Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3008/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เหตุเกิดเวลากลางวัน ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายคุยอยู่กับจำเลยและเอาน้ำให้จำเลยดื่ม เมื่อเกิดเหตุแล้วในชั้นที่ผู้เสียหายไปแจ้งความ ผู้เสียหายแจ้งว่าหากเห็นหน้าคนร้ายอีกก็จำได้ในชั้นจับกุมเมื่อผู้เสียหายพบจำเลย จำเลยเดินหลบหน้าผู้เสียหายจำเลยกับผู้เสียหายไม่มีสาเหตุกัน ดังนี้น่าเชื่อว่าจำเลยเป็นคนร้ายชิงทรัพย์ผู้เสียหาย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 25147ข้อ 14 และขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 2,480 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 339 วรรคสอง ลงโทษจำคุก 10 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 2,480 บาท แก่ผู้เสียหายจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันฟังได้ว่า วันเวลาเกิดเหตุคนร้ายมีมีดเป็นอาวุธชิงสร้อยคอทองคำของผู้เสียหายไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจับจำเลยมาดำเนินคดีมีปัญหาว่าจำเลยใช่คนร้ายที่ชิงทรัพย์ของผู้เสียหายหรือไม่ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว

คดีนี้เหตุเกิดเวลากลางวัน ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายคุยอยู่กับจำเลยเอาน้ำให้จำเลยดื่ม ทั้งเมื่อเกิดเหตุแล้วในชั้นที่ผู้เสียหายไปแจ้งความ ร้อยตำรวจโทนิรัตน์เบิกความว่า ผู้เสียหายแจ้งว่าหากเห็นหน้าคนร้ายอีกก็จำได้จึงเชื่อว่าผู้เสียหายจำคนร้ายได้ดังที่เบิกความ ในชั้นจับกุมข้อเท็จจริงได้ความจากคำเบิกความของผู้เสียหายต่อไปว่าเมื่อรถโดยสารคันที่ผู้เสียหายเดินทางไปจังหวัดตรังจอดที่กะปางผู้เสียหายเห็นจำเลยเดินอยู่ใกล้ ๆ จำเลยหลบหน้าผู้เสียหายกิริยาอาการของจำเลยดังกล่าวเป็นเหตุผลประกอบคำเบิกความของผู้เสียหายให้น่าเชื่อว่าจำเลยเป็นคนร้ายดังที่ผู้เสียหายยืนยันเพราะมิฉะนั้นไม่มีเหตุที่จำเลยจะต้องหลบหน้าผู้เสียหาย จำเลยกับผู้เสียหายไม่มีสาเหตุกัน คำเบิกความของผู้เสียหายดังได้กล่าวมาแล้วจึงมีน้ำหนัก

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่า การจดจำคนร้ายตามปกติคนทั่วไปจะจำได้ไม่เกิน 1 สัปดาห์

ศาลฎีกาเห็นว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวเลื่อนลอยไม่มีเหตุผล แม้ผู้เสียหายจะเห็นจำเลยอีกครั้งเมื่อล่วงเลย 1 สัปดาห์ มาแล้ว ก็ไม่เป็นเหตุที่จะให้ฟังว่าผู้เสียหายจำคนร้ายไม่ได้ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า การจดจำคนร้ายของผู้เสียหายมีโอกาสผิดพลาดได้มาก เพราะขณะเกิดเหตุมีเหตุอันน่าหลาดกลัวโดยคนร้ายใช้มีดขู่เข็ญว่าจะแทงผู้เสียหายนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าโอกาสที่ผู้เสียหายจะจำคนร้ายได้มีตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุเพราะผู้เสียหายเบิกความว่าคนร้ายมานั่งที่หน้าบ้านผู้เสียหาย คุยกับผู้เสียหายและขอน้ำผู้เสียหายดื่ม ดังนั้นแม้จะมีเหตุน่าหวาดกลัวขณะเกิดเหตุดังที่จำเลยฎีกาก็ไม่เป็นเหตุที่จะให้ผู้เสียหายจำคนร้ายผิดพลาดไปได้ ดังวินิจฉัยมาเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคง พยานฐานที่อยู่ของจำเลยเลื่อนลอยไม่ประกอบด้วยเหตุผล ฟังหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ไม่ได้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายดังที่โจทก์ฟ้อง ศาลล่างทั้งสองพิพากษาคดีชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เดชา สุวรรณโณ · สวัสดิ์ รอดเจริญ · ส่อง สุขะปุณณพันธ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2566

วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้ใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว และก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ศาลอาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร ซึ่งรวมทั้งการเรียกพยานที่สืบแล้วมาสืบใหม่โดย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้