Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2963/2563

พ.ศ. 2563 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาเช่าระหว่างผู้คัดค้านทั้งสามกับผู้ร้องระบุว่า หากมีความผิดพลาดเกี่ยวกับการเช่าและค่าเสียหายเกิดขึ้นตามสัญญา ให้ทั้งสองฝ่ายเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการก่อนมีการฟ้องร้องคดีทุกครั้งโดยมิได้มีข้อกำหนดจำกัดขอบเขตอำนาจของอนุญาโตตุลาการไว้ เมื่อผู้ร้องและผู้คัดค้านทั้งสามมีข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาเช่าและเสนอข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาด การที่อนุญาโตตุลาการวินิจฉัยข้อพิพาทจากพยานหลักฐานที่ผู้ร้องและผู้คัดค้านทั้งสามนำสืบจึงเป็นการวินิจฉัยข้อพิพาทภายในขอบเขตของสัญญาอนุญาโตตุลาการ ไม่ต้องด้วยเหตุให้ศาลเพิกถอนตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรคสาม (1) (ง) เมื่ออนุญาโตตุลาการเห็นว่ากรณีฟังไม่ได้ว่าผู้คัดค้านทั้งสามปฏิบัติผิดสัญญา ส่วนการยื่นคำขอรังวัดที่ดิน ตรวจสอบที่ดิน ชี้แนวเขต ตลอดจนทำรูปแผนที่บอกขนาดของที่ดินเป็นกิจการที่ผู้เช่าและผู้ให้เช่าจะต้องร่วมมือกันดำเนินการในปัญหาการฟ้องขับไล่ผู้เช่าเดิมและการรังวัดที่ดินให้บรรลุล่วงไปด้วยดีนั้น เป็นคำชี้ขาดให้คู่สัญญากระทำการตามสัญญาต่อไป จึงไม่ใช่คำชี้ขาดเกี่ยวกับข้อพิพาทที่ไม่สามารถจะระงับโดยการอนุญาโตตุลาการได้ตามกฎหมาย ทั้งการยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดดังกล่าวก็ไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่อย่างใด จึงไม่ใช่คำชี้ขาดที่ศาลมีอำนาจเพิกถอนได้ตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรคสาม (2) (ก) (ข)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ให้ผู้คัดค้านทั้งสามทำการรังวัด ทำรูปแผนที่บอกขนาดของที่ดิน โดยทำเป็นเอกสารพร้อมส่งมอบให้แก่ผู้ร้องภายใน 15 วัน นับแต่มีวันที่ชี้ขาดข้อพิพาท หากผู้คัดค้านทั้งสามไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลแทนการแสดงเจตนาของผู้คัดค้านทั้งสามในการรังวัดทำแผนที่บอกขนาดที่ดินทั้งหมดโดยผู้คัดค้านทั้งสามเป็นผู้ออกค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย ให้ผู้คัดค้านทั้งสามดำเนินการขับไล่ฟ้องร้องดำเนินคดีแก่ผู้เช่าเดิมและบริวารตลอดจนบุคคลอื่นที่เข้ามารบกวนสิทธิภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งรวมทั้งกระทำการใด ๆ เพื่อให้ผู้ร้องได้รับที่ดินที่ให้เช่าไปโดยปราศจากการรอนสิทธิ ให้ผู้คัดค้านทั้งสามดำเนินการจดทะเบียนขยายอายุสัญญาที่เช่าที่ดิน (เดิม)

เพิ่มเติมใหม่หรือจดทะเบียนยกเลิกสัญญาเช่าที่ดิน (เดิม) พร้อมกับจดทะเบียนการเช่าที่ดินใหม่เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขและข้อตกลงตามสัญญาให้เช่าต่อท้ายสัญญาเช่าฉบับลงวันที่ 1 มีนาคม 2556 ทั้งหมดเว้นแต่กำหนดระยะเวลาชำระค่าเช่าเป็นรายปีนั้นให้เริ่มนับตั้งแต่วันจดทะเบียนใหม่เป็นต้นไปจนครบ 30 ปี และส่งมอบการครอบครองที่ดินที่ให้เช่าโฉนดเลขที่ 2735 ทั้งแปลงให้แก่ผู้ร้องให้มีอายุสัญญาเช่าครบ 30 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียนขยายอายุสัญญาเช่าใหม่พร้อมกันโดยปราศจากภาระผูกพันและการรอนสิทธิใด ๆ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ผู้คัดค้านทั้งสามสามารถดำเนินการได้หรือพร้อมจดทะเบียนและส่งมอบการครอบครองที่ดินที่ให้เช่า หากผู้คัดค้านทั้งสามไม่ดำเนินการจดทะเบียนให้ถือเอาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลแทนการแสดงเจตนาของผู้คัดค้านทั้งสามโดยผู้คัดค้านทั้งสามเป็นผู้ออกค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายและค่าอากรต่าง

ๆ ทั้งหมด ให้ผู้คัดค้านทั้งสามชำระค่าเสียหายให้แก่ผู้ร้องในอัตราวันละ 50,000 บาท นับแต่วันที่ยื่นคำเสนอข้อพิพาทเป็นต้นไป จนกว่าจะปฏิบัติตามคำขอของผู้ร้องได้ครบถ้วน กับให้ผู้คัดค้านทั้งสามชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียม ค่าใช้จ่าย ค่าป่วยการของอนุญาโตตุลาการและค่าทนายความแทนผู้ร้อง ผู้คัดค้านทั้งสามยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง และมีคำพิพากษาหรือคำสั่งยกเลิกสัญญาเช่าที่ดินฉบับลงวันที่ 21 มิถุนายน 2555 และวันที่ 1 มีนาคม 2556 หากผู้ร้องไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลเป็นการแสดงเจตนา และให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้คัดค้านทั้งสามริบเงินค่าเช่าที่ผู้ร้องชำระล่วงหน้า 3 ปี เป็นค่าเสียหายแก่ผู้คัดค้านทั้งสาม

ระหว่างพิจารณา ผู้คัดค้านที่ 3 ถึงแก่ความตาย นางชนิกา ทายาทของผู้คัดค้านที่ 3 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันฟังได้ว่า ผู้คัดค้านทั้งสามเป็นเจ้าของรวมในที่ดินโฉนดเลขที่ 2735 เนื้อที่ 38 ไร่ 2 งาน 60 ตารางวา เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2556 ผู้ร้องทำหนังสือสัญญาเช่าที่ดินแปลงดังกล่าวกับผู้คัดค้านทั้งสามมีกำหนดเวลา 30 ปี โดยจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทรา สาขาบางปะกง วันที่ 10 มีนาคม 2558 ผู้ร้องยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดฉะเชิงเทราขอให้บังคับนางฉัตรมงคล ขนย้ายทรัยพ์สินและบริวารออกไปจากที่ดินแปลงดังกล่าว ศาลพิพากษายกฟ้อง ผู้ร้องชำระค่าเช่าแก่ผู้คัดค้าน 3 ปี เป็นเงิน 1,047,375 บาท วันที่ 11 เมษายน 2559 ผู้ร้องยื่นคำเสนอข้อพิพาทต่อสถาบันอนุญาโตตุลาการ

สำนักงานศาลยุติธรรม ขอให้ชี้ขาดให้ผู้คัดค้านทั้งสามดำเนินการตามสัญญาเช่าและใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ร้อง อนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดให้ยกคำเสนอข้อพิพาทของผู้ร้อง เนื่องจากผู้ร้องอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องขอเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการซึ่งจะอุทธรณ์ได้เฉพาะกรณีที่ต้องด้วยข้อยกเว้นตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45 จึงต้องวินิจฉัยก่อนว่า อุทธรณ์ของผู้ร้องเป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามหรือไม่ เห็นว่า สัญญาเช่าระหว่างผู้คัดค้านทั้งสามกับผู้ร้อง ข้อ 10 ระบุว่า หากมีข้อพิพาทเกี่ยวกับการเช่าและค่าเสียหายเกิดขึ้นตามสัญญาฉบับนี้ให้ทั้งสองฝ่ายเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการก่อนมีการฟ้องร้องทุกครั้ง โดยมิได้มีข้อกำหนดจำกัดขอบเขตอำนาจของอนุญาโตตุลาการไว้

ดังนั้น เมื่อผู้ร้องและผู้คัดค้านทั้งสามมีข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาเช่าและเสนอข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาด การที่อนุญาโตตุลาการวินิจฉัยข้อพิพาทจากพยานหลักฐานที่ผู้ร้องและผู้คัดค้านทั้งสามนำสืบจึงเป็นการวินิจฉัยข้อพิพาทภายในขอบเขตของสัญญาอนุญาโตตุลาการ ไม่ต้องด้วยเหตุให้ศาลเพิกถอนตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรคสาม (1) (ง) คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการที่ผู้ร้องขอให้ศาลเพิกถอนสืบเนื่องมาจากข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาเช่าระหว่างผู้คัดค้านทั้งสามกับผู้ร้อง เมื่ออนุญาโตตุลาการพิเคราะห์พยานหลักฐานที่ผู้ร้องและผู้คัดค้านทั้งสามนำสืบแล้วเห็นว่า กรณีรับฟังไม่ได้ว่าผู้คัดค้านทั้งสามปฏิบัติผิดสัญญา

ส่วนการยื่นคำขอรังวัดที่ดิน ตรวจสอบที่ดิน ชี้แนวเขต ตลอดจนทำรูปแผนที่บอกขนาดของที่ดินเป็นกิจการที่ผู้เช่าและผู้ให้เช่าจะต้องร่วมมือกันดำเนินการในปัญหาการฟ้องขับไล่ผู้เช่าเดิมและการรังวัดที่ดินให้บรรลุล่วงไปด้วยดีนั้น เป็นคำชี้ขาดให้คู่สัญญากระทำการตามสัญญาต่อไป จึงไม่ใช่คำชี้ขาดเกี่ยวกับข้อพิพาทที่ไม่สามารถจะระงับโดยการอนุญาโตตุลาการได้ตามกฎหมาย ทั้งการยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดดังกล่าวก็ไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่อย่างใด จึงไม่ใช่คำชี้ขาดที่ศาลมีอำนาจเพิกถอนได้ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรคสาม (2) (ก) (ข) ส่วนอุทธรณ์ของผู้ร้องในข้ออื่น

ๆ ล้วนเป็นการโต้แย้งการวิเคราะห์พยานหลักฐานดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานในสำนวนและโต้แย้งการให้เหตุผลในการวินิจฉัยตีความสัญญาของอนุญาโตตุลาการและศาลชั้นต้นเพื่อให้ศาลฎีกาใช้ดุลพินิจชี้ขาดตัดสินคดีให้เป็นไปตามคำขอของผู้ร้อง โดยไม่ปรากฏว่ามีการวินิจฉัยผิดไปจากวิธีพิจารณาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่อย่างใด อุทธรณ์ของผู้ร้องจึงเป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามเพราะไม่เข้าข้อยกเว้นให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45 (1) ถึง (5) ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้อง คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดในชั้นนี้ให้แก่ผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นนอกจากนี้ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิสุทธิ์ ศรีขจร · เทพ อิงคสิทธิ์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นางสาวพัดชา พานพิทักษ์ -
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.231/2563
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 145/2568

การที่อนุญาโตตุลาการวินิจฉัยว่า เหตุรถชนกันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของ ป. และผู้ตาย โดยทั้งสองฝ่ายต่างมีส่วนประมาทด้วยกันโดยไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันนั้น เป็นการใช้ดุลพินิจของอนุญาโตตุลาการในการชั่งน้ำหนัก…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 712724)

ไม่ปรากฏว่าคณะอนุญาโตตุลาการได้พิจารณาข้อสัญญานี้ ทั้งไม่ได้แสดงเหตุผลใด ๆ ให้ปรากฏในคำวินิจฉัย การวินิจฉัยชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการจึงน่าจะไม่เป็นไปตามข้อตกลงในสัญญาประกันภัย ผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 719888)

แม้ ป.พ.พ. มาตรา 867 จะระบุเรื่องการมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ แต่กรณีนี้เป็นเรื่องการมอบอำนาจ ซึ่งไม่มีการกำหนดไว้โดยชัดแจ้งใน พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2566 (เลขอ้างอิง 696282)

ผู้คัดค้านยื่นคำเสนอข้อพิพาทกล่าวอ้างว่าผู้ร้องปฏิบัติผิดสัญญาจ้างงานบริการวิศวกรรมที่ปรึกษาอันถือเป็นสัญญาจ้างทำของ และเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเนื่องจากเหตุที่ปฏิบัติผิดสัญญาดังกล่าว ซึ่งไม่มีกฎหมา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2566 (เลขอ้างอิง 696280)

คำให้การของผู้คัดค้านในคดีแพ่งที่ผู้ร้องยื่นฟ้องก่อนเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการที่ว่าต้องนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการเป็นเพียงการอ้างว่าสัญญาต่าง ๆ ที่ผู้ร้องกล่าวอ้างในคำฟ้องล้วนมีข้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้