Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2972/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลรัษฎากร มาตรา 118 หาได้บังคับให้ปิดและขีดฆ่าอากรแสตมป์ในสัญญากู้เงินในขณะทำสัญญาหรือขณะยื่นคำฟ้องไม่ เมื่อสัญญากู้เงินดังกล่าวได้ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วน และขีดฆ่าแล้วก่อนโจทก์ส่งสัญญาดังกล่าวต่อศาลในวันสืบพยานโจทก์ ย่อมรับฟังสัญญาดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานในคดีได้ ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยลงชื่อในเอกสารสัญญากู้เงิน โดยสำคัญผิดและได้บอกล้างสัญญาดังกล่าวแล้วนิติกรรมดังกล่าวจึงเป็นโมฆะนั้นศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงโดยฟังว่าจำเลยทำหนังสือสัญญากู้เงินจากโจทก์โดยชอบ การที่จำเลยอ้างว่าลงชื่อในเอกสารโดยสำคัญผิดจึงเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแล้ว อันนำไปสู่ข้อกฎหมายว่าเอกสารสัญญากู้เงินที่จำเลยบอกล้างแล้วจะนำมาใช้บังคับให้จำเลยชำระหนี้ตามเอกสารดังกล่าวได้หรือไม่ เนื่องจากจำนวนทุนทรัพย์ชั้นฎีกาของจำเลยไม่เกินสองแสนบาท จำเลยจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 653 ป.วิ.พ. มาตรา 248 ป.รัษฎากร มาตรา 118

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กู้ยืมเงินโจทก์ไป 55,000 บาท ทำสัญญากันไว้เป็นหนังสือและจำเลยยังได้มอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 535 ให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นหลักประกัน จำเลยไม่เคยชำระเงินต้นและดอกเบี้ยแก่โจทก์นับแต่กู้ยืมเงินไป ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 75,625 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 55,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยกู้ยืมเงินจากโจทก์ตามฟ้องสัญญากู้เงินและหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลยไปอยู่ในความครอบครองของโจทก์เพราะนางประยูร (ผิวจันทร์) ธรรมสัตย์น้องสามีจำเลยได้ขอยืมหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลย อ้างว่าจะเอาไปค้ำประกันสามีซึ่งจะไปทำงานต่างประเทศ และให้จำเลยลงชื่อในกระดาษแบบพิมพ์เปล่า

ๆ ซึ่งนางประยูรบอกว่าเป็นหนังสือมอบอำนาจนางประยูรรับรองว่าหากสามีไม่ได้ไปทำงานต่างประเทศก็จะคืนให้โดยเร็วและถ้าได้ไปทำงานก็จะส่งคืนภายใน 2-3 ปี หลังจากนั้นนางประยูรไม่ส่งข่าวและจำเลยทราบว่าสามีนางประยูรไม่ได้ไปทำงานต่างประเทศ แต่นางประยูรหลอกลวงจำเลยว่าได้เอาหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลยไปค้ำประกันนายสมพงษ์ ไหมทองสามีของน้องสาวนางประยูร ซึ่งจำเลยก็ยินยอมเพราะถือว่าเป็นญาติกันต่อมาจำเลยได้รับหนังสือบอกกล่าวจากทนายโจทก์ให้ชำระหนี้เงินกู้55,000 บาท แก่โจทก์ จำเลยจึงทราบว่าถูกนางประยูรหลอกลวงให้ลงชื่อในแบบพิมพ์หนังสือสัญญากู้เงิน หนังสือสัญญากู้เงินตามฟ้องจึงเป็นเอกสารปลอม โจทก์นำมาฟ้องโดยไม่ได้ปิดอากรแสตมป์จึงใช้บังคับจำเลยไม่ได้

ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 75,625 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน 55,000 บาทนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยว่าสัญญากู้เงินตามเอกสารหมาย จ.1 จะรับฟังได้หรือไม่ เมื่อในการฟ้องคดีนี้โจทก์ถ่ายสำเนาเอกสารหมาย จ.1 แนบมาท้ายฟ้องโดยไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ โจทก์เพิ่งปิดอากรแสตมป์ก่อนส่งอ้างต่อศาลในวันสืบพยานโจทก์ เห็นว่า ประมวลรัษฎากร มาตรา 118 หาได้บังคับให้ปิดและขีดฆ่าอากรแสตมป์ในสัญญากู้เงินในขณะทำสัญญาหรือขณะยื่นคำฟ้องไม่ เมื่อสัญญากู้เงินดังกล่าวได้ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนและขีดฆ่าแล้วก่อนโจทก์ส่งสัญญาดังกล่าวต่อศาลในวันสืบพยานโจทก์ย่อมรับฟังสัญญาดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานในคดีได้ ส่วนข้อที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยลงชื่อในสัญญากู้เงินตามเอกสารหมาย จ.1 โดยสำคัญผิดและได้บอกล้างสัญญาดังกล่าวแล้วนิติกรรมดังกล่าวจึงเป็นโมฆะนั้นเห็นว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงโดยฟังว่าจำเลยทำหนังสือสัญญากู้เงินจากโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.1 โดยชอบ ดังนั้นการที่จำเลยอ้างว่าลงชื่อในเอกสารหมาย จ.1 โดยสำคัญผิด จึงเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแล้วอันนำไปสู่ข้อกฎหมายว่าสัญญากู้เงินตามเอกสารหมาย จ.1 ที่จำเลยบอกล้างแล้วจะนำมาใช้บังคับให้จำเลยชำระหนี้ตามเอกสารดังกล่าวได้หรือไม่ เนื่องจากจำนวนทุนทรัพย์ชั้นฎีกาของจำเลยไม่เกินสองแสนบาท จำเลยจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · อากาศ บำรุงชีพ · ปราโมทย์ บุนนาค
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 893/2568

แม้หนังสือสัญญากู้เงินไม่ได้ปิดอากรแสตมป์จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 118 แต่เอกสารหมาย จ.2 แผ่นที่ 2 เป็นตารางจ่ายเงินกู้ระบุยอดเงินกู้ 730,000 บาท ชำระเงินต้นงวดละ 29,200…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1650/2567

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินกู้จำนวน 200,000 บาท ตามหนังสือสัญญากู้เงิน จำเลยให้การว่า จำเลยกู้เงินจากโจทก์เพียง 50,000 บาท คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อเดือน หักดอกเบี้ยล่วงหน้า ได้รับเงินกู้เพียง 45,…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4574/2561

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยตามสัญญากู้ยืม จำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่ได้กู้ยืมเงินจากโจทก์ โจทก์นำสืบสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 เป็นพยานหลักฐานตามข้ออ้างของตน สัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 ปิดอาก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10406/2554

แบบฟอร์มคำขอกู้ยืมเงินและหนังสือกู้เงินของสมาชิกสหกรณ์ที่โจทก์นำมาใช้กับพนักงานลูกจ้างของโจทก์ ซึ่งคำขอกู้เงินมีสาระสำคัญเพียงว่า จำเลยที่ 1 เสนอคำขอกู้เงินจำนวน 153,500 บาท ส่วนหนังสือกู้เงินมีสาระสำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 503/2554

โจทก์เคยฟ้องจำเลยที่ 1 ให้รับผิดในฐานะผู้กู้ยืมจำนวนเงิน 600,000 บาท และจำเลยที่ 2 กับที่ 4 ให้ร่วมรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกัน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์กลับมาฟ้องจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้