Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2977/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ถือไม้ไผ่ยาวขนาด 1 เมตรกว้าง 2 เซนติเมตร เข้าไปในห้องควบคุมผู้ต้องขังซึ่งอยู่ในบริเวณศาลชั้นต้นแล้วใช้ไม้ไผ่ดังกล่าวตีผู้ถูกกล่าวหาที่ 2จำนวน 3 ที และเงื้อไม้ไผ่จะตีผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ทำให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ล้มลงและได้รับบาดเจ็บ แม้ว่าผู้ถูกกล่าวหาที่ 3เป็นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์มีหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขัง ได้ตรวจในถุงอาหารพบหลอดบรรจุเฮโรอีน 1 หลอด ที่ญาติส่งให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ซึ่งกำลังจะส่งต่อให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ก็ตามแต่ห้องควบคุมของศาลมีขนาดไม่กว้างมากนัก อีกทั้งยังมีเจ้าพนักงานตำรวจคอยควบคุมความสงบเรียบร้อยอยู่ด้วย ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3จึงไม่มีความจำเป็นอย่างไรที่จะต้องถือไม้ไผ่เข้าไปในห้องควบคุมผู้ต้องขังโดยเกรงว่าจะถูกทำร้ายตามที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3ฎีกา ดังนั้น การที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ใช้ไม้ไผ่ตีผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ถึง 3 ทีและเงื้อไม้ไผ่จะตีผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 อีกโดยไม่มีเหตุที่จะอ้างตามกฎหมายได้ จึงเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล เป็นการละเมิดอำนาจศาล

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2538 ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 และที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาหมายเลขพ.1754/2538 และ พ. 2090/2538 ของศาลชั้นต้นตามลำดับถูกเบิกตัวมาที่ศาลชั้นต้น ระหว่างที่ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องควบคุมของศาล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ของเรือนจำกลางจังหวัดชลบุรีตรวจค้นสิ่งของที่มีผู้นำมาเยี่ยมผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 และที่ 2 พบเฮโรอีน 1หลอด ซุกซ่อนอยู่ในถุงแกง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 จึงถือไม้ไผ่ยาวประมาณ 1 เมตร เข้าไปในห้องควบคุมผู้ต้องหา หลังจากนั้นประมาณ 15 นาที ผู้ต้องหาอื่นช่วยกันห้ามผู้ถูกกล่าวหาที่ 1ซึ่งอยู่ในลักษณะหมดสติ มีเลือดไหลที่ศีรษะออกมา

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ล้มลงกับพื้น แล้วนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลของเรือนจำ โดยผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ไม่ได้รายงานให้ศาลชั้นต้นทราบศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ให้ผู้อื่นลักลอบนำเฮโรอีนซุกซ่อนใส่ถุงอาหารมาให้ตนในห้องควบคุมของศาลชั้นต้น เป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล เป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจของศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 31 (1), 33 ให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน ส่วนผู้ถูกกล่าวหาที่ 2ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย จึงไม่มีความผิด สำหรับผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 นั้น แม้จะเป็นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์มีหน้าที่ต้องตรวจค้นสิ่งของต้องห้ามในห้องควบคุมของศาล แต่เมื่อตรวจพบว่ามีการลักลอบนำเฮโรอีนซุกซ่อนใส่ถุงอาหารเข้ามาดังกล่าวข้างต้นแล้วผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ก็มีหน้าที่ต้องรายงานให้ศาลทราบในทันทีการที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 นำไม้ไผ่เข้าไปสอบถามหาความจริงโดยพลการจนผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้รับบาดเจ็บ

มีแผลแตกที่ศีรษะและหมดสติไป เช่นนี้นับเป็นเรื่องร้ายแรง แต่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ก็หาได้รายงานให้ศาลทราบไม่ จนกระทั่งวันที่31 สิงหาคม 2538 ศาลชั้นต้นจึงได้รับรายงานจากผู้บัญชาการเรือนจำกลางจังหวัดชลบุรี พฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาที่ 3ถือได้ว่าเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล เป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลให้ลงโทษจำคุก 1 เดือน แต่ไม่ปรากฎว่าผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนจึงให้ลงโทษกักขัง1 เดือน แทนโทษจำคุกผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นตามทางไต่สวนซึ่งผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 มิได้นำสืบโต้เถียงเป็นอย่างอื่นว่า

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2538 เวลาประมาณ 12 นาฬิกา ขณะผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ปฎิบัติหน้าที่ตรวจค้นสิ่งของต้องห้ามของผู้ต้องขังอยู่ที่หน้าห้องควบคุมของศาลชั้นต้น เห็นผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 และที่ 2 พูดซุบซิบกันมีท่าทางพิรุธ ต่อมามีญาติส่งถุงอาหารให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 แล้วผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 กำลังจะส่งต่อให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 นั้น ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ขอตรวจค้นถุงอาหารพบหลอดบรรจุเฮโรอีน 1 หลอด จึงสอบถามผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 และที่ 2 ต่างปฎิเสธว่าไม่ใช่ของตน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3จึงถือไม้ไผ่ยาวประมาณ 1 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตรเข้าไปในห้องควบคุมสอบถามผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ก่อน แต่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ปฎิเสธจึงถูกผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ใช้ไม้ไผ่ตีที่บริเวณหลัง 3 ที

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 จึงรับว่ารับเฮโรอีนแทนผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 เดินเข้าไปหาผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เงื้อไม้ไผ่ขึ้นจะตี แต่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1หลบและลื่นล้มหงายหลังเป็นผลให้ศีรษะแตกยาวประมาณ 2 เซนติเมตรมีโลหิตไหลออกมากและหมดสติ ต่อมามีโลหิตไหลออกจากหูข้างซ้ายและหูอื้ออยู่ตลอดเวลา ปวดศีรษะเป็นบางเวลา หากอากาศร้อนจัดจะมีอาการปวดใบหน้าซีกซ้ายและมีอาการปวดร้าวตามชายโครงด้านซ้ายพิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ประการแรกว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาที่ 3เป็นการละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ เห็นว่า การที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3ถือไม้ไผ่ยาวขนาด 1 เมตร กว้าง 2 เซนติเมตร เข้าไปในห้องควบคุมผู้ต้องขังซึ่งอยู่ในบริเวณศาลชั้นต้นแล้วใช้ไม้ไผ่ดังกล่าวตีผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 จำนวน 3 ทีและเงื้อไม้ไผ่จะตีผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ทำให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ล้มลงและได้รับบาดเจ็บแม้ว่าผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 เป็นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์มีหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขัง

ได้ตรวจในถุงอาหารพบหลอดบรรจุเฮโรอีน 1 หลอดที่ญาติส่งให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ซึ่งกำลังจะส่งต่อให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ก็ตาม แต่ห้องควบคุมของศาลมีขนาดไม่กว้างมากนักอีกทั้งยังมีเจ้าพนักงานตำรวจคอยควบคุมความสงบเรียบร้อยอยู่ด้วยผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 จึงไม่มีความจำเป็นอย่างไรที่จะต้องถือไม้ไผ่เข้าไปในห้องควบคุมผู้ต้องขังโดยเกรงว่าจะถูกทำร้ายตามที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ฎีกา ดังนั้น การที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ใช้ไม้ไผ่ตีผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ถึง 3 ที และเงื้อไม้ไผ่จะตีผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 อีก โดยไม่มีเหตุที่จะอ้างตามกฎหมายได้ จึงเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 เป็นการละเมิดอำนาจศาล"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กนก พรรณรักษา · พิมล สมานิตย์ · ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3395/2566

ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 31 (1), 33 กฎหมายดังกล่าวให้ศาลมีอำนาจพิเศษในการสั่งลงโทษจำเลยได้โดยไม่ต้องมีผู้ใดร้องขอหรือเป็นโจทก์ฟ้อง ส่วนความผิดของจำเลยคดีนี้เป็นเรื่องปลอมเอกสารและใช้เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3147/2562

การที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นำที่ดินที่มีสภาพเป็นสระน้ำขนาดใหญ่เช่นเดียวกับคดีนี้ไปใช้เป็นหลักประกันในการปล่อยชั่วคราวจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ 1874/2545 ของศาลอาญาธนบุรี และผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ยังผิดสัญญาป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 635/2559

ข้อความที่ผู้ถูกกล่าวหาลงแสดงในเฟซบุ๊กมีข้อความที่ไม่เป็นความจริงกล่าวหาว่าศาลดำเนินคดีไม่เป็นธรรม และไปถ่ายรูปในบริเวณศาลนำมาลงประกอบข้อความเท็จของตนในเฟซบุ๊กว่าศาลเรียกเงิน และมีข้อความลงข่มขู่ศาลว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6294/2558

ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลเป็นความผิดต่อศาล และการลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาลย่อมเป็นอำนาจของศาลโดยเฉพาะ เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิจารณาแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานเท่าที่ไต่สวนมายังไม่อาจรับฟังได้อย่างสนิทใจ เห็นคว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4923/2557

บทบัญญัติเรื่องละเมิดอำนาจศาลเป็นกฎหมายพิเศษที่ศาลมีอำนาจค้นหาความจริงได้โดยการไต่สวนและไม่จำต้องกระทำต่อหน้าจำเลยดังเช่นการพิจารณาคดีอาญาทั่วไป กรณีเช่นนี้จึงไม่อาจนำ ป.วิ.อ. มาตรา 173 วรรคสอง มาใช้บ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้