Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2976/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินและได้ยื่นคำขอจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดินแล้ว จำเลยก็สามารถนำพยานบุคคลมาสืบได้ว่าความจริงเป็นการทำสัญญากู้เงินกัน ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 วรรคสอง เพราะเป็นการนำสืบว่าสัญญาซื้อขายนั้นเป็นนิติกรรมอำพราง ต้องบังคับตามสัญญาที่แท้จริงคือสัญญากู้เงิน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2540 จำเลยตกลงขายที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 3403/202 เนื้อที่ 1 งาน 8 ตารางวา ในราคา 50,000 บาท แก่โจทก์ แต่จำเลยผิดสัญญา ขอให้จำเลยไปทำการโอนกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 3403/202 เล่ม 11 หน้า 156 หมู่ที่ 9 ตำบลหมากแข้ง (หนองบัว) อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี เนื้อที่ 1 งาน 8 ตารางวา พร้อมทั้งส่งมอบการครอบครองที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์หากจำเลยไม่ปฎิบัติให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เดือนละ 1,000 บาท นับแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2540 จนกว่าจะโอนทางทะเบียนและส่งมอบการครอบครองที่ดินแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า สัญญาซื้อขายเป็นนิติกรรมอำพรางสัญญากู้ยืมเงิน ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 3403/202 เล่ม 11 หน้า 156 หมู่ที่ 9 ตำบลหมากแข้ง (หนองบัว) อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี เนื้อที่ 1 งาน 18 ตารางวา (ที่ถูก 8 ตารางวา) และส่งมอบการครอบครองให้โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย กับให้จำเลยใช้เงินเดือนละ 500 บาท นับแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2540 จนกว่าจำเลยจะโอนและส่งมอบที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความรวม 4,000 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นโดยคู่ความไม่โต้แย้งในชั้นฎีกานี้ว่า เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2540 จำเลยทำสัญญาจะขายที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 3403/202 หมู่ที่ 9 ตำบลหมากแข้ง (หนองบัว) อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี เนื้อที่ 1 งาน 8 ตารางวา ให้แก่โจทก์ ในราคา 50,000 บาท และรับเงินไปจากโจทก์แล้ว จำเลยได้ยื่นคำขอจดทะเบียนไว้ต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ตามเอกสารหมาย จ.2 เจ้าพนักงานที่ดินประกาศการซื้อขายตามระเบียบเป็นเวลา 30 วัน ครบกำหนดตามประกาศการไม่มีผู้ใดคัดค้าน จำเลยไม่ไปจดทะเบียนโอนขายให้โจทก์ มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์จำเลย ตามเอกสารหมาย

จ.2 เป็นสัญญาอำพรางการกู้เงินหรือไม่นั้น ในประการแรกเห็นควรวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายของโจทก์ก่อนว่า เมื่อโจทก์จำเลยทำสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทตามเอกสารหมาย จ.2 แล้ว จำเลยนำพยานบุคคลมาสืบว่า สัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทดังกล่าวเป็นสัญญาอำพรางการกู้เงิน เป็นการไม่ชอบ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 นั้น เห็นว่า แม้โจทก์จำเลยจะได้ทำสัญญาซื้อขายที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์กันไว้ และได้ยื่นคำขอจดทะเบียนไว้ต่อเจ้าพนักงานที่ดินตามเอกสารหมาย จ.2 แล้วก็ตาม จำเลยก็สามารถนำพยานบุคคลมาสืบได้ว่า ความจริงเป็นการทำสัญญากู้เงินกัน ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 วรรคสอง เพราะเป็นการนำสืบว่าสัญญาซื้อขายนั้นเป็นนิติกรรมอำพราง

ต้องบังคับตามสัญญาที่แท้จริงคือสัญญากู้เงิน ข้ออ้างของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปว่า สัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทเป็นนิติกรรมอำพรางสัญญากู้เงินหรือไม่...... พยานจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทตามเอกสารหมาย จ.2 โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาและเรียกค่าเสียหายได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห้นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประจวบ พัชนีรัตนกรณ์ · กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ · วิเชียร มงคล
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้