Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 299/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปลอมและใช้พินัยกรรมปลอมของ ป.เจ้ามรดก ขอให้ลงโทษแต่โจทก์เองก็ถูกฟ้องว่าปลอมพินัยกรรมของ ป. เหมือนกัน และศาลได้พิพากษาลงโทษโจทก์ฐานปลอมพินัยกรรม คดีถึงที่สุด ดังนี้ โจทก์จึงตกเป็นบุคคลต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกของ ป. ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1606(5) โจทก์จึงไม่ใช่ผู้ได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้องจำเลยอันจะมีสิทธิฟ้องจำเลยได้ ศาลย่อมพิพากษายกฟ้องได้ โดยไม่ต้องไต่สวนมูลฟ้อง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบุตรของนางปริก สิริยานนท์ และเป็นผู้รับมรดกนางปริก ตามพินัยกรรมลงวันที่ 26 ตุลาคม 2505นางปริกวายชนม์เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2507 จำเลยทั้งห้าคนกับพวกได้ร่วมกันทำพินัยกรรมปลอมขึ้นทั้งฉบับ ว่าเป็นพินัยกรรมของนางปริกลงวันที่ 1 มิถุนายน 2501 มีข้อความตัดโจทก์ว่ามิใช่บุตรบุญธรรมของนางปริก ห้ามโจทก์เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของนางปริก และตั้งให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของนางปริก และต่อมาจำเลยที่ 1 ที่ 2โดยความรู้เห็นยินยอมของจำเลยอื่น ได้นำพินัยกรรมปลอมดังกล่าวไปยื่นต่อเจ้าพนักงานที่ดิน เพื่อจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเป็นผู้จัดการมรดกและรับโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ของนางปริก ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 266, 267, 268, 83, 90 และ 91 ก่อนไต่สวนมูลฟ้องปรากฏว่าโจทก์ถูกพนักงานอัยการฟ้องฐานปลอมพินัยกรรมของนางปริกอีกฉบับหนึ่ง คือ คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2633/2507

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นเรื่องปลอมพินัยกรรมของนางปริกด้วยกัน แม้จะเป็นพินัยกรรมคนละฉบับ แต่หากเมื่อศาลพิจารณาพิพากษาคดีที่อัยการเป็นโจทก์ว่าพินัยกรรมฉบับที่นางประพิศโจทก์อ้างว่านางปริกทำขึ้นเพื่อยกทรัพย์สินให้แก่ตนนั้นเป็นพินัยกรรมปลอมแล้ว คดีนี้ก็อาจจะเสร็จไปได้ จึงสั่งรอการพิจารณาคดีไว้ฟังผลคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2633/2507 ต่อมาครั้นศาลฎีกาได้พิพากษาคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2633/2507 นั้นแล้ว ศาลชั้นต้นสั่งงดไต่สวนมูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่า เมื่อศาลฎีกาวินิจฉัยคดีถึงที่สุดในคดีอื่นแล้วว่าโจทก์มิใช่บุตรหรือบุตรบุญธรรมของเจ้ามรดก และลงโทษโจทก์ฐานปลอมและใช้พินัยกรรมปลอม โจทก์หาเป็นผู้เกี่ยวข้องอันใดกับนางปริก และหามีความเสียหายแต่ประการใดเนื่องจากการกระทำผิดฐานปลอมและใช้พินัยกรรมปลอมของนางปริกไม่ โจทก์มิใช่ผู้เสียหาย พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า แม้จะรับฟังไว้ก่อนว่าโจทก์เป็นบุตรหรือบุตรบุญธรรมของนางปริกก็ตาม โจทก์ก็ถูกกำจัดมิให้รับมรดกนางปริกในฐานะเป็นผู้ไม่สมควร เพราะเป็นผู้ปลอมพินัยกรรมของเจ้ามรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1606(5) และไม่ใช่ผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่จะมีอำนาจฟ้องคดีนี้พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาฝ่ายเดียว

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อศาลฎีกาได้พิพากษาถึงที่สุดในคดีดำที่ 2633/2507 นั้น ว่าโจทก์เป็นผู้ปลอมพินัยกรรมของนางปริก โจทก์ย่อมตกเป็นผู้ถูกกำจัดมิให้รับมรดกของนางปริกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1606(5) จึงเห็นได้ว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) เพราะการกระทำทั้งหลายที่โจทก์อ้างว่าจำเลยกระทำผิดฐานปลอมและใช้พินัยกรรมอีกฉบับหนึ่งต่างหากจากที่โจทก์ถูกฟ้องนั้น มิได้ทำให้โจทก์ซึ่งตกเป็นบุคคลต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกคือทรัพย์สินของนางปริกเจ้ามรดกเสียแล้วนั้นต้องได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดของจำเลยแต่อย่างใด แม้การกำจัดมิให้รับมรดกเป็นการเฉพาะตัว และบุตรโจทก์อาจสืบมรดกโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1607 ดังที่โจทก์อ้างก็ตามก็เป็นเรื่องของบุตรโจทก์ เมื่อโจทก์ฟ้องคดีในฐานะตนเอง มิใช่ฟ้องแทนบุตรผู้เยาว์ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องของโจทก์นั้นจึงชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิทูร เทพพิทักษ์ · จรัญ อิศระ · อุทัย ศุภนิตย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้