Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2985/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้จัดการฝ่ายขายของบริษัทลงนามเป็นผู้ขายในนามของบริษัทเมื่อบริษัทได้รับเอาสัญญาที่ผู้จัดการฝ่ายขายลงนามไว้กับผู้ซื้อเป็นของบริษัทแล้ว ต่อมาบริษัทจะปฏิเสธความรับผิดโดยอ้างว่าผู้จัดการฝ่ายขายลงนามเป็นผู้ขายในนามบริษัทโดยไม่มีหนังสือมอบอำนาจหาได้ไม่สัญญาซื้อขายข้อ 7 ที่มีข้อความว่า "ถ้าผู้ขายไม่นำสิ่งของมาส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อให้ถูกต้องภายในกำหนดสัญญา ผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อปรับเป็นเงินร้อยละ 5 ของราคาสิ่งของที่ยังไม่ได้ส่ง โดยคิดเป็นรายเดือนจนกว่าผู้ขายจะได้นำสิ่งของนั้นๆ มาส่งให้ผู้ซื้อจนครบถ้วนและถูกต้องตามสัญญา" นั้นเป็นเรื่องผู้ขายส่งมอบสิ่งของล่าช้ากว่ากำหนด ผู้ซื้อมีสิทธิปรับผู้ขายได้จนกว่าผู้ขายจะส่งมอบให้ผู้ซื้อครบถ้วนตามสัญญา แต่กรณีที่ผู้ขายส่งมอบสิ่งของให้ผู้ซื้อไม่ได้เลยนั้น ผู้ซื้อจะคำนวณเอาค่าปรับจากผู้ขายตามสัญญาข้อ 7 นี้ไม่ได้ การที่ผู้ซื้อตั้งมูลฟ้องให้บังคับผู้ขายตามสัญญาข้อ 7 พอจะแปลเจตนาของผู้ซื้อได้ว่า เพื่อจะคิดเป็นเกณฑ์กำหนดค่าเสียหายในการเลิกสัญญากับผู้ขายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391นั่นเอง เมื่อผู้ขายส่งมอบสิ่งของให้ผู้ซื้อไม่ได้เป็นการไม่ปฏิบัติตามสัญญา ย่อมเกิดความเสียหายแก่ผู้ซื้อ และเมื่อความเสียหายไม่สามารถคำนวณเป็นเงินได้ศาลย่อมกำหนดค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายนั้นได้ตามควรแก่กรณี (อ้างฎีกาที่ 1086/2509)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาซื้อขายเครื่องสูบน้ำบ่อลึกและเครื่องยนต์ที่ใช้กับเครื่องสูบน้ำพร้อมอะไหล่ รวม 2 รายการ เป็นเงินทั้งสิ้น 2,041,470 บาท จากจำเลยที่ 1 โดยมีข้อสัญญาว่าจำเลยที่ 1 จะต้องนำสิ่งของตามสัญญาไปส่งมอบให้โจทก์ให้ครบภายใน 210 วัน ถ้าไม่นำไปส่งมอบภายในกำหนดตามสัญญา จะยอมให้โจทก์ปรับร้อยละ 5 ของราคาสิ่งของที่ยังไม่ได้ส่ง โดยคิดเป็นรายเดือนจนกว่าจะนำสิ่งของมาส่งมอบ และจำเลยได้นำหนังสือค้ำประกันของจำเลยที่ 2 ในจำนวนไม่เกิน 102,073.50 บาท มามอบให้โจทก์ด้วยต่อมาจำเลยผิดสัญญาไม่อาจส่งเครื่องยนต์ให้โจทก์ได้ ขอเลิกสัญญาโจทก์ตกลงเลิกสัญญาและเรียกเงินค่าปรับร้อยละ 5 ของราคาเครื่องยนต์ 50 เครื่องตามสัญญาข้อ 7 รวม 13 เดือน 9 วัน เป็นเงิน 422,242.25 บาท

โจทก์แจ้งให้จำเลยที่ 1 ชำระก็ไม่ชำระและได้แจ้งให้จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันชำระเงินตามจำนวนที่ค้ำประกัน จำเลยที่ 2ก็เพิกเฉย จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 ให้การว่า ไม่เคยทำสัญญาซื้อขายกับโจทก์ ผู้ที่ลงนามในสัญญาไม่มีอำนาจทำการแทนจำเลยที่ 1 โจทก์จะปรับจำเลยที่ 1 ไม่ได้ เพราะตามสัญญาซื้อขายข้อ 7 เป็นโมฆะ โดยมีวัตถุประสงค์พ้นวิสัย และขัดต่อความสงบเรียบร้อย ฯ โจทก์อ้างว่าจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาเพราะไม่สามารถส่งมอบของให้โจทก์ได้ไม่ใช่เพราะส่งมอบล่าช้าจึงไม่เป็นการผิดสัญญาข้อ 7 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกร้องค่าปรับตามสัญญาข้อนี้ได้และโจทก์คำนวณค่าปรับไม่ถูกต้อง จำเลยที่ 2 ให้การว่า ได้ทำสัญญาค้ำประกันตามฟ้องจริงแต่โจทก์ขยายเวลาในการส่งมอบสินค้าให้จำเลยที่ 1 โดยไม่ได้รับความยินยอมจากจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิด โจทก์ไม่ได้ยื่นคำเรียกร้องต่อจำเลยที่ 2 ภายในวันที่ 10 เมษายน 2512 ตามหนังสือค้ำประกัน จำเลยที่ 2 จึงพ้นความรับผิด

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าปรับ 422,242.25 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย และให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้ตกลงซื้อเครื่องสูบน้ำบ่อลึกยี่ห้อแฟร์แบงส์ 50 เครื่อง และเครื่องยนต์ยี่ห้อเพตเตอร์ซึ่งใช้คู่กับเครื่องสูบน้ำ 50 เครื่องจากจำเลยที่ 1 ตามสัญญาหมาย จ.1 โดยนายต้อย ตั้งสง่า ผู้จัดการฝ่ายขายของจำเลยที่ 1 ลงนามเป็นผู้ขายในนามของบริษัทจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 จะต้องส่งมอบให้แก่โจทก์ภายใน 210 วัน ซึ่งครบกำหนดในวันที่ 16 มีนาคม 2512 ต่อมาวันที่ 27 ธันวาคม 2511 จำเลยที่ 1 ได้ส่งเครื่องสูบน้ำให้โจทก์ 50 เครื่องตามสัญญา และวันที่ 29 ธันวาคม 2512 ได้ส่งเครื่องยนต์ไปให้ครบชุด แต่เครื่องยนต์นั้นทำในประเทศอินเดียซึ่งตามสัญญาต้องทำในประเทศอังกฤษ

กรรมการโจทก์จึงไม่ยอมรับและแจ้งให้จำเลยที่ 1 ทราบ จำเลยที่ 1 ตอบมาว่า ไม่สามารถซื้อเครื่องยนต์ซึ่งทำในประเทศอังกฤษให้ได้ จึงขอเลิกสัญญายอมรับผิดต่อโจทก์ ต่อมาจำเลยที่ 1 ได้รับเครื่องสูบน้ำและเครื่องยนต์คืนไปทั้งหมด โจทก์เรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าปรับตามสัญญาเป็นเงิน 422,242.25 บาท จำเลยที่ 1 ไม่ยอมชำระ ข้อที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า สัญญาซื้อขายหมาย จง1 ไม่มีผลผูกพันจำเลยที่ 1 เพราะนายต้อย ตั้งสง่า ลงนามเป็นผู้ขายในนามบริษัทจำเลยที่ 1 โดยไม่มีหนังสือมอบอำนาจนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นายต้อย ตั้งสง่า พยานจำเลยเบิกความว่า พยานได้ลงนามในสัญญาแทนจำเลยที่ 1 ปีละหลาย ๆ ครั้ง ส่วนใหญ่มีใบมอบอำนาจ แต่ที่ไม่มีก็มีจะมีใบมอบอำนาจหรือไม่ จำเลยที่ 1 ก็ปฏิบัติตามที่พยานลงนามเสมอไม่เคยปฏิเสธสัญญาที่พยานลงนามเลย และเมื่อกรรมการผู้จัดการบริษัทจำเลยที่ 1 มีหนังสือถึงโจทก์ขอลดค่าปรับตามเอกสารหมาย จ.6 ก็ว่า บริษัทยอมรับผิดทุกประการ ดังนี้ เป็นการยืนยันอยู่ว่าบริษัทจำเลยที่ 2 ได้รับเอาสัญญาที่นายต้อย ตั้งสง่า ผู้จัดการฝ่ายขายลงนามไว้กับโจทก์เป็นของบริษัทจำเลยที่ 1 โดยแท้ จำเลยที่ 1จะปฏิเสธความรับผิดในข้อนี้หาได้ไม่ ข้อที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า โจทก์ไม่มีสิทธิปรับจำเลยที่ 1 ตามสัญญาข้อ 7 ซึ่งมีข้อความว่า "ถ้าผู้ขายไม่นำสิ่งของมาส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อให้ถูกต้องภายในกำหนดสัญญา ผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อปรับเป็นเงินร้อยละ 5 ของราคาสิ่งของที่ยังไม่ได้ส่ง โดยคิดเป็นรายเดือนจนกว่าผู้ขายจะได้นำสิ่งของนั้น ๆ มาส่งให้ผู้ซื้อจนครบถ้วนและถูกต้องตามสัญญา" นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาข้อ 7 นี้ เป็นเรื่องส่งมอบสิ่งของล่าช้ากว่ากำหนด โจทก์มีสิทธิปรับจำเลยได้จนกว่าจำเลยที่ 1 จะส่งมอบให้โจทก์ครบถ้วนตามสัญญา แต่กรณีพิพาทนี้ต้องถือว่าจำเลยที่ 1 ส่งมอบสิ่งของให้โจทก์ไม่ได้เลยเพราะเครื่องยนต์ที่จำเลยที่ 1 ส่งมอบให้โจทก์เป็นคนละชนิดกับที่ตกลงซื้อขายกัน และเครื่องสูบน้ำบางชิ้นประกอบเข้ากันไม่ได้โจทก์จึงไม่รับมอบเครื่องสูบน้ำและเครื่องยนต์ทั้งหมด ในที่สุดเป็นอันเลิกสัญญากัน โจทก์จะคำนวณเอาค่าปรับจากจำเลยที่ 1 ตามสัญญาข้อ 7 ไม่ได้ แต่พอจะแปลเจตนาของโจทก์ได้ว่า การที่โจทก์ตั้งมูลฟ้องให้บังคับจำเลยตามสัญญาข้อ 7 ก็เพื่อจะคิดเป็นเกณฑ์กำหนดค่าเสียหายในการเลิกสัญญากับจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 นั้นเอง

การที่จำเลยที่ 1 ส่งมอบสิ่งของให้โจทก์ไม่ได้ เป็นการไม่ปฏิบัติตามสัญญา เป็นที่เห็นได้ว่าย่อมเกิดความเสียหายแก่โครงการพัฒนาของโจทก์ มิได้เป็นไปตามเป้าหมายของทางราชการความเสียหายนี้ไม่สามารถคำนวณเป็นเงินได้ ศาลจึงกำหนดค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายนั้นได้ตามควรแก่กรณี ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1086/2509 ศาลฎีกาได้พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีนี้แล้ว เห็นสมควรกำหนดให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 200,000 บาท

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ ให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 200,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชัย รชตะนันทน์ · ศวิต สมหวัง · อุดม ทันด่วน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้