Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2998/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ให้รับผิดตามหนังสือสัญญาค้ำประกันฉบับเดียวกับที่โจทก์นำมาฟ้องในคดีนี้ และศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องคดีก่อนคดีถึงที่สุดแล้วโดยวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีเอกสารหนังสือสัญญาค้ำประกันมาแสดง เป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 วรรคสอง เท่ากับศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีแล้วว่า จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกันโดยอาศัยเหตุที่โจทก์ไม่มีหนังสือสัญญาค้ำประกันมาแสดงต่อศาล โจทก์ฟ้องคดีนี้ขอให้จำเลยที่ 2 รับผิดตามหนังสือสัญญาค้ำประกันฉบับเดียวกับที่ฟ้องในคดีก่อน จึงเป็นการขอให้ศาลวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีโดยอาศัยเหตุเรื่องหนังสือสัญญาค้ำประกันฉบับเดิมนั้นอีก เป็นการฟ้องขอให้ศาลวินิจฉัยในประเด็นโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน จึงเป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือสัญญากู้ยืมเงินจำนวน100,000 บาท ไปจากโจทก์ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี กำหนดใช้คืนเมื่อโจทก์ต้องการ โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน ต่อมาโจทก์มีความจำเป็นต้องใช้เงินจึงมีหนังสือทวงถามไปยังจำเลยที่ 2สำหรับจำเลยที่ 1 ไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ใด จึงไม่ได้ทวงถาม จำเลยที่ 2 ได้รับหนังสือแล้วไม่ยอมชำระเงินแก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ร่วมกันชำระต้นเงินและดอกเบี้ยถึงวันฟ้องซึ่งโจทก์ขอคิดเพียง 30,000 บาท รวมเป็นเงิน 130,000 บาท แก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ15 ต่อปี ในต้นเงิน 100,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จในชั้นรับฟ้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 คงรับฟ้องไว้เฉพาะจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 ให้การว่า

โจทก์เคยฟ้องจำเลยที่ 2 เรื่องผิดสัญญาค้ำประกัน ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องตามคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 24/2531 หมายเลขแดงที่ 81/2531 ของศาลชั้นต้น ฟ้องของโจทก์คดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำกับคดีดังกล่าว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินให้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ประเด็นวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่าฟ้องคดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 81/2531 ของศาลชั้นต้นหรือไม่ และจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่เพียงใด ในประเด็นแรกเรื่องฟ้องซ้ำนั้น ได้ความว่าในคดีก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ให้รับผิดตามหนังสือสัญญาค้ำประกันฉบับเดียวกับที่โจทก์นำมาฟ้องในคดีนี้ ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.1 และศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องคดีก่อนโดยวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีเอกสารหนังสือสัญญาค้ำประกันมาแสดงเป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 วรรคสองและคดีถึงที่สุดแล้ว โดยโจทก์มิได้อุทธรณ์ฎีกาคัดค้านข้อวินิจฉัยของศาลชั้นต้นเห็นว่า

การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยดังกล่าวและพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้นก็เท่ากับศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยในประเด็นแห่งคดีแล้วว่า จำเลยที่ 2ไม่ต้องรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกันโดยอาศัยเหตุที่โจทก์ไม่มีหนังสือสัญญาค้ำประกันมาแสดงต่อศาลโจทก์ฟ้องคดีนี้ขอให้จำเลยที่ 2รับผิดตามหนังสือสัญญาค้ำประกันฉบับเดียวกับที่ฟ้องในคดีก่อน จึงเป็นการขอให้ศาลวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดี โดยอาศัยเหตุเรื่องหนังสือสัญญาค้ำประกันฉบับเดิมนั้นอีกกรณีเป็นที่เห็นได้ชัดว่าคดีนี้กับคดีก่อนเป็นการฟ้องขอให้ศาลวินิจฉัยในประเด็นโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ดังนั้น ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อนตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 เช่นนี้ไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นเรื่องความรับผิดของจำเลยที่ 2 ต่อโจทก์ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · ราเชนทร์ จัมปาสุต · มงคล สระฏัน
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้