Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3001/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การจัดการและการรับผิดชอบในการดำเนินการของกองทุนรวมเป็นอำนาจของบริษัทหลักทรัพย์ซึ่งได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้จัดตั้งและจัดการกองทุนรวมตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 117 ประกอบด้วยมาตรา 124 วรรคสอง และมาตรา 125 (1) บริษัทหลักทรัพย์โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยซึ่งปฏิบัติผิดเงื่อนไขตามหนังสือข้อสนเทศเสนอขายหุ้นกู้ต่อกองทุนรวมได้ มิใช่กองทุนรวมจะต้องฟ้องคดีเองในนามของกองทุนรวมซึ่งเป็นนิติบุคคลโจทก์ฟ้องว่า โจกท์เป็นผู้จัดตั้งกองทุนรวมไทยพาณิชย์ทุนทวี 2 และกองทุนรวมไทยพาณิชย์สะสมทรัพย์ก้าวหน้า เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2537 โจทก์ซื้อหุ้นกู้ของจำเลยในนามของกองทุนรวมไทยพาณิชย์ทุนทวี 2 จำนวน 20,000 หน่วย มูลค่ารวม 20,000,000 บาท และวันที่ 14 พฤษภาคม 2540 โจทก์ซื้อหุ้นกู้ของจำเลยในนามกองทุนรวมไทยพาณิชย์สะสมทรัพย์ก้าวหน้าจำนวน 30,000 หน่วย มูลค่า 30,000,000 บาท หุ้นกู้ดังกล่าวมีกำหนดอายุ 5 ปี นับแต่วันที่จำเลยออกหุ้นกู้คือวันที่ 5 สิงหาคม 2537 ครบกำหนดไถ่ถอนวันที่ 4 สิงหาคม 2542 จำเลยตกลงให้ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ตลอดอายุหุ้นกู้โดยกำหนดชำระดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ และวันที่ 5 สิงหาคม ของทุกปีตลอดอายุหุ้นกู้ ต่อมาจำเลยผิดนัดไม่ชำระดอกเบี้ยประจำงวดวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2541 โจทก์มีสิทธิขอไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนครบกำหนดและโจทก์ได้ดำเนินการยื่นคำขอไถ่ถอนหุ้นกู้แล้วจำเลยจึงต้องไถ่ถอนหุ้นกู้ในมูลค่าหน่วยละ 990.74 บาท รวมเป็นเงิน 49,537,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับถึงวันฟ้องเป็นเงิน 8,998,090.69 บาท รวมเป็นเงิน 58,535,090.69 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 58,535,090.69 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 49,537,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะกองทุนรวมไทยพาณิชย์ทุนทวี 2 และกองทุนรวมไทยพาณิชย์สะสมทรัพย์ก้าวหน้าเป็นนิติบุคคลไม่ได้มอบอำนาจให้โจทก์ฟ้องคดีแทน ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 49,537,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 24 เมษายน 2541 จนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 45,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 30,000 บาท แทนโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังยุติโดยคู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นฎีกาว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการจัดการลงทุนตามหนังสือรับรองเอกสารหมาย จ.1 โจทก์มอบอำนาจให้นางสาวไปรดา เจริญไทยทวี เป็นผู้ดำเนินคดีแทนตามหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.2 โจทก์ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งและจัดการโครงการกองทุนรวมไทยพาณิชย์ทุนทวี 2 และโครงการกองทุนรวมไทยพาณิชย์สะสมทรัพย์ก้าวหน้า เพื่อระดมทุนโดยแบ่งกองทุนออกเป็นหน่วยเรียกว่า "หน่วยลงทุน" จำหน่ายแก่ประชาชน แล้วนำเงินที่ได้จากการจำหน่ายลงทุนนั้นไปลงทุนในหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่น หรือไปหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

พ.ศ.2535 มาตรา 117 และโจทก์ได้จดทะเบียนกองทรัพย์สินของโครงการกองทุนรวมไทยพาณิชย์ทุนทวี 2 และโครงการกองทุนรวมไทยพาณิชย์สะสมทรัพย์ก้าวหน้า เป็นกองทุนรวมตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 124 แล้ว ตามหนังสือรับรองเอกสารหมาย จ.5 และ จ.6 โจทก์ได้แต่งตั้งให้ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดูแลผลประโยชน์กองทุนรวมเอกสารหมาย จ.17 และ จ.18 จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัมมหาชนจำกัด ตามหนังสือรับรองเอกสารหมาย จ.9 เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2537 ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทจำเลย ครั้งที่ 2/2537 มีมติให้ออกหุ้นกู้ประเภทไม่มีหลักประกันเสนอขายแก่นักลงทุนเฉพาะรายมีมูลค่ารวมประมาณ 1,800,000,000 บาท

แบ่งเป็น 1,800,000 หน่วย มูลค่าหน่วยละ 1,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี กำหนดชำระดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง ทุกวันที่ 5 กุมภาพันธ์ และวันที่ 5 สิงหาคมตลอดอายุของหุ้นกู้ 5 ปี ตามหนังสือข้อสนเทศเสนอขายหุ้นกู้เอกสารหมาย จ.12 โดยจำเลยแต่งตั้งให้บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์กรุงเทพธนาทร จำกัด (มหาชน) เป็นนายทะเบียนและตัวแทนการจ่ายเงินหุ้นกู้ของจำเลย ตามสัญญาแต่งตั้งนายทะเบียนและตัวแทนจ่ายเงินเอกสารหมาย จ.11 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2537 กองทุนรวมไทยพาณิชย์ทุนทวี 2 ได้ซื้อหุ้นกู้ของจำเลยจำนวน 20,000 หน่วย เป็นเงิน 20,000,000 บาท ตามทะเบียนถือหุ้นกู้เอกสารหมาย จ.13 และภาพถ่ายใบหุ้นกู้เอกสารหมาย จ.14 และเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2537 กองทุนรวมไทยพาณิชย์สะสมทรัพย์ก้าวหน้าได้ซื้อหุ้นกู้ของจำเลยจำนวน 30,000 บาท เป็นเงิน 30,000,000 บาท ตามทะเบียนผู้ถือหุ้นกู้เอกสารหมาย

จ.15 และภาพถ่ายใบหุ้นกู้เอกสารหมาย จ.16 จำเลยไม่ได้จ่ายดอกเบี้ยของหุ้นกู้ประจำงวดวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2541 ให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้เป็นการผิดเงื่อนไขตามหนังสือข้อสนเทศเสนอขายหุ้นกู้ข้อ 1.16.2 กองทุนรวมทั้งสองมีสิทธิขอไถ่ถอนหุ้นของจำเลยจำนวน 50,000 หุ้นก่อนกำหนด ในมูลค่าหุ้นละ 990.74 บาท เป็นเงิน 49,537,000 บาท และจำเลยต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยสำหรับต้นเงินดังกล่าวในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 24 เมษายน 2541 อันเป็นวันที่จำเลยผิดนัดไม่ยอมไถ่ถอนหุ้นกู้ให้แก่กองทุนรวมทั้งสอง คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการเดียวว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า กองทุนรวมไทยพาณิชย์ทุนทวี 2 และกองทุนรวมไทยสะสมทรัพย์ก้าวหน้าเป็นกองทุนรวมที่ได้จดทะเบียนแล้วจึงมีสภาพเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

พ.ศ.2535 มาตรา 124 วรรคสอง กองทุนรวมทั้งสองจะต้องเป็นผู้ฟ้องคดีนี้เองในนามของกองทุนรวมทั้งสองนั้น เห็นว่า กองทุนรวมเป็นการออกหน่วยลงทุนของแต่ละโครงการจำหน่ายแก่ประชาชน เพื่อนำเงินที่ได้จากการจำหน่ายหน่วยลงทุนนั้นไปลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือไปหาดอกผลโดยวิธีอื่น เพื่อหากำไรมาแบ่งให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนการจัดการกองทุนรวมเป็นธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทหนึ่ง การขอจัดตั้งกองทุนรวมจึงต้องกะทำโดยบริษัทหลักทรัพย์ โจทก์เป็นบริษัทหลักทรัพย์ซึ่งได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้จัดตั้งและจัดการกองทุนรวมไทยพาณิชย์ทุนทวี 2 และกองทุนไทยพาณิชย์สมสะทรัพย์ก้าวหน้าแล้ว

โจทก์จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและวิธีการจัดการกองทุนรวมตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 หมวดที่ 4 ธุรกิจหลักทรัพย์ ส่วนที่ 7 การจัดการกองทุนรวม ตั้งแต่มาตรา 117 ถึงมาตรา 132 โดยโจทก์ได้จัดให้ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของกองทุนรวมทั้งสอง ตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา 121 และ 122 และได้จดทะเบียนกองทรัพย์สินของกองทุนรวมทั้งสองเป็นกองทุนรวมกับกำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ตามเงื่อนไขที่บัญัญัติไว้ในมาตรา 124 วรรคหนึ่งแล้ว แต่ผู้ดูแลผล ประโยชน์ของกองทุนรวมมีหน้าที่เสมือนเป็นตัวแทนของผู้ถือหน่วยลงทุน ในการติดตามดูแลให้บริษัทหลักทรัพย์ปฏิบัติจัดการกองทุนรวมตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายโดยเคร่งครัด และมีอำนาจฟ้องร้องบังคับคดีให้บริษัทหลักทรัพย์ปฏิบัติหน้าที่ของตนหรือฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทหลักทรัพย์

อันเป็นการใช้สิทธิควบคุมบริษัทหลักทรัพย์เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเท่านั้น ผู้ดูแลผลประโยชน์ดังกล่าวมิได้มีอำนาจในการจัดการกองทุนรวม ส่วนการจดทะเบียนกองทรัพย์สินของกองทุนรวมตามที่มาตรา 124 วรรคสอง บัญญัติว่า "กองทุนรวมที่ได้จดทะเบียนแล้วให้เป็นนิติบุคคลซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริษัทหลักทรัพย์นำทรัพย์สินของกองทุนรวมไปลงทุนตามโครงการจัดตั้งกองทุนรวมตามที่ได้รับอนุมัติโดยให้บริษัทหลักทรัพย์เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการของกองทุนรวม" นั้น ก็เนื่องจากกองทุนรวมแต่ละกองทุนมีโครงการและนโยบายในการลงทุนหาผลประโยชน์ที่แตกต่างกัน และการจัดการกองทุนรวมแต่ละกองทุนบริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดการให้เป็นไปตามโครงการจัดการกองทุนรวมตามที่ได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการ

ก.ล.ต. ตลอดจนข้อผูกพันที่ทำไว้กับผู้ถือหน่วยลงทุนอย่างเคร่งครัด ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 125 (1) การกำหนดให้กองทุนรวมที่ได้จดทะเบียนแล้วเป็นนิติบุคคล จึงเป็นเพียงการแยกหน่วยลงทุนซึ่งเป็นทรัพย์สินของแต่ละกองทุนรวมออกจากกัน เพื่อให้บริษัทหลักทรัพย์นำสินทรัพย์สินของกองทุนรวมแต่ละกองทุนไปหาผลประโยชน์ตามโครงการจัดการกองทุนรวมที่ได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. สำหรับกองทุนรวมนั้น ผลประโยชน์ที่ได้มาจากการจัดการกองทุนรวมใดก็ตกเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวมนั้น และเป็นการแยกกองทรัพย์สินของกองทุนรวมซึ่งเป็นทรัพย์สินของผู้ถือหน่วยลงทุนในแต่ละกองทุนรวมต่างหากจากกองทรัพย์สินของบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นผู้จัดการ เป็นการคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนในแต่ละกองทุนรวมเท่านั้น

การจัดการและการรับผิดชอบในการดำเนินการของกองทุนรวมเป็นอำนาจของบริษัทหลักทรัพย์ซึ่งได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้จัดตั้งและจัดการกองทุนรวม ตามมาตรา 117 ประกอบด้วยมาตรา 124 วรรคสอง และมาตรา 125 (1) บริษัทหลักทรัพย์โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยซึ่งปฏิบัติผิดเงื่อนไขตามหนังสือข้อสนเทศเสนอขายหุ้นกู้ต่อกองทุนรวมทั้งสองเป็นคดีนี้ได้ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาข้อนี้ชอบแล้ว

ที่จำเลยฎีกาว่ากองทุนรวมทั้งสองจะต้องเป็นผู้ฟ้องคดีนนี้เองในนามของกองทุนรวมทั้งสองนั้นฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมคักดิ์ เนตรมัย · สายันต์ สุรสมภพ · สุรพล เจียมจูไร
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้