Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2970/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ลูกจ้าง คือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างเพื่อรับค่าจ้างโดยอยู่ภายใต้อำนาจบังคับบัญชาของนายจ้าง หมายความว่า ลูกจ้างต้องทำงานตามที่นายจ้างสั่งและต้องปฏิบัติตามระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้าง หากลูกจ้างฝ่าฝืนนายจ้างสามารถลงโทษได้ ดังนั้นเมื่อการทำงานของโจทก์ไม่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของจำเลย หรือต้องปฏิบัติตามระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย แสดงว่าการทำงานของโจทก์ไม่ได้อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของจำเลย โจทก์จึงมิได้เป็นลูกจ้างของจำเลย ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างและค่าชดเชยจากจำเลย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2546 จำเลยได้จ้างโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างให้ทำหน้าที่ทั่วไป ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายวันละ 200 บาท โดยไม่มีวันหยุดประจำสัปดาห์และไม่ได้กำหนดวันจ่ายค่าจ้าง แต่จำเลยแจ้งว่าจะจ่ายให้เมื่อทำงานครบ 100,000 บาท ต่อมาวันที่ 31 กรกฎาคม 2546 จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิด โจทก์ทำงานกับจำเลยติดต่อกันมาเกิน 120 วัน จึงมีสิทธิได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน เป็นเงิน 6,000 บาท แต่จำเลยไม่ยอมจ่ายและในระหว่างทำงานจำเลยยังค้างจ่ายค่าจ้างโจทก์ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม 2546 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2546 เป็นเวลา 193 วัน คิดเป็นเงิน 38,600 บาท รวมแล้วจำเลยค้างชำระค่าจ้างและค่าชดเชยโจทก์เป็นเงิน 44,600 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าจ้างและค่าชดเชยจำนวน 44,600 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ได้เป็นลูกจ้างจำเลยตามฟ้องโจทก์ เมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2546 โจทก์กับสามีเข้าไปอาศัยอยู่ที่บ้านของจำเลย และทำธูปให้จำเลยโดยตกลงคิดค่าจ้างตามผลงานที่ทำได้คิดเป็นกิโลกรัมละ 5 บาท ต่อมาจำเลยทราบว่าโจทก์และสามีกระทำการทุจริต ด้วยการนำเอาธูปที่จำเลยจ้างให้โจทก์ทำไปขายให้บุคคลภายนอกแล้วนำเงินไปใช้จ่ายโดยไม่ส่งมอบให้จำเลยและโจทก์ยังยักยอกเงินค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า รวมทั้งเงินค่าอุปกรณ์ก่อสร้างที่สั่งมาก่อสร้างจำนวนมาก จำเลยจึงให้โจทก์และสามีหยุดทำงานโดยจ่ายค่าทำธูปที่ค้างจ่ายให้ทั้งหมด เมื่อโจทก์ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยจึงไม่มีสิทธิได้ค่าชดเชยจากจำเลย ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องคดีใหม่ยังศาลที่มีอำนาจภายในกำหนดอายุความ

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์เพียงประการเดียวว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยหรือไม่และจำเลยต้องจ่ายค่าจ้างและค่าชดเชยให้แก่โจทก์ตามฟ้องหรือไม่ เมื่อพิเคราะห์คำว่า "สัญญาจ้างแรงงาน" "นายจ้าง" และ "ลูกจ้าง" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575, 583 ประกอบพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 5 แล้ว ลูกจ้าง คือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างเพื่อรับค่าจ้างโดยอยู่ภายใต้อำนาจบังคับบัญชาของนายจ้าง หมายความว่า ลูกจ้างต้องทำงานตามที่นายจ้างสั่งและต้องปฏิบัติตามระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้าง หากลูกจ้างฝ่าฝืนนายจ้างสามารถลงโทษได้ คดีนี้ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ทำงานให้แก่จำเลย แต่ไม่แน่ชัดว่าโจทก์ทำงานทั่วไปหรือทำธูป ซึ่งก็ไม่ใช่ข้อวินิจฉัยถึงการเป็นนายจ้างลูกจ้าง

ลักษณะสำคัญที่วินิจฉัยว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยหรือไม่ อยู่ที่อำนาจการบังคับบัญชา เมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงการทำงานของโจทก์ไม่ปรากฏว่าต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของจำเลย หรือต้องปฏิบัติตามระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย แสดงว่าการทำงานของโจทก์ไม่ได้อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของจำเลย โจทก์จึงมิได้เป็นลูกจ้างของจำเลย ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างและค่าชดเชยจากจำเลยตามฟ้อง ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยอุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ · ชวลิต ยอดเณร · จรัส พวงมณี
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้