Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2526 (เลขอ้างอิง 29811)

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อปรากฏว่าโจทก์และสามีโจทก์ยกที่ดินมีโฉนดให้แก่จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นบุตร และยอมให้จำเลยทั้งสองเข้าทำกินมาประมาณ 20 ปีโดยมีอาณาเขตเป็นส่วนสัด ถือได้ว่าจำเลยทั้งสองครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของโดยความสงบและโดยเปิดเผย จำเลยทั้งสองจึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินส่วนที่ตนครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 และใช้ยันโจทก์ได้ แม้ในการยื่นคำร้องขอต่อศาลขอแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท จำเลยทั้งสองจะมิได้แจ้งให้โจทก์ทราบ และกล่าวอ้างว่าโจทก์เป็นคนหลงใหลสติฟั่นเฟือน กับใช้วิธีขอให้ศาลประกาศทางหนังสือพิมพ์ ก็ ไม่ทำให้สิทธิของจำเลยทั้งสองเสียไป

คำฟ้องและคำให้การ

สำนวนที่ 1 และที่ 2

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 4547 เนื้อที่ 11 ไร่ 44 ตารางวา จำเลยทั้งสองกับนางลิ้มเป็นบุตรโจทก์กับนายแช่ม เมื่อประมาณ 20 ปีก่อนฟ้องโจทก์ยกที่ดินแปลงดังกล่าวให้บุตรทั้งสามคนละประมาณ 3 ไร่ 2 งาน 81 ตารางวา แต่ยังไม่ได้ระบุว่าผู้ใดจะได้ตรงที่ใด ต่อมาจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องต่อศาลให้สั่งแสดงกรรมสิทธิ์โดยอ้างการครอบครองปรปักษ์ จำเลยทั้งสองได้เบิกความเท็จต่อศาลเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามโจทก์ว่าโจทก์เป็นคนหลงใหลสติฟั่นเฟือนหลง ๆ ลืม ๆ การดำเนินคดีดังกล่าวจำเลยทั้งสองขอให้ศาลประกาศทางหนังสือพิมพ์ โจทก์ซึ่งยังคงอยู่ในที่ดินไม่มีโอกาสทราบ จำเลยยังกล่าวต่อบุคคลอื่นด้วยว่าโจทก์เป็นคนแก่ไม่มีศีล

ไม่มีสัตย์ ปากถือศีล มือถือสากอันเป็นการเนรคุณต่อโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความอับอาย ขอให้ศาลถอนคืนการให้และเพิกถอนคำสั่งในคดีที่จำเลยทั้งสองร้องขอต่อศาลให้สั่งแสดงกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทจำเลยทั้งสองให้การว่า เมื่อประมาณ 21 - 22 ปี ก่อนยื่นคำให้การนายแช่มและโจทก์ให้ที่ดินแปลงดังกล่าวแก่บุตรทั้งสามคนละส่วนเท่า ๆ กันโดยให้จำเลยที่ 2 ได้ตอนเหนือ ส่วนตอนล่างด้านตะวันออกให้จำเลยที่ 1และด้านตะวันตกให้นางลิ้ม ผู้ได้รับการยกให้ต่างเข้าครอบครองเป็นส่วนสัดต่อมาจำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งแสดงกรรมสิทธิ์ในส่วนที่ดินของจำเลยจำเลยไม่ได้เบิกความเท็จต่อศาลและไม่ได้ดูหมิ่นเหยียดหยามโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกที่ดินคืนเพราะเหตุเนรคุณ เนื่องจากยกให้ไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงไม่บริบูรณ์สำนวนที่ 3 และที่ 4

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ 4547 เมื่อประมาณ 25 ปีก่อนฟ้อง โจทก์ให้จำเลยที่ 1 ปลูกบ้านและทำสวนในที่ดินบางส่วน กับให้จำเลยที่ 2 อาศัยเก็บประโยชน์จากต้นไม้และปลูกไม้ล้มลุกในที่ดินบางส่วน บัดนี้โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยอยู่อาศัยและทำกินต่อไป ได้บอกกล่าวให้จำเลยที่ 1 รื้อบ้านกับบอกกล่าวให้จำเลยที่ 2งดการปลูกต้นไม้และเก็บผลไม้ในที่ดินโจทก์แล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยทั้งสองให้การว่า ที่ดินที่จำเลยที่ 1 ปลูกบ้านและที่ดินที่จำเลยที่ 2เข้าทำกินเป็นที่ดินส่วนของจำเลยซึ่งโจทก์ยกให้เมื่อ 25 ปีก่อนยื่นคำให้การและศาลจังหวัดนนทบุรีได้มีคำสั่งว่าที่ดินดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์ทั้งสี่สำนวนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทั้งสี่สำนวนฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ปัญหามีว่า คำสั่งของศาลจังหวัดนนทบุรีที่สั่งว่าจำเลยทั้งสองได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินส่วนที่เข้าทำกินโดยการครอบครองปรปักษ์จะใช้ยันโจทก์ได้หรือไม่ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองและนางลิ้มเป็นบุตรโจทก์กับนายแช่ม โจทก์และนายแช่มได้ยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยทั้งสอง โดยจำเลยทั้งสองและนางลิ้มเข้าทำกินในที่ดินแปลงดังกล่าวมาประมาณ 20 ปีในเนื้อที่เท่า ๆ กันโดยมีอาณาเขตเป็นส่วนสัด มีท้องร่องและทางเดินเป็นแนวเขต แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า เมื่อโจทก์และนายแช่มยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยทั้งสอง และยอมให้จำเลยทั้งสองเข้าทำกินมาประมาณ 20 ปี โดยมีอาณาเขตเป็นส่วนสัด ถือได้ว่าจำเลยทั้งสองครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของโดยความสงบและโดยเปิดเผย

จำเลยทั้งสองจึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินส่วนที่ตนครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 แม้ในการยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรีขอแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท จำเลยทั้งสองจะมิได้แจ้งให้โจทก์ทราบและกล่าวอ้างว่าโจทก์เป็นคนหลงใหลสติฟั่นเฟือนเดินทางไกลไม่ได้ กับใช้วิธีขอให้ศาลประกาศทางหนังสือพิมพ์ ก็ไม่ทำให้สิทธิของจำเลยทั้งสองเสียไปและใช้ยันโจทก์ได้โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อาจ ปัญญาดิลก · แถมชัย สิทธิไตรย์ · ไพศาล สว่างเนตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้