Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 30/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ได้เสียกับจำเลยครั้งแรกเมื่อจำเลยรับโจทก์ไปทำปลาที่บ้านจำเลยต่อมาก็ได้เสียกันในทุ่งนาประมาณ 10 กว่าครั้ง และไม่เคยอยู่ร่วมเรือนเดียวกันฉันสามีภริยาเลย นอกจากจำเลยเขียนจดหมายรัก ส่งรูปถ่ายของจำเลย และบัตรส่งความสุขให้โจทก์บ้างเท่านั้น เมื่อโจทก์ตั้งครรภ์จำเลยเพียงแต่ส่งเสียเงินทองให้และรับว่าจะไปจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตร แต่พอโจทก์คลอดบุตรจำเลยกลับไม่รับว่าเป็นบุตรของจำเลย กรณีเช่นนี้ถือไม่ได้ว่าโจทก์และจำเลยได้อยู่กินด้วยกันอย่างเปิดเผยในระยะเวลาซึ่งโจทก์อาจตั้งครรภ์ได้ และถือไม่ได้ว่ามีพฤติการณ์ที่รู้กันอยู่ทั่วไปตลอดมาว่าเด็กหญิงเน้ยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของจำเลย จึงไม่เข้าเกณฑ์ที่จะขอให้รับเด็กเป็นบุตรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1529 อันเป็นบทบัญญัติซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะฟ้องคดี(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 1/2520)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยได้เสียเป็นสามีภรรยากันโดยมิได้จดทะเบียนสมรส มีบุตรด้วยกันชื่อเด็กหญิงเน้ย เมื่อตอนโจทก์ตั้งครรภ์ จำเลยส่งเสียเงินทองให้โจทก์ทั้งรับรองว่าจะรับเลี้ยงบุตร และจดทะเบียนรับรองบุตรตามกฎหมายแต่เมื่อคลอดเด็กหญิงเน้ยแล้วจำเลยกลับไม่ยอมรับ ขอให้ศาลพิพากษาว่าเด็กหญิงเน้ยเป็นบุตรจำเลย ให้จำเลยจดทะเบียนรับรองบุตรและจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูเด็กหญิงเน้ยเดือนละ 500 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าเด็กหญิงเน้ยอายุครบ20 ปีบริบูรณ์จำเลยให้การว่า ไม่เคยได้เสียกับโจทก์ และไม่เคยส่งเสียเงินทองให้โจทก์ในระหว่างโจทก์ตั้งครรภ์เด็กหญิงเน้ยมิใช่บุตรจำเลย และจำเลยไม่เคยรับรองว่าเป็นบุตรฐานะจำเลยยากจน ค่าอุปการะเลี้ยงดูที่โจทก์เรียกร้องมาสูงเกินควรและตัดฟ้องว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเชื่อว่าเด็กหญิงเน้ยเป็นบุตรจำเลยจริง

พิพากษาว่าเด็กหญิงเน้ยเป็นบุตรจำเลย ให้จำเลยจดทะเบียนรับรองบุตร หากไม่ไปจดให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูเด็กหญิงเน้ยเดือนละ 250 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าเด็กหญิงเน้ยอายุครบ 20ปีบริบูรณ์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์จำเลยลักลอบได้เสียกันเองมิได้อยู่กินกันอย่างเปิดเผย ไม่มีเอกสารแสดงชัดว่าเด็กเป็นบุตรจำเลย โจทก์ตั้งครรภ์แล้ว7 เดือน จึงได้พูดจาจะให้จำเลยขอขมาและรับรองบุตร จำเลยไม่ตกลง จึงมิใช่พฤติการณ์ที่รู้กันทั่วไป กรณีไม่เข้าเกณฑ์ขอให้รับเด็กเป็นบุตรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1529 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์จำเลยเคยได้เสียกันจนเกิดบุตรคือเด็กหญิงเน้ยจริง สำหรับปัญหาว่าโจทก์จะฟ้องขอให้รับเด็กหญิงเน้ยเป็นบุตรของจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1529 อันเป็นบทบัญญัติซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะฟ้องคดีหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบว่า โจทก์ได้เสียกับจำเลยครั้งแรกเมื่อจำเลยรับโจทก์ไปทำปลาที่บ้านจำเลย ต่อมาโจทก์จำเลยได้เสียกันในทุ่งนาประมาณ 10 กว่าครั้ง และไม่เคยอยู่ร่วมเรือนเดียวกันฉันสามีภริยาเลย นอกจากจำเลยเขียนจดหมายรัก ส่งรูปถ่ายของจำเลย และบัตรส่งความสุขให้โจทก์บ้างเท่านั้นเมื่อโจทก์ตั้งครรภ์แล้ว จำเลยเพียงแต่ส่งเสียเงินทองให้ และรับว่าเมื่อคลอดแล้วจะไปจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตร แต่พอโจทก์คลอดเด็กหญิงเน้ยแล้ว จำเลยกลับไม่รับว่าเป็นบุตรของจำเลย โจทก์จึงให้บิดาของโจทก์ไปแจ้งเกิดระบุว่าจำเลยเป็นบิดาของเด็กหญิงเน้ย กรณีเช่นนี้ถือไม่ได้ว่าโจทก์และ จำเลยได้อยู่กินด้วยกันอย่างเปิดเผยในระยะเวลาซึ่งโจทก์อาจตั้งครรภ์ได้ และถือไม่ได้ว่ามีพฤติการณ์ที่รู้กันอยู่ทั่วไปตลอดมาว่าเด็กหญิงเน้ยเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของจำเลย จึงไม่เข้าเกณฑ์ที่จะขอให้รับเด็กเป็นบุตรตามมาตรา 1529พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บัญญัติ สุชีวะ · พิสัณห์ ลีตเวทย์ · พิทยา มงคล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้