Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2517 (เลขอ้างอิง 29554)

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์และจำเลยที่ 1 เป็นสามีภรรยากัน มีที่ดินอันเป็นสินสมรสด้วยกันหลายแปลง การที่จำเลยที่ 1 ผู้เป็นสามียกที่ดินดังกล่าวให้แก่บุตร 3 คน ซึ่งเป็นบุตรของโจทก์และจำเลยที่ 1 เอง คนละ 1 แปลง ถือว่าเป็นการให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดี จำเลยที่ 1 ผู้เป็นสามีมีอำนาจทำได้โดยไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ผู้เป็นภรรยาก่อน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1473(3)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและเพิ่มเติมฟ้องทั้งสามสำนวนเป็นทำนองเดียวกันว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 แต่งงานกันเมื่อ พ.ศ. 2475 มีบุตรด้วยกัน 8 คนคงมีชีวิตอยู่ 7 คน รวมทั้งจำเลยที่ 2 ในสำนวนทั้งสามด้วย โจทก์และจำเลยที่ 1 มีที่ดินเป็นสินสมรสหลายแปลง ต่อมาจำเลยที่ 1 ทำหนังสือสัญญาและจดทะเบียนยกที่ดินอันเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1ให้จำเลยที่ 2 ในสำนวนทั้งสามโดยเสน่หา คนละ 1 แปลง โดยจำเลยที่ 1 มิได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากโจทก์ และมิใช่เป็นการให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดี ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนสัญญายกที่ดินให้ ระหว่างจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 แล้วให้ลงชื่อโจทก์เป็นเจ้าของร่วมในที่ดิน 3 แปลงดังกล่าวจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ในสำนวนทั้งสามให้การว่า ที่ดินสามแปลงตามฟ้องจำเลยที่ 1 เอาเงินมารดาจำเลยที่ 1 ให้มาซื้อและตามหลักฐานมีชื่อจำเลยที่ 1 แต่ผู้เดียวก่อนยกที่ดินให้จำเลยที่ 2จำเลยได้ปรึกษาโจทก์แล้ว

โจทก์มิได้คัดค้าน การยกให้ดังกล่าวเป็นการให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดีศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ยินยอมให้จำเลยที่ 1 ทำหนังสือสัญญายกที่ดินตามฟ้องให้จำเลยที่ 2 ในสำนวนทั้งสาม แต่การยินยอมนั้นมิได้ทำเป็นหนังสือ การที่จำเลยที่ 1 ยกที่ดินตามฟ้องให้จำเลยที่ 2 เป็นการให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดี ไม่ต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากโจทก์ จะฟ้องขอให้เพิกถอนการให้ไม่ได้พิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้ง 3 สำนวนโจทก์อุทธรณ์ทั้ง 3 สำนวน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาทั้ง 3 สำนวนศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์และจำเลยที่ 1 มีที่ดินอันเป็นสินสมรสหรือสินบริคณห์ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 หลายแปลง การที่จำเลยที่ 1ยกที่ดินดังกล่าวให้จำเลยที่ 2 ในสำนวนทั้งสามซึ่งเป็นบุตรของจำเลยที่ 1 และโจทก์คนละ 1 แปลง จึงเป็นการให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดี ซึ่งจำเลยที่ 1 มีอำนาจกระทำได้โดยไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ก่อน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1473(3)

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล วัลยะเพ็ชร์ · ดวง ดีวาจิน · ธานินทร์ กรัยวิเชียร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4214/2566

โจทก์เป็นฝ่ายชำระราคาห้องชุดพิพาทมาตลอด ห้องชุดพิพาทซึ่งมีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์จึงเป็นทรัพย์สินที่โจทก์ได้มาก่อนสมรสและเป็นสินส่วนตัวของโจทก์ที่โจทก์มีอำนาจจัดการตาม ป.พ.พ. มาตรา 1473 ส่วนที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5052/2561

แม้คดีจะฟังว่าที่ดินพิพาททั้งสองแปลงเป็นสินส่วนตัวของ น. มิใช่สินสมรสตามที่ผู้ร้องสอดยกขึ้นต่อสู้ก็ตาม น. ก็มีอำนาจจัดการสินส่วนตัวของตนโดยให้จำเลยถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาททั้งสองแปลงบางส่วน และยกกรร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7640/2560

โจทก์ทำหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ไถ่ถอนการขายฝากที่ดินพิพาทจาก พ. แล้วยังมอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ทำสัญญาให้โดยเสน่หาที่ดินพิพาทแก่จำเลยที่ 1 ด้วย เจ้าพนักงานที่ดินรับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสัญญาให้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 171/2546

ผู้ร้องเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของ ส. ผู้ตาย โดยจดทะเบียนสมรสเมื่อปี 2478 หลังจากนั้นปี 2490 ผู้ร้องและผู้ตายร่วมกันซื้อและจับจองที่ดินพิพาทแล้วใส่ชื่อผู้ตายเป็นเจ้าของแต่ผู้เดียว โดยผู้ร้องมีสินเดิม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4382/2540

โจทก์ฟ้องขอแบ่งที่ดินที่โจทก์อ้างว่าโจทก์จำเลยหามาได้ร่วมกันในระหว่างอยู่กินฉันสามีภริยาก่อนจดทะเบียนสมรส จึงเท่ากับโจทก์ฟ้องขอแบ่งทรัพย์สินที่โจทก์อ้างว่ามีอยู่ก่อนสมรสอันเป็นทรัพย์สินส่วนตัวตาม ป.พ.…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้