Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2960/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองชำระเงินกู้ 45,000 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การต่อสู้คดีเพียงว่ากู้เงินโจทก์ไปจริงเพียง 15,000 บาท ชำระแล้ว 5,000 บาท คงค้างอยู่อีก 10,000 บาท สัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นเอกสารปลอม ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การเพียงว่าตนเป็นเพียงผู้ค้ำประกัน ดังนี้ การที่จำเลยทั้งสองนำสืบว่าหนี้ตามสัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้องได้ระงับไปโดยสัญญาประนีประนอมยอมความ จึงเป็นการนำสืบนอกประเด็นข้อต่อสู้ของจำเลยอันเป็นการห้ามการนำสืบและการรับฟัง ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจหยิบยกเอาปัญหาในประเด็นดังกล่าวขึ้นวินิจฉัย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกู้เงินโจทก์ไป ๔๕,๐๐๐ บาท ครบกำหนดชำระเงินคืนแล้วจำเลยไม่ชำระขอให้จำเลยทั้งสองชำระต้นเงินพร้อมทั้งดอกเบี้ยให้โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์ไปเพียง ๑๕,๐๐๐ บาท ชำระต้นเงินไปแล้ว ๕,๐๐๐ บาท คงค้างเพียง ๑๐,๐๐๐ บาท สัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นเอกสารปลอม จำเลยที่ ๑ ไม่ได้กู้เงินตามฟ้อง จำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้ค้ำประกันยอมรับผิดเท่าที่จำเลยที่ ๑ กู้ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ ๗๘,๗๔๐ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี ในต้นเงิน ๔๕,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า หนี้สินระหว่างโจทก์กับจำเลยหากจะมีต่อกันก็เป็นอันระงับยกเลิกไปแล้วตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่าง โจทก์กับจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธินำเอาหนี้ตามสัญญากู้ฉบับพิพาทมาฟ้อง พิพากษากลับยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ ให้การสู้คดีเพียงว่า จำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์ไปจริงเพียง ๑๕,๐๐๐ บาท ชำระแล้ว ๕,๐๐๐ บาท คงค้างอยู่อีก ๑๐,๐๐๐ บาท สัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นเอกสารปลอม ส่วนจำเลยที่ ๒ ให้การเพียงว่าตนเป็นเพียงผู้ค้ำประกัน จำเลยทั้งสองมิได้อ้างหรือยกเป็นข้อต่อสู้ไว้ในคำให้การเลยว่า หนี้ตามสัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้องได้ระงับไปโดยสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่ ในวันนัดชี้สองสถานศาลชั้นต้นก็มิได้ตั้งประเด็นที่จะให้จำเลยนำสืบในประเด็นข้อนี้ไว้

ศาลฎีกาเห็นว่าการนำสืบของจำเลยทั้งสองในประเด็นดังกล่าว จึงเป็นการนำสืบนอกประเด็นข้อต่อสู้ของจำเลย อันเป็นการต้องห้ามการนำสืบและการรับฟังที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกเอาปัญหาในประเด็นข้อนี้ขึ้นมาวินิจฉัยและชี้ขาดคดีจึงเป็นการวินิจฉัยที่ไม่ชอบ ส่วนปัญหาข้อเท็จจริง ตามฎีกาโจทก์มีปัญหาว่าจำเลยทั้งสองกู้เงินตามฟ้องโจทก์หรือไม่ ในปัญหาข้อนี้ศาลชั้นต้นได้กำหนดประเด็นแห่งคดีไว้ว่าสัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นเอกสารปลอมหรือไม่ จำเลยทั้งสองจะต้องรับผิดหนี้เงินตามฟ้องเพียงใด เห็นว่า ข้อเท็จจริงอันเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัย ศาลฎีกาเห็นเป็นการสมควรที่จะย้อนสำนวนเพื่อให้ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าวเสียก่อน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยประเด็นแห่งคดีดังกล่าวข้างต้นแล้วพิพากษาคดีเสียใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สนิท อังศุสิงห์ · ชลูตม์ สวัสดิทัต · วัฒน์ ผดุงจิตร
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายสลิล สินจำหน่าย
ศาลอุทธรณ์ - นายสุชาติ จิวะชาติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7463/2553

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 563 บัญญัติว่า คดีอันผู้ให้เช่าจะฟ้องผู้เช่าเกี่ยวแก่สัญญาเช่านั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนดหกเดือน นับแต่วันส่งคืนทรัพย์สินที่เช่าการที่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระค่าป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1375/2546

คำให้การของจำเลยที่ 2 ที่ว่าโจทก์ได้เช็คพิพาทไว้ในครอบครองโดยทุจริตนั้นทุจริตอย่างไรก็ไม่ได้กล่าวไว้ชัด ที่ว่าคบคิดกับบุคคลอื่น บุคคลอื่นนั้น เป็นผู้ทรงเช็คคนก่อนหรือไม่ หรือเป็นผู้ใดไม่ปรากฏ ที่ว่าโจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1360/2544

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของ ป. กับ ศ. มีสินสมรสคือ ที่ดินตาม น.ส. 3 ก. ต่อมา ป. ตาย ที่ดินจึงเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาท ต่อมา ศ. โอนที่ดินให้จำเลย จำเลยได้ไปขอออกโฉนด ขอให้จำเลยแบ่งท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8404/2544

โจทก์ฟ้องว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์โดยซื้อมาจากจำเลยและบุตรจำเลย จำเลยให้การต่อสู้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยและบุตร จำเลยและบุตรไม่เคยขายที่ดินพิพาทให้โจทก์ แต่ตอนหลังจำเลยกลับให้การว่าที่ดินพิพาทเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 658/2541

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่ซึ่งเป็นทายาทของ ช.ให้ส่งมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์คืน จำเลยให้การว่า โจทก์ตกลงจะขายฝากที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่พิพาทให้แก่ ช. เป็นเวลา 1 ปี โดยได้รับเงินค่าขายฝาก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้