Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2986/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์และผู้ร้องต่างเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมในคดีที่จำเลยเป็นคนคนเดียวกัน จำเลยยอมใช้หนี้เงินให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยภายใน 10 วันนับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความจำเลยยอมโอนที่พิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้ผู้ร้องเป็นการใช้หนี้แทนภายใน 10 วันนับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความปรากฏว่าโจทก์นำยึดเรือนและที่พิพาทของจำเลยในวันเดียวกันกับที่ผู้ร้องกับจำเลยตกลงประนีประนอมยอมความกัน โดยโจทก์นำยึดภายหลังการทำยอมระหว่างจำเลยกับผู้ร้อง ผู้ร้องจึงอยู่ในฐานะที่จะจดทะเบียนสิทธิได้ก่อนโจทก์นำยึด แม้จำเลยจะยังมิได้กระทำการโอนกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนให้ผู้ร้อง ผู้ร้องก็ขอให้เพิกถอนการยึดได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์นำยึดที่ดินมีโฉนด 1 แปลงพร้อมทั้งบ้าน 1 หลัง เพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามยอม ซึ่งที่ดินและบ้านดังกล่าวจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความยอมโอนให้ผู้ร้องเป็นการใช้หนี้แทนภายใน 10 วันนับแต่วันทำสัญญาและศาลได้พิพากษาตามยอมแล้ว ผู้ร้องจึงร้องว่า ผู้ร้องได้สิทธิตามคำพิพากษาอยู่ก่อนที่โจทก์นำยึดการกระทำของโจทก์เป็นการกระทบกระทั่งสิทธิของผู้ร้อง ขอให้ศาลเพิกถอนการยึด

โจทก์ให้การว่า โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินและบ้านไว้ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา ก่อนที่ผู้ร้องฟ้องจำเลยและยังไม่ไม่ได้ปล่อยการยึด การที่จำเลยตกลงประนีประนอมยอมความกับผู้ร้องทรัพย์พิพาทยังติดการยึดอยู่ จำเลยหาอาจก่อให้เกิดการโอนหรือเปลี่ยนแปลงซึ่งสิทธิในทรัพย์สินที่ถูกยึดไว้ไม่ หนี้ของจำเลยยังไม่ถึงกำหนดชำระ ยังไม่ได้ส่งมอบการครอบครองให้ผู้ร้อง และผู้ร้องยังไม่ได้จดทะเบียนสิทธิต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การโอนจึงยังไม่สมบูรณ์ ผู้ร้องไม่อาจใช้ยันโจทก์ได้ พฤติการณ์ของจำเลยกับผู้ร้องดำเนินคดีต่อกันแสดงว่าใช้สิทธิไม่สุจริต สมยอมกันเพื่อฉ้อฉลโจทก์และเพื่อให้ทรัพย์พ้นจากการบังคับคดี ขอให้ยกคำร้อง ในวันนัดสืบพยานโจทก์

ผู้ร้องแถลงว่า ผู้ร้องได้สิทธิตามคำพิพากษาท้ายยอมก่อนโจทก์นำยึดครั้งหลัง และผู้ร้องกับจำเลยยังมิได้โอนทะเบียนสิทธิกัน ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่าสิทธิของผู้ร้องยังไม่ได้จดทะเบียน จึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ แม้ผู้ร้องจะอ้างว่าอยู่ในฐานะจดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตก่อนนั้น ก็จะนำมาใช้ยันโจทก์คดีนี้ไม่ได้ ไม่จำต้องวินิจฉัยว่าหนี้ผู้ร้องเป็นหนี้สมยอมหรือไม่ ให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า โจทก์และผู้ร้องต่างเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีที่นายเล็ก ทองนอก เป็นจำเลยคนเดียวกัน คดีที่โจทก์ฟ้องนั้นนายเล็ก ทองนอก จำเลยยอมใช้หนี้เงินให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยภายใน 10 วันนับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ปรากฏตามสำนวนคดีแพ่งของศาลจังหวัดตรัง หมายเลขแดงที่ 52-54/2516 นายเล็ก ทองนอก จำเลยผิดนัด โจทก์ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดเรือนและที่พิพาทออกขายทอดตลาดเพื่อเอาเงินชำระหนี้ ส่วนคดีที่ผู้ร้องเป็นโจทก์นั้น นายเล็ก ทองนอก จำเลยยอมโอนที่พิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้ผู้ร้องเป็นการใช้หนี้แทน โดยจะไปทำการโอนโฉนดภายใน 10 วันนับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งเป็นวันเดียวกันกับวันที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดเรือนและที่พิพาท

โจทก์ไม่มีสิทธิจะยึดทรัพย์รายพิพาทเพราะเป็นการกระทบกระทั่งถึงสิทธิของผู้ร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287หรือไม่ เห็นว่า โดยผลของคำพิพากษาในคดีของโจทก์ โจทก์จะได้รับชำระหนี้จากนายเล็ก ทองนอก จำเลยเท่านั้น เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้ โจทก์จึงจะมีสิทธิบังคับคดียึดเรือนและที่พิพาทออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ของโจทก์ต่างกับคดีของผู้ร้องเป็นโจทก์ซึ่งจำเลยได้ยอมโอนเรือนและทีพิพาทให้ผู้ร้องเป็นการชำระหนี้ โดยผลแห่งคำพิพากษาเป็นการบังคับโดยเฉพาะเจาะจง และสภาพแห่งหนี้เปิดช่องที่จะบังคับกันได้อยู่แล้ว ในการนำยึดเรือนและที่พิพาทของโจทก์แม้จะได้กระทำในวันเดียวกันกับวันที่ผู้ร้องกับจำเลยตกลงประนีประนอมยอมความกัน โดยโจทก์นำยึดภายหลัง

ปรากฏตามบันทึกการยึดทรัพย์ของเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการยึดเมื่อเวลา 17.00 นาฬิกา และปรากฏตามคำแถลงของโจทก์ ขอให้ศาลชั้นต้นทำสัญญาประนีประนอมยอมความ เจ้าพนักงานศาลได้รับคำแถลงของโจทก์เมื่อเวลา 13.45 นาฬิกา ฉะนั้น โดยผลแห่งคำพิพากษา มีผลให้ผู้ร้องอยู่ในฐานะที่จะจดทะเบียนสิทธิได้ก่อนโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดเรือนและที่พิพาท แม้ว่าจำเลยจะยังมิได้กระทำการโอนกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนให้ผู้ร้อง ก็หามีผลเปลี่ยนแปลงสิทธิของผู้ร้องแต่ประการใดไม่ ฯลฯ

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการยึดเรือนและที่พิพาทรายนี้

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
แผ้ว ศิวะบวร · สัญชัย สัจจวานิช · ชุ่ม สุนทรธัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้