Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2964/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สิทธิตามสัญญาจะซื้อขายของเจ้ามรดกในฐานะผู้ที่จะซื้อนั้นเป็นทรัพย์สินที่เป็นมรดกตก ทอดแก่ทายาท ทายาทจึงสามารถโอนสิทธิเรียกร้องตามสัญญาจะซื้อขายนี้ให้แก่บุคคลอื่นได้.โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่า นายเทศ สายัณห์ ได้ทำสัญญาขายที่ดินพิพาททั้งสามแปลงให้แก่นางสมบัติ ก้อนทรัพย์ เป็นเงิน 900,000 บาทโดยวางมัดจำไว้ 92,000 บาท ต่อมา นายเทศและนางสมบัติได้ถึงแก่กรรมโดยมีจำเลยทั้งสามเป็นทายาทของนายเทศ ทายาทของนางสมบัติได้โอนสิทธิเรียกร้องของนางสมบัติให้โจทก์และได้แจ้งการโอนสิทธิดังกล่าวให้จำเลยทั้งสามทราบแล้วและได้แจ้งให้จำเลยทั้งสามปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อขาย จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันหรือคนใดคนหนึ่งในฐานะทายาทหรือผู้จัดการมรดกของนายเทศโอนขายที่ดินพิพาทให้โจทก์และรับเงินค่าที่ดินที่เหลือจำนวน 818,000 บาท ไปจากโจทก์ในวันทำนิติกรรม หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยทั้งสามให้การประการหนึ่งว่า ทายาทของนางสมบัติไม่มีอำนาจโอนสิทธิเรียกร้องตามสัญญาจะซื้อจะขายให้แก่โจทก์ โจทก์เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าหนังสือสัญญาจะซื้อขายที่ดินที่โจทก์กล่าวอ้างมีน้ำหนักน่าเชื่อถือว่าหนังสือสัญญาจะซื้อขายของจำเลยแต่ฟังว่านางสมบัติผิดสัญญาและมีการบอกเลิกสัญญาจะซื้อขายรายนี้แล้วโจทก์นำสัญญาดังกล่าวมาฟ้องอีกไม่ได้ พิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียม โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท แทนโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันหรือคนหนึ่งคนใดในฐานะทายาทหรือผู้จัดการมรดกของนายเทศ สายัณห์ ทำนิติกรรมจดทะเบียนสิทธิต่อนายอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โอนขายที่ดินตาม น.ส.3 เลขที่ 188 หมู่ที่ 10 และ น.ส.3 เลขที่ 90, 624หมู่ที่ 12 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี รวม 2 แปลงให้แก่โจทก์ตามสัญญาและรับเงินค่าที่ดินที่ค้างชำระอยู่อีก 808,000บาท ไปจากโจทก์ในวันที่ทำนิติกรรม หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมสองศาล โดยกำหนดค่าทนายความรวม 12,000 บาทแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายเทศ สายัณห์ ได้ทำสัญญาจะขายที่ดินพิพาทให้แก่นางสมบัติ ก้อนทรัพย์ ตามที่โจทก์ฟ้องจริงนางสมบัติมิได้ผิดสัญญา สัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทยังมีผลบังคับกันอยู่ จำเลยมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามสัญญานั้น แล้ววินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า "...นางสมบัติถึงแก่กรรมโดยอุบัติเหตุรถชนกันเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2522 โดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ บุตรทั้งสามจึงเป็นทายาทผู้รับมรดกของนางสมบัติรวมทั้งสิทธิตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทด้วย จึงมีอำนาจที่จะโอนสิทธิเรียกร้องรายนี้ให้แก่โจทก์ได้ได้ความว่าเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2523 บุตรทั้งสามของนางสมบัติได้ทำหนังสือสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องให้โจทก์ หลังจากนั้นก็ได้มอบอำนาจให้ทนายโจทก์มีหนังสือบอกกล่าวแจ้งการโอนสิทธิเรียกร้องไปให้จำเลยทั้งสามทราบแล้ว โจทก์จึงได้รับโอนสิทธิเรียกร้องมาโดยชอบข้อเท็จจริงก็ได้ความว่าโจทก์ได้มีหนังสือแจ้งให้จำเลยทั้งสามปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อขายแล้ว

เนื้อความคำพิพากษา

โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ประเด็นข้อสุดท้ายมีว่า ผู้ซื้อได้ชำระราคาแล้วเพียงใด เห็นว่าตามหนังสือสัญญาจะซื้อขายเอกสารหมาย จ.10 มีข้อความระบุไว้ชัดว่านายเทศกับนางสมบัติตกลงซื้อขายที่ดินพิพาททั้งสามแปลงในราคา900,000 บาท และนางสมบัติได้วางมัดจำให้แก่นายเทศผู้จะขายไว้แล้วเป็นเงิน 92,000 บาท เงินมัดจำนี้โจทก์ให้ถือเป็นการชำระหนี้บางส่วนผู้ซื้อจึงชำระราคาแล้วเป็นเงิน 92,000 บาท ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าชำระให้เพียง 50,000 บาท ก็โดยที่จำเลยที่ 1 คิดจากหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายฉบับของจำเลย ซึ่งไม่ใช่ฉบับที่แท้จริง ไม่อาจรับฟังตามนั้นได้ โจทก์ยังต้องชำระเงินให้จำเลยอีก 808,000 บาท เท่านั้นศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยที่ 1 ทุกข้อ ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 10,000 บาทแทนโจทก์".

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสรี แสงศิลป์ · สุชาติ จิวะชาติ · อำนวย เปล่งวิทยา
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้