู่อาศัยในที่ดินพิพาทตลอดมา โดยเข้าใจว่าเป็นที่ดินของกรมชลประทาน จนกระทั่งปี 2526 จำเลยจดทะเบียนซื้อบ้านดังกล่าวจากนายไสว ซึ่งในการจดทะเบียนซื้อขาย นายไสวมอบหมายให้นายสนม อยู่เส็ง พี่ชายเป็นผู้ดำเนินการแทน เห็นว่า หนังสือสัญญาขายบ้านเลขที่ 8 ระหว่างจำเลยกับนายสนมตามเอกสารหมาย

ล.1 จำเลยให้ถ้อยคำต่อนายอำเภอองครักษ์ ตามบันทึกถ้อยคำฉบับลงวันที่ 6 มกราคม 2526 เอกสารหมาย ล.2 แผ่นที่ 2 ว่า หากมีการใช้ที่ดินหรือเจ้าของที่ดินคือกรมชลประทานจะใช้ประโยชน์หรือให้รื้อถอน จำเลยยินยอมรื้อถอนโดยไม่คิดค่ารื้อถอนจากเจ้าของที่ดิน ดังนั้น การที่จำเลยเข้าครอบครองที่ดินพิพาทโดยเข้าใจว่าเป็นที่ดินของกรมชลประทานและรับว่าหากกรมชลประทานจะเอาคืน จำเลยก็จะคืนให้เช่นนี้ การครอบครองที่ดินพิพาทของจำเลยจึงมีลักษณะเป็นการครอบครองชั่วคราวเท่านั้น มิได้ครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ อีกทั้งที่ดินที่บุคคลจะได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ ต้องเป็นที่ดินซึ่งบุคคลอื่นมีกรรมสิทธิ์อยู่ เมื่อที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ 7107 ซึ่งทางราชการเพิ่งออกโฉนดที่ดินให้แก่บริษัททอง 16 เมืองใหม่

จำกัด เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2530 ตามสำเนาโฉนดที่ดินเอกสารหมาย จ.10 ระยะเวลาการครอบครองปรปักษ์ที่ดินพิพาทจึงต้องเริ่มนับเมื่อทางราชการออกโฉนดที่ดินให้แก่เจ้าของที่ดิน แต่จำเลยก็มิได้บอกกล่าวไปยังบริษัททอง 16 เมืองใหม่ จำกัด เจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 7107 ว่าตนเองเป็นผู้ครอบครองที่ดินพิพาทโดยสุจริตอย่างเป็นเจ้าของ ทั้งต่อมาภายหลังบริษัททอง 16 เมืองใหม่ จำกัด โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวให้แก่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์คาเธ่ย์ไฟน์แนนซ์ จำกัด เป็นรายต่อมา ตามสารบัญจดทะเบียนสำเนาโฉนดที่ดินเอกสารหมาย จ.10 จำเลยกลับมีหนังสือขอซื้อที่ดินจำนวน 493 ตารางวา ไปยังบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์คาเธ่ย์ไฟน์แนนซ์ จำกัด เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2539 ตามเอกสารหมาย

จ.3 จากนั้นวันที่ 13 มิถุนายน 2539 จำเลยก็ยังคงมีหนังสือขอซื้อที่ดินแปลงเดียวกันนี้ไปยังบริษัทดังกล่าวอีกครั้งตามเอกสารหมาย จ.4 โดยระบุเลขโฉนดที่ดินที่จำเลยขอซื้อว่าเป็นโฉนดเลขที่ 7107 ตำบลองครักษ์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก จำนวนเนื้อที่ 1 ไร่ 93 ตารางวา ซึ่งนายประวิทย์ สวัสดิโภชา หัวหน้างานนิติกรรมและสัญญาบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์คาเธ่ย์ไฟน์แนนซ์ จำกัด พยานฝ่ายโจทก์ก็เบิกความยืนยันว่าจำเลยมีหนังสือขอซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 7107 ทั้งแปลง โดยที่ดินพิพาทซึ่งบ้านของจำเลยปลูกสร้างอยู่เป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ 7107 นั่นเอง หาใช่เป็นที่ดินแปลงอื่นใดดังที่จำเลยกล่าวอ้างไม่ พฤติการณ์ของจำเลยจึงเท่ากับเป็นการยอมรับว่าบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์คาเธ่ย์ไฟน์แนนซ์

จำกัด เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ดังนั้น การอยู่ในที่ดินพิพาทของจำเลย จึงมีลักษณะเป็นการอยู่โดยอาศัยสิทธิของผู้อื่น ซึ่งตราบใดที่จำเลยมิได้บอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือไปยังเจ้าของที่ดินว่าไม่มีเจตนาจะยึดถือทรัพย์สินแทนผู้ครอบครองต่อไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381 จำเลยย่อมไม่มีสิทธิครอบครอง แม้จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทเกินกว่า 10 ปี จำเลยก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ตามกฎหมาย ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยต้องกันว่าจำเลยไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 และที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 กำหนดค่าเสียหายให้จำเลยชดใช้แก่โจทก์ทั้งสองเดือนละ 500 บาท นับแต่วันฟ้อง จนกว่าจำเลยจะรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินพิพาทนั้น ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สดศรี สัตยธรรม · จำรูญ แสนภักดี · สุมิตร สุภาดุลย์
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้