Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 298/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยจะมิได้ยกขึ้นอ้างในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก็ตามแต่ปัญหาที่ว่า นิติกรรมเป็นโมฆะหรือไม่ นั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนจำเลยยกขึ้นอ้างอิงฎีกาได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรค 2จำเลยโอนสวนยางรายพิพาทตีใช้หนี้จำนองที่สามีของจำเลยติดค้างโจทก์อยู่เป็นการชำระหนี้จำนองแก่กันให้เสร็จสิ้นไป ไม่ตกเป็นโมฆะ

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

โจทก์ฟ้องว่า นายอ่องสุยเซ่งสามีจำเลยได้กู้เงินโจทก์และจำนองสวนยาง 1 แปลงไว้กับโจทก์ หลังจากสามีจำเลยตาย จำเลยได้โอนสวนยางแปลงนี้เป็นของจำเลยเองแล้วกู้เงินและจำนองไว้กับโจทก์อีก รวมเป็นหนี้โจทก์อยู่ทั้งสิ้น 137,000 บาท ต่อมาจำเลยได้โอนสวนยางแปลงนี้ตีใช้หนี้จำนองให้เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ โจทก์จึงครอบครองเป็นเจ้าของตลอดมาโจทก์ได้ยินยอมให้นางสาวสุจิตราบุตรจำเลยอาศัยอยู่ในบ้านและสวนของโจทก์ร่วมกับจำเลย โดยนางสาวสุจิตราได้ทำสัญญาอาศัยให้โจทก์ยึดถือไว้ และโจทก์ได้เคยทำสัญญาจะแบ่งสวนยางให้จำเลย 30 ไร่ โดยมีเงื่อนไขว่า จำเลยจะต้องออกจากสวนยางของโจทก์ภายใน 3 เดือน แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญา การที่โจทก์จะยกสวนยางให้เป็นอันยกเลิก

บัดนี้นางสาวสุจิตราไปอยู่ที่อื่นแล้ว คงมีแต่จำเลยอยู่ในสวนและบ้านของโจทก์ และต้นปีนี้จำเลยได้แสดงเป็นปฏิปักษ์ต่อโจทก์อย่างร้ายแรงจึงขอให้ศาลบังคับขับไล่จำเลยและบริวารออกจากสวนและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ ห้ามเกี่ยวข้องจำเลยให้การว่า กู้เงินและจำนองสวนยางไว้กับโจทก์จริง เหตุที่โอนสวนยางให้โจทก์เพราะโจทก์ให้จำเลยนำสวนยางทั้งหมดมาปรับปรุงขอรับทุนสงเคราะห์จากรัฐบาลบางส่วน ส่วนที่ขาดโจทก์จะเป็นผู้ออกทั้งหมดและจะเป็นผู้ดำเนินการเอง เมื่อปรับปรุงจนกรีดน้ำยางได้ทั้งหมดแล้วโจทก์จะแบ่งสวนยางให้จำเลย 1 ส่วน ให้จำเลยอาศัยอยู่ในบ้านได้ตลอดไป และภายหลังโอนให้โจทก์แล้วจำเลยก็ยังครอบครองอยู่อาศัยในสวนกรีดน้ำยางเลี้ยงชีพ

ต่อมาโจทก์ผิดสัญญาไม่จัดการโค่นต้นยางเก่าแล้วปลูกใหม่ เมื่อจำเลยเตือนหนักเข้าก็บีบคั้น จำเลยมิได้มีเจตนาทำสัญญานั้น เมื่อทำไปแล้วเห็นว่าจำเลยเสียเปรียบ จึงบอกเลิกสัญญาศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากสวนยางและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ ห้ามเกี่ยวข้องต่อไปจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาว่า การที่จำเลยโอนที่พิพาทใช้หนี้แก่โจทก์นั้นเป็นการผิดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 656 วรรค 2 จึงตกเป็นโมฆะ โจทก์จึงไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ ฟ้องขับไล่จำเลยไม่ได้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยนี้ จำเลยมิได้ยกขึ้นอ้างในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่ปัญหาที่ว่า นิติกรรมเป็นโมฆะหรือไม่นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน

จำเลยยกขึ้นอ้างอิงฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรค 2 ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาต้องถือตามข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาเป็นยุติว่า จำเลยได้โอนสวนยางรายพิพาทเพื่อตีใช้หนี้จำนองที่นายอ่องสุยเซ่งสามีของจำเลยติดค้างโจทก์อยู่เป็นการชำระหนี้จำนองแก่กันให้เสร็จสิ้นไปตามข้อเท็จจริงดังกล่าวเห็นได้ว่า การที่จำเลยโอนสวนยางรายพิพาทให้โจทก์นั้น เป็นการที่จำเลยตกลงเอาที่พิพาทชำระหนี้เงินที่นายอ่องสุยเซ่งสามีจำเลยกู้ยืมไปจากโจทก์โดยจำนองที่พิพาทไว้เป็นประกัน และโจทก์ยอมรับเอาที่พิพาทแทนการชำระหนี้เงินกู้นั้น อันมีผลให้หนี้เงินกู้ที่มีการจำนองเป็นประกันระงับสิ้นไป ทำให้สัญญาจำนองระงับสิ้นไปด้วย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 321, 744 ข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยไม่เป็นโมฆะพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จันทร์ ระรวยทรง · สุเมธ ทิพยมนตรี · ผสม จิตรชุ่ม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้